วันที่ 15 เม.ย.2569 นายอับดุลเราะมัน มอลอ รองเลขาธิการพรรคประชาชาติ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “เจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์” ถึงกรณีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีกำหนดลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในวันที่ 17 เม.ย. เพื่อติดตามคดีลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ว่า จากข้อมูลล่าสุด นายกรัฐมนตรี ได้ปรับเปลี่ยนกำหนดการ โดยจะไม่เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุในพื้นที่อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส แต่จะไปยังบ้านพักของ วันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่อำเภอเมือง จังหวัดยะลา แทน และให้นายกมลศักดิ์เดินทางเข้าพบ
นายอับดุลเราะมัน ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงกำหนดการดังกล่าวถือเป็นเรื่องน่าเสียใจ เนื่องจากคดีที่เกิดขึ้นเป็นคดีร้ายแรงเกี่ยวกับการลอบยิงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเพิ่งเดินทางกลับจากการลงมติสนับสนุนให้นายกรัฐมนตรีเข้ารับตำแหน่ง อีกทั้ง สส.พรรคประชาชาติทั้ง 5 เสียงก็ได้ร่วมโหวตสนับสนุนด้วย
ทั้งนี้ มองว่าการปรับแผนอาจมีสาเหตุจากความกังวลด้านความปลอดภัย โดยระบุว่าเมื่อมีการกำหนดการลงพื้นที่ล่วงหน้า หน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่มักจะประเมินสถานการณ์และรายงานไปยังหน่วยเหนือ หากพบความเสี่ยงอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแผน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนในพื้นที่ที่รอการลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรี
“การตัดสินใจไม่เข้าพื้นที่ อาจสะท้อนให้เห็นถึงความไม่มั่นใจในสถานการณ์ความปลอดภัย แม้ในระดับผู้นำสูงสุดของประเทศ ถือเป็นสัญญาณเชิงลบต่อพื้นที่” นายอับดุลเราะมัน มอลอ รองเลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าว
นายอับดุลเราะมัน กล่าวเพิ่มเติมว่า เดิมนายกรัฐมนตรีมีความตั้งใจจะเดินทางไปเยี่ยมนายกมลศักดิ์ เนื่องจากเป็นพรรคร่วมรัฐบาล รวมถึงมีความสัมพันธ์กับ วันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตหัวหน้าพรรคประชาชาติ แต่สุดท้ายไม่ได้เข้าพื้นที่อำเภอบาเจาะ ซึ่งมองว่าเหตุผลหลักยังคงเป็นเรื่องความปลอดภัยตามข้อเสนอของฝ่ายความมั่นคง
นอกจากนี้ ยังแสดงความเห็นว่า การเปลี่ยนกำหนดการดังกล่าวอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาล โดยเฉพาะในบริบทพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีการบังคับใช้ทั้งกฎหมายปกติและกฎหมายพิเศษมาอย่างยาวนาน ทำให้ประชาชนเกิดความไม่สบายใจต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
นายอับดุลเราะมัน ยังกล่าวถึงกรณีการให้สัมภาษณ์ของแม่ทัพภาคที่ 4 ว่าเป็นสัญญาณเชิงลบ เนื่องจากมีการพาดพิงถึงกลุ่มทางสังคม การศึกษา และศาสนา ซึ่งอาจสร้างความเข้าใจผิดและกระทบต่อความสัมพันธ์ในพื้นที่ โดยเห็นว่าการสื่อสารลักษณะดังกล่าวอาจทำให้ประชาชนบางส่วนรู้สึกถูกตีตรา
สำหรับประเด็นแรงจูงใจของเหตุลอบยิง นายอับดุลเราะมัน ระบุว่าอาจเป็นทั้งเรื่องส่วนตัวและการเมืองผสมกัน โดยยืนยันว่าพรรคต้องการให้ผู้กระทำผิดตัวจริงได้รับโทษ ขณะเดียวกันไม่ต้องการให้ผู้บริสุทธิ์ได้รับผลกระทบ
พร้อมกันนี้ ยังเปิดเผยว่ามีข้อมูลสำคัญที่ สส.กมลศักดิ์ เตรียมมอบให้นายกรัฐมนตรี ซึ่งเกี่ยวข้องกับคำให้การของผู้ต้องสงสัย 3 ราย ที่อยู่ในรถวันเกิดเหตุ โดยมีการติดต่อบุคคลหนึ่งหลังลงมือก่อเหตุ แม้ยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าเป็นใคร แต่เชื่อว่าอาจมีผู้อยู่เบื้องหลังการจ้างวาน ซึ่งจะเป็นประเด็นสำคัญในการติดตามความคืบหน้าของคดีต่อไป







