บอย อินชัวร์
รุดหน้าไปมาก กับหลักสูตรใหม่ของสมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน หรือTHAIFA PRIME รุ่น 1 ซึ่งเป็นหลักสูตรภายใต้ความร่วมมือกับ คปภ. ที่มุ่งยกระดับตัวแทนประกันชีวิตสู่ "ผู้เชี่ยวชาญระดับ Executive" ให้พัฒนามาตรฐานใหม่ให้เป็นระบบและยั่งยืน ล่าสุด"ดร.ประภาพร ลิขสิทธิ์"นายกสมาคมตัวแทนฯก็เดินหน้ายื่นเรื่องขอให้หลักสูตรดังกล่าวสามารถนำมาใข้สิทธ์ในการเพิ่มการนับชม.อบรมต่ออายุใบอนุญาตครั้งที่ 4 เป็นต้นไป (5 ปี)
ทั้งนี้เพราะเนื้อหา ของหลักสูตร เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและความรู้ความสามารถให้กับตัวแทนเชิงลึก เป็นประโยชน์ในปัจจุบันและในอนาคตให้กับอุตสาหกรรมประกันชีวิตของไทย ทั้งใน ด้านประกันชีวิตและประกันวินาศภัยรวมทั้งเทคโนโลยีที่คนกลางประกันภัย ต้องรับรู้และปรับตัว
โดยนายกฯ ดร.ประภาพร กล่าวถึง หลักสูตร FChFP (Fellow Chartered Financial Practitioner)ซึ่งเป็น หลักสูตรที่ปรึกษาการเงินมืออาชีพมาตรฐานเอเชียแปซิฟิก (APFinSA) ยังได้ลดหย่อน 15ชม.หลักสูตรTHAIFA PRIME: มีชม.อบรมที่ใช้ระยะเวลานานและ เนื้อหาเป็นไปตามความต้องการตัวแทนประกันชีวิต และที่ปรึกษาการเงิน มืออาชีพเชิงลึก และทันสมัยในยุคปัจจุบัน จนถึงในอนาคตข้างหน้า
ก็ต้องรอผลการตัดสินชั่วโมงลดหย่อนจากสำนักงานคปภ.จะไฟเขียวเร็ววันได้กี่ชั่วโมงสิ่งที่เชื่อมั่นเพราะหลักสูตรนี้เป็นการพิจารณา และร่วมมือกัน คปภ โดย วปส และ THAIFA ทั้งเนื้อหาและวิทยากรล้วนคัดสรรมาจากผู้นำของอุตสาหกรรมประกันชีวิตและองค์กรอื่นๆ มาถ่ายทอด ความรู้และประสบการณ์ เป็นวิทยากร ให้กับ หลักสูตรนี้อย่างเข้มข้น
หลังทำเซอร์ไพรซ์สำหรับบอสหนุ่ม"ปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล"ที่ไขก็อกลาออกจากตำแหน่งกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ (CEO) ของบริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR มีผลตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2569 เป็นต้นไป จนล่าสุดได้ "อาฑิตยา พูนวัตถุ"มานั่งซีอีโอคนใหม่แทนอย่างทางการแล้ว บรรดาเพื่อนร่วมรุ่นหลักสูตรวปส.12 ร่วมแสดงความยินดีไม่ขาดสาย และนัดรวมตัวกันเลี้ยงฉลองแสดงความยินดีกันไปอย่างชื่นมื่นหมาดๆ หนึ่งในนั้นที่ไม่พลาดและเป็นปลื้มในฐานะเพื่อนร่วมรุ่นอบรมหลักสูตรวปส. 12อย่าง"ประภาพร ลิขสิทธิ์"ก็ถือโอกาสนำคณะกรรมการฯสมาคมตัวแทนฯเข้ามอบกระเช้าดอกไม้ร่วมยินดี และร่วมรับฟังวิสัยทัศน์ พร้อมเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่ทำการของTIDLOR เผื่อจะเป็นประโยชน์นำมาประยุกต์ใช้สำหรับการทำงานของสำนักงานต่อไป
