การเมืองทั่วไป

“ปปช.” เตรียมแถลงโต้ "2 มาตรฐาน" พรุ่งนี้ ปมวินิจฉัยรมต.ส่วนทางศาลรธน.ยันไร้เจตนาจ้องเล่นงานใคร ขอให้ยึดกฎหมายเป็นที่ตั้ง

แชร์ข่าว

ป.ป.ช. เตรียมแถลงโต้ปม 2 มาตรฐาน 23 เม.ย. นี้ หลังถูกวิจารณ์วินิจฉัยทรัพย์สินรัฐมนตรีสวนทางศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมเตือน สส. ยื่นบัญชีทรัพย์สินระวังปม "คู่สมรสไม่จดทะเบียน" เสี่ยงโดนตรวจถึงบ้าน

วันที่ 22 เม.ย.2569 ที่รัฐสภา นายประภาศ คงเอียด กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "บัญชีทรัพย์สิน: ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและความเสี่ยงทางกฎหมาย" ในงานสัมมนาวิชาการ "สส. 101: start strong" ซึ่งจัดโดยสถาบันพระปกเกล้าร่วมกับเดลินิวส์ ตอนหนึ่งว่า มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการทำงาน 2 มาตรฐานว่า ป.ป.ช. สามารถอธิบายข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายได้อย่างชัดเจน โดยในวันที่ 23 เม.ย.นี้ ป.ป.ช. จะมีการออกข้อชี้แจงอย่างเป็นทางการ

"บางเรื่องเราจะเอาเรื่องหนึ่งไปเปรียบเทียบกับอีกเรื่องไม่ได้เสมอไป โดยเฉพาะคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ดูเรื่องคุณสมบัติรัฐมนตรี แต่การวินิจฉัยของ ป.ป.ช. คือการดูว่ามีเจตนาจงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สินหรือไม่ ซึ่งข้อเท็จจริงและประเด็นแห่งคดีนั้นต่างกัน" นายประภาศ กล่าว

ส่วนของภาพรวมสถานการณ์ทุจริต นายประภาศ ชี้ว่าปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในขั้นวิกฤต สะท้อนจากดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ที่อยู่ในอันดับ 116 ซึ่งด้อยกว่าเกือบทุกประเทศในอาเซียน โดย ป.ป.ช. พยายามใช้เครื่องมือการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินเป็นกลไกต้นน้ำ เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงของทรัพย์สินผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ทั้งก่อนและหลังรับหน้าที่

นอกจากนี้จึงอยากฝากคำเตือนไปยังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และผู้ช่วย สส. ให้ใช้ความรอบคอบอย่างสูงสุดในการจัดทำบัญชีทรัพย์สิน เนื่องจากจุดผิดพลาดเล็กน้อยอาจถูกนำไปใช้เป็นประเด็นทางการเมืองหรือดราม่าในสังคมได้ โดยเฉพาะประเด็นที่ต้องระวังเป็นพิเศษ การถือครองหุ้น เป็นจุดที่มักเกิดความผิดพลาดบ่อยครั้ง ทรัพย์สินคู่สมรส ปัจจุบันกฎหมายครอบคลุมไปถึง "การอยู่กินฉันสามีภรรยาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส" การตรวจสอบเชิงลึก หากมีการร้องเรียน ป.ป.ช. มีอำนาจส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบถึงบ้านเพื่อดูพฤติการณ์เชิงลึก

“ยืนยันว่า ป.ป.ช. ไม่ได้มีเจตนาจ้องเล่นงานใคร หากความผิดพลาดเกิดจากความหลงลืมและไม่มีเจตนาทุจริตที่ชัดเจน ป.ป.ช. ก็พร้อมให้ความเป็นธรรม แต่ขอให้ยึดความถูกต้องตามกฎหมายเป็นที่ตั้ง” นายประภาศ กล่าว