การเมืองทั่วไป

“จตุพร” เตือนรัฐอย่าประมาท ปมฟรีวีซ่า-ความมั่นคง จี้เข้มมาตรการคัดกรองต่างชาติ

แชร์ข่าว

วันที่ 23 เม.ย.69 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "Jatuporn Prompan - จตุพร พรหมพันธุ์" ระบุว่า...

เมื่อ 22 เม.ย. 2569 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน ว่า รัฐไทยและฝ่ายความมั่นคง เน้นแต่ลีลาเหมือนดูเบากับปัญหาชาวยิวรวมตัวเป็นชุมชนในหลายพื้นที่ในไทย พร้อมมีสัญญาณเปล่งแปลกขยายการปลุกปั่นกรณีแบ่งแยกดินแดนให้กระพือโหมไปกันใหญ่อย่างเกินความเป็นจริง

การปลุกปั่นแบ่งแยกดินแดน ปะทุขึ้นครั้งใหม่จากกรณีการลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ เมื่อ 20 มี.ค. 2569 แต่ล่าสุดตำรวจจับมือปืนได้แล้วที่ อ.สังขละ จ.กาญจนบุรี ดังนั้น ตำรวจต้องทำความจริงให้ปรากฎในทุกเรื่องราว เพื่อให้สถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนใต้ที่มีลักษณะปฎิบัติการแบบวูบวาบได้จบกันเสียที

"การสร้างสถานการณ์ใดก็ตาม หรือการออกแบบให้เกิดแต่ละเรื่องราวใดนั้น ผมว่าความจริงเท่านั้นที่จะแก้ไขปัญหาทุกสิ่งอย่างได้ว่าทุกเรื่องมาจากเหตุอันใด เพราะหลายเรื่องเกิดขึ้นแบบไม่สมเหตุสมผลกันอยู่”

อีกทั้งเชื่อว่า บัดนี้บรรยากาศใน 3 จังหวัดชายแดนใต้คนในพื้นที่มีความรู้สึกว่า เกือบเป็นปกติดีเหมือนเดิม แต่การสร้างความหวาดกลัวขึ้น แล้วลามไปสู่การปลุกเรื่องการแบ่งแยกดินแดนมาขยายความชิงชัง และซ้ำเติมด้วยมีชาวยิวมาอาศัยอยู่ยิ่งทำให้พื้นที่เพิ่มความระแวงกันมากขึ้น

ดังนั้น รัฐต้องรู้ว่า กรณีปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ละเอียดอ่อนมาก ที่ผ่านมาหมดงบประมาณกับเรื่องนี้กว่า 5 แสนล้าน ไม่ได้เกิดการพัฒนาอะไร เพราะความเจริญถูกแช่แข็งไว้ ทั้งที่ความเป็นชาติพันธุ์มีความสวยสดงดงาม โดยคนในพื้นที่ต่างชาติพันธุ์และวัฒนธรรมสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน

ส่วนฝ่ายความมั่นคง ทั้ง รมว.กลาโหม แม่ทัพภาค 4 ภาค 3 และ ภาค 1 การนิ่งเฉยกับชาวยิวที่เคยเป็นทหารสู้รบเข้ามาไทยด้วยระบบฟรีวีซ่า ไปอยู่ในพื้นที่เกาะภูเก็ต เกาะพะงัน ภาคตะวันออก อ.ปาย แม่ฮองสอน และ กทม.ของไทย ดังนั้น ยิวสร้างชุมชนซุ่มซ่อนตัวเหมือนลักษณะกลยุทธ์การศึกม้าไม้เมืองทรอยในสงครามกรีกโบราณ ก็ว่าได้

พร้อมยกกรณีสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ญี่ปุ่นบุกไทยสำเร็จมาเตือนว่า ญี่ปุ่นส่งทหารมาซ่อนตัวในไทยทำเป็นช่างตัดเสื้อ เป็นพ่อค้า เป็นหมอ ถึงวันสุดท้ายเมื่อญี่ปุ่นบุกไทย คนพวกนี้สลัดคราบ เปลี่ยนเป็นชุดทหารหมด แต่ครั้งนี้อดีตทหารยิวซ่อนตัวจะหนักกว่าเสียอีก จึงขอให้รัฐไทยอย่าได้ดูเบาหรือชะล่าใจ

