สลช.พร้อมสนองนโยบายลดค่าครองชีพผู้ปกครอง ชี้สถานศึกษาใช้แนวปฏิบัติการแต่งกายเครื่องแบบลูกเสือ เนตรนารีที่เคยแจ้งเมื่อปี 68 ต่อได้ทันที
ตามที่ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ ได้มีนโยบายและข้อสั่งการเร่งด่วนเพื่อรับมือกับวิกฤตพลังงานและค่าครองชีพ ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ปกครองในช่วงใกล้เปิดภาคเรียน ซึ่งหนึ่งในข้อสั่งการ คือ ปรับลดข้อบังคับด้านเครื่องแต่งกายให้มีความยืดหยุ่น เพื่อลดการซื้อใหม่ให้มากที่สุด ได้แก่ ชุดนักเรียน อนุโลมให้ใส่ชุดเดิมได้แม้เลื่อนชั้นหรือย้ายโรงเรียน และให้โรงเรียนพิจารณาเพิ่มสัดส่วนวันใส่ชุดพละหรือชุดไปรเวทสุภาพ เช่นเดียวกับชุดลูกเสือ-เนตรนารี ที่อนุโลมให้ใส่เครื่องแบบลำลอง "ผ้าผูกคอและหมวก" ร่วมกับชุดนักเรียนหรือชุดพละในการฝึกอบรมในสถานศึกษาได้นั้น
ดร.วรัท พฤกษาทวีกุล รองปลัด ศธ. ทำหน้าที่เลขาธิการ สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ (สลช.) กล่าวว่า สลช.ให้ความสำคัญกับแนวนโยบายของ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ และนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ ซึ่ง สลช.ได้เคยมีหนังสือคำสั่งแจ้งแนวปฏิบัติการแต่งกายเครื่องแบบลูกเสือ เนตรนารี ในสถานศึกษา เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 2568 ไปยังหน่วยงานที่มีสถานศึกษาในกำกับดูแล อาทิ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ผู้อำนวยการลูกเสือจังหวัด ผู้อำนวยการลูกเสือกรุงเทพมหานคร กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) เป็นต้น
เลขาธิการ สลช. กล่าวอีกว่า สาระสำคัญของแนวปฏิบัติดังกล่าวระบุว่า 1.การแต่งเครื่องแบบลูกเสือตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2510) ออกตามความในพระราชบัญญัติถูกเสือ พ.ศ. 2507 ประกอบด้วย หมวก เสื้อกางเกง/กระโปรง ผ้าผูกคอ เข็มขัด ถุงเท้า รองเท้า และเครื่องหมายประกอบเครื่องแบบ ให้ใช้สำหรับงานพิธีเข้าประจำกองลูกเสือ งานพิธีของลูกเสือ หรืองานพิธีอื่น ๆ ที่สถานศึกษา จังหวัด สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดขึ้น และในการฝึกอบรมหรืออยู่ค่ายพักแรม 2.การแต่งเครื่องแบบลูกเสือสำรองแบบลำลองและเครื่องแบบลูกเสือสามัญแบบลำลอง ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2529) ออกตามความในพระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. 2507 ซึ่งประกอบด้วยเครื่องแบบนักเรียน, ผ้าผูกคอ, เครื่องหมายลูกเสือ ใช้สำหรับการฝึกอบรม การอยู่ค่ายพักแรม เท่านั้นและการแต่งเครื่องแบบลำลอง อนุโลมให้ใช้ชุดพลศึกษาได้ และ 3.การแต่งเครื่องแบบลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่และลูกเสือวิสามัญแบบลำลอง อนุโลมให้แต่งเครื่องแบบตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2529) ออกตามความในพระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. 2507 ในการนี้การจัดกิจกรรมฝึกอบรมลูกเสือ เนตรนารี ที่เป็นกิจกรรมกลางแจ้ง ให้สถานศึกษาพิจารณาปรับรูปแบบลักษณะการจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่และสภาพอากาศ และกำหนดการแต่งเครื่องแบบลูกเสือ เนตรมารี ตามข้อ 1-3 ได้ตามความเหมาะสม
“ทั้งนี้เนื่องจากร่างกฎกระทรวง ว่าด้วยเครื่องแบบและการแต่งกายลูกเสือ พ.ศ.... ซึ่งเป็นการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 18 เม.ย.2568 ที่กำหนดให้การแต่งกายลูกเสือ มีความยืนหยุ่น คล่องตัวเหมาะสม และสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ต่าง ๆ โดยเน้นความประหยัด คุ้มค่า แต่ยังคงไว้ซึ่งอุดมการณ์ ธรรมเนียมปฏิบัติ และพิธีการของลูกเสือ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่มีรายละเอียดค่อนข้างมาก ดังนั้นในระหว่างนี้ สลช.จึงให้สถานศึกษาต่างๆ ดำเนินการตามแนวปฏิบัติการแต่งกายเครื่องแบบลูกเสือเนตรนารี ในสถานศึกษาที่เคยแจ้งไปเมื่อวันที่ 23 เม.ย.2568 ต่อไปได้ทันทีตามความเหมาะสมและบริบทของแต่ละสถานศึกษา” ดร.วรัท กล่าว.








