วันที่ 28 เม.ย.69 พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ โพสต์ข้อความผ่เหซบุุ๊กระบุว่า หนี้สาธารณะ…หาก “ผิดที่ผิดทาง” จะเป็นมรดกบาปให้ลูกหลานรับเคราะห์แทน
หนี้สาธารณะที่รัฐกู้มา หากนำไปใช้ “ผิดที่ผิดทาง” จะไม่ใช่เครื่องมือฟื้นเศรษฐกิจ แต่จะกลายเป็น “ยาพิษ” ที่ฉุดรั้งประเทศในระยะยาว ประเทศไทยกำลังยืนอยู่บนจุดเปลี่ยนทางการคลังที่สำคัญ หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่คำถามสำคัญคือ เงินกู้มหาศาลนั้นทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นจริงหรือไม่
1. ความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ : “เรากำลังกู้เร็วกว่าเศรษฐกิจโต” อาทิ
ปี 2558–2562 เฉลี่ยหนี้เพิ่มเพียง 2.5 แสนล้านบาทต่อปี ขณะที่ GDP โต 6 แสนล้านบาทต่อปี (เศรษฐกิจโตกว่าหนี้)
ปี 2563-2565 เฉลี่ยหนี้เพิ่ม 1.2 ล้านล้านบาทต่อปี ขณะที่ GDP เพิ่มเพียงติดลบ -2 แสนล้านบาท (หนี้มากกว่าเศรษฐกิจ)
ปี 2566–2569 เฉลี่ยหนี้เพิ่ม 8 แสนล้านบาทต่อปี แต่ GDP โตเพียง 4 แสนล้านบาทต่อปี (หนี้มากกว่าเศรษฐกิจ )
ประเทศไทยกำลังกู้เงินเร็วกว่าความสามารถในการสร้างรายได้จริงอย่างต่อเนื่อง จาก “กู้เพื่อสร้างอนาคต” เป็น “กู้เพื่อประคองปัจจุบัน” นี่คือการเปลี่ยนจากการลงทุน เป็นการพยุงระบบ
2. สัดส่วนหนี้สาธารณะควรจะเท่าไรของ GDP นั้น การศึกษาวิจัยของ IMF, OECD, EU มีข้อสรุป ไม่มี “ตัวเลขตายตัวเดียว” ที่ใช้ได้กับทุกประเทศแต่ยืนยันตรงกันว่า ยิ่งหนี้สูง ความเสี่ยงต่อการเติบโตจะเพิ่มขึ้นแบบไม่เป็นเส้นตรง กล่าวคือหนี้ไม่ทำลายเศรษฐกิจทันทีแต่จะค่อยๆ บั่นทอนจนถึงจุดที่ระบบเศรษฐกิจ “รับไม่ไหว”
3. ภาระที่เงียบงัน อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 2.95% ต่อปี ในงบประมาณปี 2569 ทำให้ประเทศต้องจ่ายดอกเบี้ย 2.5 – 2.8 แสนล้านบาทต่อปี หรือเดือนละกว่า 21,000 ล้านบาท เงินนี้ไม่ใช่การลงทุน แต่เป็นภาระที่ลูกหลานต้องจ่ายแทน ที่เป็นความบกพร่องต่อหน้าที่คือได้รับงบลงทุนแต่ไม่ดำเนินการให้เสร็จสิ้นตามกำหนด หรือปล่อยให้งบค้างท่อ นอกจากไม่สร้าง GDP แล้ว ยังผลักภาระให้ประชาชนต้องเสียดอกเบี้ยเพิ่มหนี้เป็นการเพิ่มหนี้สาธารณะจากการขาดความรับผิดชอบของหน่วยรับงบประมาณ ที่ไม่ควรจะซ้ำเติมความทุกข์ของประชาชนอีก
4. ความไม่โปร่งใสและความเหลื่อมล้ำการจัดสรรงบประมาณของไทย พบว่าคนกรุงเทพฯ 8% ได้งบ 74% ขณะที่คนภูมิภาค 92% ได้งบ 26% โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรปกครองท้องถิ่นได้เพียง 7–8% ขณะที่งบประมาณราว 80% เป็นรายจ่ายประจำ เงินกู้จำนวนมหาศาลไม่ได้ไหลไปสู่เศรษฐกิจฐานราก
5. ประเทศไทยกำลังเผชิญ 3 วิกฤต คือ
1. กู้เร็วกว่าเศรษฐกิจโต
2. ใช้เงินไม่สร้างการเติบโต
3. กระจายทรัพยากรไม่เป็นธรรม
ปัญหาไม่ใช่เรากู้มากเกินไป แต่คือเรากู้ผิดที่ ใช้ผิดทาง ถ้าไม่แก้ที่ "โครงสร้างการจัดสรร" ต่อให้กู้มาอีกกี่ล้านล้านบาท เราก็แค่กำลัง "ซื้อเวลา" ในราคาที่แพงมหาศาล และทิ้งบิลค่าใช้จ่ายไว้ให้คนรุ่นลูกหลานที่แทบจะไม่มีส่วนได้เห็นเงินก้อนนี้เลย จะต้องเปลี่ยนแปลงไปสู่ กู้เพื่อลงทุนจริง กระจายงบสู่ท้องถิ่น ลดรายจ่ายประจำ เปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส ทำให้เศรษฐกิจโตเร็วกว่าดอกเบี้ย
การเงินใช้กู้มีดอกเบี้ยผิดที่ผิดทาง ที่เป็นความไม่เป็นธรรมที่ฝังรากลึกมายาวนานต้องเร่งแก้ไขด่วน อย่าปล่อยให้ทำร้ายอนาคตของลูกหลาน และทิ้งมรดกหนี้ให้พวกเขารับเคราะห์เป็นมรดกบาปที่ไม่ได้ก่ออีกเลย