"ผมว่าถ้ารัฐไทยยังดูเบาในเรื่องนี้อยู่ วันข้างหน้ารับมือไม่อยู่หรอก นานวันเข้าจะมีคนไทยจำนวนหนึ่งเข้าไปหลงใหล เหมือนหลงใหลสหรัฐ แต่เรื่องบูรณภาพดินแดน เป็นคนละเรื่องกันกับการหลงใหล(ทางอารมณ์) เพราะขณะนี้สถานการณ์สงครามเข้ามาบีบรัดรอบชายแดนไทยขึ้นทุกที ซึ่งจะหนักกว่าศึกไทย-กัมพูชา"

นายจตุพร ย้ำว่า ในส่วนภาคประชาชนต้องตื่นตัวและรู้เท่าทันกลยุทธ์การเสี้ยมให้คนในชาติขัดแย้งกัน สร้างความเท็จมากล่าวหาแล้วทำลาย ซึ่งเป็นรูปแบบการยึดครองดินแดน เหมือนสหรัฐเคยทำกับประเทศลิเบีย เพื่อกำจัด พ.อ.โมอัมมาร์ กัดดาฟี่ จนล่มสลายแล้วควบคุมพลังงานไว้เบ็ดเสร็จ และยังใช้รูปแบบเดิมๆ นี้กับอิหร่านในการเป็นศึกทำสงครามครั้งนี้เช่นกัน

"วันนี้มีการปลุกเรื่องแบ่งแยกดินแดน (3 จังหวัดชายแดนใต้) แรงมาก จนผู้คนเริ่มมองหน้ากันไม่ติด สร้างความหวาดกลัวอิสลาม และจะเกิดวิกฤตกันใหม่อีก ทั้งที่ไทยเจอกับปัญหาพลังงาน สินค้าราคาแพง แต่คนในชาติยังถูกปั่นอย่างกับจิ้งหรีดให้ขัดแย้งกัน"

ส่วนรัฐไทยยังมีแต่ลีลา มองไม่เห็นปัญหาใหญ่ ได้แต่แก้ไขแบบปกติ ไม่ลงลึกถึงปัญหาที่ซ่อนตัวอยู่ ดังนั้นคนไทยควรสำแดงพลังส่งเสียงให้ดังขึ้น เพื่อให้รัฐซึ่งมีหน้าที่ในวันที่พอมีแรงอยู่นั้นได้แก้ปัญหา สิ่งสำคัญไทยไม่ได้ขัดขวางชนชาติใดมาท่องเที่ยว แต่การเข้ามาโดยเป้าประสงค์เพื่อยึดชาติ ยึดแผ่นดินไว้เป็นเจ้าของชนชาติตัวเองคงต้องถูกสกัดกั้นไม่ให้เข้ามาไทย

อีกทั้งกล่าวว่า ถ้าฝ่ายความมั่นคงไทยยังประเมินชาวยิวเข้าไทยในระบบฟรีวีซ่าต่ำเกินไปแล้ว ในอนาคตจะเกิดรัฐซ้อนรัฐคุมพื้นที่ตามชัยภูมิและโครงการรัฐกำหนดขึ้น เช่น โครงการแลนด์บริดจ์ที่ต่างชาติทุนหนาเข้ายึดครองพื้นที่สองฝั่งทะเลย่อมเป็นช่องว่างให้คนพวกนี้แทรกไปยึดครองดินแดนได้

"ในเรื่องนี้ (ยิว) คนที่มีหน้าที่ควรกังวลให้มาก เหมือนมาเลเซียห้ามเข้าประเทศเลย เพราะรู้ว่าเข้ามาแล้วเป็นปัญหาแน่นอน ส่วนไทยรู้สึกจนมุมหรือเปล่า ไม่มีปัญญาทำอะไรมากกว่านี้หรือเปล่า หรือไม่รู้จะทำอะไร ต้องไปดูประเทศที่มีมาตรการป้องกัน ส่วนเรารู้สึกว่า ขณะนี้อันตรายคืบคลานเข้ามาโดยคนไทยไม่รู้ตัวกัน"

#จตุพร #ฟรีวีซ่า #ความมั่นคง #นโยบายรัฐ #การเมืองไทย #ข่าวการเมือง #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline

ข่าวแนะนำ