เมื่อวันที่ 14 เม.ย.69 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปผ่านเฟซบุ๊ก เทพไท คุยการเมือง ระบุว่า น้ำมันไม่ขาด แต่จุดชาร์จขาดแคลน
ผมได้ติดตามบรรยากาศการเดินทางของพี่น้องประชาชนกลับภูมิลำเนา เพื่อร่วมฉลองเทศกาลสงกรานต์กับญาติพี่น้องในพื้นที่ต่างๆ ในขณะเดียวกันก็เห็นภาพความเคลื่อนไหวของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางไปในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์เช่นเดียวกัน ได้เห็นภาพของนายอนุทินเป่าขลุ่ยร่วมวงดนตรีไทย กับคณะผู้สูงวัย ที่เชียงราย
ในวันถัดมาได้เห็นภาพของนายอนุทิน ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรีเพื่อสำรวจตรวจสอบปั๊มน้ำมัน ว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์มีน้ำมันขาดหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้นายอนุทิน ได้มีคำสั่งแต่งตั้งนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานรับผิดชอบเรื่องน้ำมันในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อไม่ให้น้ำมันขาดแคลน
จากการสำรวจตรวจสอบและติดตามข่าวว่าในพื้นที่ใดบ้าง มีปัญหาเรื่องน้ำมันขาด ผลปรากฏว่า ไม่มีข่าวเรื่องเกี่ยวกับน้ำมันขาดแคลนในพื้นที่ หรือเส้นทางถนนสายใดเลย ปั้มน้ำมันบนถนนทุกสาย พร้อมบริการให้กับประชาชนที่เดินทางโดยรถยนต์ สามารถเติมน้ำมันได้อย่างเต็มที่ ไม่มีสภาพขาดแคลนเกิดขึ้น
แต่ขณะเดียวกันกลับปรากฏภาพของประชาชนกลุ่มหนึ่ง ที่หลีกเลี่ยงการใช้รถยนต์ที่ใช้น้ำมัน หันไปใช้รถยนต์ไฟฟ้าตามคำแนะนำของนายอนุทิน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามาหนึ่งคัน มาขับโชว์และได้แนะนำให้ประชาชนเปลี่ยนจากการใช้รถยนต์น้ำมันเป็นรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งประหยัดกว่าการใช้รถยนต์น้ำมันเยอะและยังเป็นการรักษาสภาพสิ่งแวดล้อมด้วย
แต่ปัญหาที่เกิดขึ้น คือในหลายเส้นทาง ตู้ชาร์จรถไฟฟ้ามีน้อยและหายาก จึงทำให้เห็นภาพผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า ต้องรอคิวเพื่อจะชาร์จไฟในปั๊มต่างๆจำนวนมาก บางจุดต้องใช้เวลารอคิวเป็นเวลานาน 1-2 ชั่วโมง เห็นภาพรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่หมดกลางทาง ต้องจ้างรถยก หรือรถสไลด์ เพื่อยกรถไปชาร์จไฟฟ้าที่ปั๊มน้ำมัน จึงทำให้ประชาชนเสียเวลาเดินทางเป็นอย่างมาก
จึงอยากฝากเรื่องนี้ไปยังรัฐบาล เมื่อส่งเสริมให้ประชาชนเปลี่ยนวิถีชีวิตมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า ก็ควรจะอำนวยความสะดวก หรือเตรียมพร้อมแผนรองรับการใช้รถยนต์ไฟฟ้าของประชาชนด้วย ไม่ใช่สักแต่จะรณรงค์ให้ประชาชนใช้รถยนต์ไฟฟ้า แต่ไม่ได้เตรียมการหรือแผนงานรองรับการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเลย ทั้งจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า รวมไปถึงการบริการซ่อมรถยนต์ไฟฟ้าด้วย
จึงฝากไปยังรัฐบาลว่า ควรจะเอาจริงเอาจัง หรือส่งเสริมให้ไทยเป็นฐานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อจะได้มีอะไหล่ให้บริการกับประชาชน และเตรียมความพร้อมให้ประเทศไทยเข้าสู่ ยุคที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้า เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมในโอกาสต่อไปอย่างยั่งยืน








