วันที่ 21 เมษายน 2569 ที่อาคารรัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้มอบหมายให้ ว่าที่ร้อยตรี สัณห์ พิยะ นิติกรเชี่ยวชาญ กลุ่มงานประสานการเมืองและรับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักงานประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นตัวแทนรับยื่นร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 พ.ศ. .... จากนายปวีณวัชร์ โชติวัฒน์กูลธนา และคณะ
โดยร่างกฎหมายดังกล่าวมีสาระสำคัญในการแก้ไขเพิ่มเติมหลายส่วน เริ่มจากการกำหนดให้มีผู้รักษาการร่วมตามการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 6 และการเพิ่มบทบัญญัติมาตรา 7/1 เพื่อสั่งห้ามมิให้คนต่างด้าวทำการเร่ขายสินค้า หรือขายของหน้าร้านในทางการค้าเพื่อหากำไรแก่ตนเอง หรือในลักษณะที่เป็นเจ้าของกิจการ รวมถึงห้ามมิให้บุคคลสัญชาติไทยยินยอมให้คนต่างด้าวใช้ชื่อ สถานที่ บัญชีทางการเงิน หรือแสดงออกในลักษณะตัวการตัวแทนเพื่อให้คนต่างด้าวเข้ามาประกอบอาชีพในลักษณะดังกล่าว
นอกจากนี้ ยังมีการเสนอเพิ่มมาตรา 11 เพื่อกำหนดมาตรการทางภาษีในการจูงใจให้นายจ้างลดการใช้แรงงานต่างด้าว และการแก้ไขมาตรา 56 ที่กำหนดให้ผู้รับอนุญาตนำคนต่างด้าวมาทำงานหรือนายจ้าง มีหน้าที่และต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการจัดการและพาคนต่างด้าวไปอยู่ในความควบคุมของหน่วยงาน เพื่อส่งกลับไปยังประเทศต้นทาง
ขณะเดียวกันได้มีการเสนอเพิ่มหมวด 4/1 ว่าด้วยการควบคุมดูแลคนต่างด้าว ตั้งแต่มาตรา 74/1 ถึงมาตรา 74/6 และแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 101/2 รวมถึงมาตรา 132/1 ถึงมาตรา 132/2 เพื่อยกระดับมาตรการลงโทษทางอาญาแก่คนต่างด้าว นายจ้าง และพนักงานเจ้าหน้าที่
สำหรับเหตุผลสำคัญในการเสนอร่างกฎหมายนี้ เนื่องจากปัจจุบันพบว่าการเข้ามาประกอบอาชีพของคนต่างด้าวขาดประสิทธิภาพในการควบคุม และมีการประกอบอาชีพสงวนที่กฎหมายห้าม ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและภาระงบประมาณของรัฐในด้านค่ารักษาพยาบาลและการใช้บริการสาธารณะพื้นฐาน จึงจำเป็นต้องกำหนดให้คนต่างด้าวและนายจ้างรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้ พร้อมทั้งกำหนดมาตรการลงโทษผู้ที่ทุจริตประพฤติมิชอบจนก่อให้เกิดความเสียหายแก่สังคม เพื่อรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ
ทั้งนี้ ภายหลังการรับยื่นเรื่อง ว่าที่ร้อยตรี สัณห์ พิยะ ระบุว่ากลุ่มงานเข้าชื่อเสนอกฎหมาย สำนักการประชุม จะดำเนินการตรวจสอบว่าร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นไปตามหมวด 3 หรือหมวด 5 ของรัฐธรรมนูญ และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ พ.ร.บ.เข้าชื่อเสนอกฎหมายหรือไม่ ก่อนที่ทางสภาผู้แทนราษฎรจะแจ้งผลให้ผู้เสนอทราบภายใน 15 วัน ตามขั้นตอนต่อไป








