การเมืองทั่วไป

"สุภอรรถ" จี้รัฐเปิด Open Data สกัดโกง ชี้กลไกตามไม่ทัน อย่าปล่อย ปชช.ไล่ตามฝ่ายเดียว

แชร์ข่าว

วันที่ 22 เม.ย.69 นายสุภอรรถ โบสุวรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท แฮนด์ วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด และผู้ร่วมพัฒนา ACT AI เปิดเผยสถานการณ์และอุปสรรคในการต่อต้านคอร์รัปชันในปัจจุบัน โดยระบุว่าอุปสรรคสำคัญคือการเข้าถึงข้อมูล และการรวมศูนย์ข้อมูล ซึ่งทำให้การต่อต้านคอร์รัปชันทำได้ยากกว่าการทำทุจริตซึ่งถูกผลิตออกมาทุกวัน โดยข้อมูลที่มีอยู่กระจัดกระจายและไม่อยู่ในรูปแบบที่สามารถนำไปวิเคราะห์ต่อได้

อีกทั้งยังขาดความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะความเชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ข้อมูลซึ่งบุคลากรในหน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่ตรวจสอบโดยตรง อาจมีไม่มากเท่ากับภาคเอกชน ซึ่งในต่างประเทศมักดึงเอกชนเข้ามาช่วยในคดีที่ยาก ปัญหาดังกล่าวยังติดที่ทัศนคติของเจ้าหน้าที่รัฐที่มองว่าข้อมูลหลายอย่างเป็นความลับจนเกินไป ซึ่งความลับเหล่านี้กลับกลายเป็นช่องโหว่ให้เกิดการฮั้วประมูลได้

“ภาครัฐยังคิดว่าการต่อต้านคอร์รัปชันเป็นหน้าที่ของเขาฝ่ายเดียว ทั้งที่เป็นหน้าที่ของประชาชนทุกคนด้วย การเปิดเผยข้อมูลคือการทำให้ทุกคนสามารถช่วยภาครัฐได้ ทำไมรัฐไม่มองว่าเรากำลังช่วยกันอยู่ แต่กลับมองว่าประชาชนอย่ารู้เลย เดี๋ยวจะทำเอง ซึ่งผลที่ผ่านมาคือเราไล่ตามหลังการทุจริตอยู่ตลอด ที่น่าเสียใจคือเมื่อเกิดทุจริตแล้วกลับไม่มีกลไกป้องกันซ้ำ เรามีรูโหว่เดิม ๆ ให้เกิดการโกงแบบเดิมและตามล้างตามเช็ดกันไม่จบสิ้น การแก้ปัญหาด้วยการเพิ่มกฎระเบียบให้เข้มงวดแต่ปฏิบัติไม่ได้จริงจึงไร้ประสิทธิภาพ สิ่งสำคัญคือต้องทำให้ปฏิบัติได้จริง”

นายสุภอรรถยกตัวอย่างความเปราะบางของระบบปัจจุบัน เช่น การเซ็นชื่อแทนกันในแบบก่อสร้าง หรือการเปลี่ยนแบบโดยไม่เปิดเผยข้อมูล รวมถึงกรณีการร่วมทุน (Joint Venture) ที่หน่วยงานเจ้าของโครงการไม่ทราบว่าแท้จริงแล้วบริษัทที่เข้ามาร่วมงานเป็นบริษัทจากประเทศจีนแต่ใช้ชื่อบริษัทไทยบังหน้า ดังนั้นจึงเสนอทางออก 3 ประการ คือ 1. เปิดให้มีส่วนร่วมจากทั้งภาครัฐและเอกชนในการเฝ้าระวัง 2. เปิดเผยข้อมูลให้โปร่งใสในรูปแบบที่คอมพิวเตอร์สามารถอ่านได้ (Machine Readable) และ 3. วางกลไกการตรวจสอบข้อมูลใหม่ ไม่ใช่แค่การเพิ่มกฎระเบียบ แต่เป็นการปรับปรุงให้เข้าถึงง่ายขึ้นและมีประสิทธิภาพ

ในส่วนของทัศนคติสังคม นายสุภอรรถมองว่าค่านิยมโกงแต่เก่งมีมานานแล้วในคนยุคเก่าที่รู้สึกว่าคอร์รัปชันแก้ไม่ได้และยอมรับมัน แต่สำหรับคนรุ่นใหม่มีแนวคิดที่เปลี่ยนไป โดยทำหน้าที่เป็นตำรวจโซเชียล ที่ไม่ยอมรับการทุจริตทุกรูปแบบ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำให้กลายเป็นเรื่องปกติในสังคม แม้ปัจจุบันสถานการณ์จะเริ่มดีขึ้นจากการที่กรมบัญชีกลางเปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างได้ดีขึ้น และผู้บริหารหน่วยงานระดับย่อยเริ่มให้ความสำคัญกับการต่อต้านคอร์รัปชัน รวมถึงหน่วยงานอย่างกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ที่เคยประสานขอข้อมูลจาก ACT AI ไปใช้งาน อย่างไรก็ตาม ตนมองว่าหน่วยงานหลักที่เป็นหัวหอกจริง ๆ ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากสังคมกลับยังนิ่งเฉยต่อการผลักดันเรื่อง Open Data และการแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรค ทั้งที่ควรเป็นเจ้าภาพหลักในเรื่องนี้แทนที่จะให้ภาคประชาชนเป็นฝ่ายขับเคลื่อนเพียงฝ่ายเดียว