ถือเป็นค่ายประกันเสือปืนไวจริงๆ มาถูกที่ถูกเวลาในยุควิกฤตพลังงาน หรือน้ำมันแพงทีเดียว สำหรับค่ายประกันภัยไทยวิวัฒน์ เจ้าของต้นตำหรับแจ้งเกิดสำหรับประกันรถเปิดปิด: ที่ออกมายุกตลาดประกันรถยนต์ภายใต้สโลแกน "จ่ายเฉพาะเวลาที่ใช้ แต่ให้ความคุ้มครองครบเท่าเดิม" ล่าสุดได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันรถยนต์ขึ้นจาก Pain point ของผู้ใช้รถในปัจจุบัน ซึ่งมีลักษณะการใช้รถที่แตกต่างและไม่ต้องการจ่ายค่าเบี้ยประกันสูงเกินความจำเป็น โดยประกันภัยไทยวิวัฒน์จึงนำเทคโนโลยี IoT มาใช้ในอุปกรณ์ TVI Connect ซึ่งเชื่อมต่อในตัวรถ เพื่อทำหน้าที่นับเวลาการขับรถแต่ละครั้งในทันทีที่สตาร์ทหรือดับเครื่องยนต์ ช่วยให้ลูกค้าสามารถจ่ายค่าเบี้ยตามเวลาที่ใช้รถจริง ไม่ต้องเหมาจ่ายตลอดทั้งปีเหมือนประกันรูปแบบเดิม ๆ โดยยังคงความคุ้มครองครบทุกเงื่อนไข ไม่แตกต่างจากประกันทั่วไป ช่วยให้ลูกค้าประหยัดค่าเบี้ยได้ 40–80% โดยลูกค้าสามารถตรวจสอบข้อมูลผ่านแอปพลิเคชัน Thaivivat ได้ตลอดเวลา
ขณะเดียวกันก็ยังนำเสนอโปรดักส์ Active Health: ให้รางวัลกับคนที่ดูแลสุขภาพตัวเอง หนึ่งใน Hero Product ที่จะเป็นเรือธงสำหรับประกันภัยไทยวิวัฒน์ปีที่ 75 โดยพลิกมุมมองจากการเคลมประกันเมื่อยามเจ็บป่วย ไปสู่การสร้างแรงบันดาลใจให้ลูกค้ารักษาสุขภาพที่ดี โดยเป็นประกันสุขภาพหนึ่งเดียวที่มอบ Smartwatch ให้ลูกค้าตั้งแต่วันแรกที่สมัคร เพื่อเป็นเครื่องมือส่งเสริมการสร้างวินัยในการออกกำลังกายอย่างจริงจัง และให้ “รางวัล” ด้วยส่วนลดเบี้ยประกันสูงสุด 40% ทุกเดือน (ไม่ใช่ปีละครั้ง) นับเป็นประกันสุขภาพรายเดียวในตลาดที่มุ่งเน้นการสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก เพื่อผลักดันให้ลูกค้ามีสุขภาพที่ดีอย่างต่อเนื่อง แถมคลอดประกันเดินทางต่างประเทศพลัส: ภายใต้สโกแกนคิดเผื่อให้คุณเดินทางอย่างมั่นใจ เนื่องจากประกันภัยไทยวิวัฒน์เข้าใจถึงความวิตกกังวลของนักเดินทาง จึงออกแบบความคุ้มครองให้ครอบคลุมทุกความเสี่ยงด้วยวงเงินสูงสุดถึง 5 ล้านบาท รวมถึงการบาดเจ็บจากกีฬาเสี่ยงภัย อาทิ สกี ดำน้ำ หรือ บันจี้จัมพ์ ซึ่งต้องขอชม 3โปรดักส์ของค่ายประกันภัยไทยวิวัฒน์นับว่าน่าสะดุดตาสะดุดใจคอประกัน ให้เตะตาไม่น้อยทีเดียว ในท่ามกลางภาวะตลาดกำลังซื้อในภาวะวิกฤตพลังงานเช่นนี้มากๆเลย ต้องขอบอก








