วันที่ 20 เม.ย.69 ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคกล้าธรรม โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “เปิดใจฟัง แม่ทัพภาค 4 ดูบ้างครับ” ระบุว่า ตอนนี้มีกระแสออกมาโจมตี แม่ทัพภาค 4 เกี่ยวกับคำพูดที่แถลงข่าวในเรื่องมือปืนที่ยิง สส. ภาคใต้ และนำไปขยายผล ผมเข้าใจครับ ว่าที่ท่านแม่ทัพพูด ท่านพูดในสไตล์ของทหาร ตรงไปตรงมา ไม่ใช่นักการเมือง การที่ท่านแถลง ว่าถ้าท่านทำ คงจะไม่พลาด นั่นเป็นเพราะท่านต้องการ สื่อให้เห็นว่า ทหารไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว และท่านก็ไม่ได้ปกปิดข้อเท็จจริง ปกป้องคนผิด ตลอดจนให้ความร่วมมือกับตำรวจในการสอบสวนหาผู้กระทำผิด แต่คำพูดอาจจะไม่เหมาะสม ไม่ถูกใจ แต่ต้องเข้าใจนะครับ ว่าท่านเป็นทหาร ไม่ใช่นักการเมือง ไม่ใช่นักสื่อสารมวลชนมืออาชีพ
ตลอดจนข้อเท็จจริงที่ท่านวิพากษ์วิจารณ์เรื่องโรงเรียนปอเนาะ ว่าควรจะมีการสอนภาษาไทย อันนี้ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะโรงเรียนปอเนาะ ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล การสอนภาษาไทยในโรงเรียนสอนศาสนา ก็ไม่ได้มีข้อห้ามอันใดจากศาสนานั้น และการที่สามารถอ่านออกเขียนได้ เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งภาษา ย่อมเป็นการขยายโอกาส ในการสื่อสาร ในการเรียนรู้ ของเยาวชน ให้มีโอกาสหาความรู้ ได้หลายช่องทางมากขึ้น โดยเฉพาะ โรงเรียนปอเนาะตั้งอยู่บนผืนแผ่นดินไทย การที่เยาวชนในโรงเรียนปอเนาะจะเรียนรู้ภาษาไทยจนสามารถอ่านออกเขียนได้ย่อมเป็นการเพิ่มโอกาสให้กับเยาวชนในการแสวงหาผลประโยชน์ในประเทศนี้
ความคิดเห็นของผม อาจจะถูกใจหรือไม่ถูกใจท่านบ้าง ก็ขอให้คิดเสียว่า เป็นความเห็นต่างตามระบอบประชาธิปไตยแล้วกันนะครับ เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างไรก็เป็นสิทธิของแต่ละท่านครับ ด้วยความเคารพ







