วันที่ 22 เม.ย. 2569 เวลา 14.10 น.ที่รัฐสนภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติสวนทางกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในกรณีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย และอดีตรมว.คมนาคม า ตามหลักกฎหมาย คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญย่อมมีผลผูกพันทุกองค์กร ดังนั้น ป.ป.ช. ไม่สามารถปฏิเสธข้อเท็จจริงที่ยุติแล้วได้ การที่ ป.ป.ช. อ้างเรื่อง "ขาดเจตนา" มาเป็นเหตุผลในการลงมติ จึงเป็นเรื่องที่ต้องคำชี้แจงต่อสาธารณชนอย่างละเอียด
"หากบอกว่าไม่มีเจตนา ป.ป.ช. ต้องอธิบายให้ได้ว่า เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏชัดแล้ว ทำไมจึงไม่แสดงทรัพย์สินตามความเป็นจริง มติที่ออกมานี้กระทบต่อความเชื่อถือขององค์กรอิสระอย่างรุนแรง และซ้ำเติมข้อครหาเรื่องการใช้องค์กรต่างๆ เพื่อรวบรวมอำนาจ" นายอภิสิทธิ์กล่าว
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่ากรณีนี้ไม่ได้จบลงเพียงแค่เรื่องบัญชีทรัพย์สิน แต่ยังมีกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องอีกหลายฉบับ โดยเมื่อวานนี้ (21 เมษายน) ที่ประชุม สส. พรรคประชาธิปัตย์ ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายไปรวบรวมข้อเท็จจริงทั้งหมด เพื่อพิจารณาแนวทางการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
เมื่อถามว่ามติดังกล่าวเป็นการ "ฟอกขาว" เพื่อปูทางให้นายศักดิ์สยาม กลับมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีอีกครั้งหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ มองว่า "เรื่องนี้ยังไม่จบ" และเชื่อว่าจะมีหลายภาคส่วนออกมาดำเนินการต่ออย่างแน่นอน เพราะเรื่องนี้กระทบต่อบรรทัดฐานทางจริยธรรมและการตรวจสอบธรรมาภิบาลของประเทศ








