สับเละโครงสร้างพลังงาน! "อรรถวิชช์" อภิปรายเดือดกลางสภา แฉกลโกงโยกกำไรโรงกลั่นไปลงค่าการตลาด ทำคนไทยใช้ของแพงทั้งที่ราคาสิงคโปร์ดิ่งเหว ชงทางออกสุดท้าย "คุมราคาปลายทาง" เท่านั้นถึงจะจบวงจรกินรวบ
เมื่อวันที่ 10 เม.ย.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาเรื่องด่วนที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 162 ต่อเนื่องเป็นวันที่2 จากนั้น ต่อมานายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ เสนอแนะการแก้วิกฤติพลังงาน อะไรเป็นปัญหาการกักตุน ขาดแคลน ราคาไม่เป็นธรรม ภาวะขาดแคลนนำ้มันเกิดขึ้นแน่ในเดือน พ.ค. เพราะช่องแคบฮอร์มุชเปิดตัว ส่วนราคาไม่เป็นธรรม ไม่เป็นธรรมจริงเพราะน้ำมันที่อยู่ในประเทศไทยขณะนี้เป็นสต๊อกเก่า แต่คนไทยต้องใช้ราคาสมมติที่สิงคโปร์ซึ่งเป็นราคาที่แพง ดังนั้นทำให้โรงกลั่นมีกำไรมหาศาล ต้องมีการเก็บภาษีลาภลอย แต่หัวใจสำคัญของปัญหาคือ การกักตุน ตนขอเสนอทางออกคือ อยากเห็นนายกฯ และรมว.พลังงาน กำหนดเวลาขายปลีก ขายส่ง น้ำมันเบนซินและดีเซล ทันที
“เพราะมีการกักตุนมาตลอด เพราะตอนที่ราคาไม่ถึง 30 บาท มีการเสนอซื้อราคา 32 บาท พอน้ำมันกระชากขึ้น 34 บาท ได้กำไรแล้วหนึ่งสเต็ป พอขึ้น 34 บาท ไปซื้อที่ 36 บาท ราคากระชากขึ้น 39 บาท ได้กำไรสเต็ปสอง เป็นอย่างนี้ทุกขั้นที่เกิดการทำกำไร ส่วนที่ตรวจสต๊อกแล้วไม่เจอเพราะตกลงใช้ตั๋วสัญญาใช้เงินช่วงเวลานั้นเก็บไว้ในเรือ ในรถ ส่วนที่เก็บได้สำหรับโรงกลั่นขนาดใหญ่ ขอให้ลองไปดูที่ จ.สุราษฎร์ธานี จ.สงขลา ว่าทำไมออกทะเลไปแล้วถึงกักตุนได้ เพราะหน่วงเวลา” นายอรรถวิชช์ อภิปราย
นายอรรถวิชช์ กล่าวต่อว่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ตนขอความกรุณานางศุภจี สุธรรมพันธ์ รมว.พาณิชย์ ให้ออกกฎหมายกำหนดราคาตามกฎหมายที่กระทรวงพาณิชย์มีอำนาจประกาศสินค้าควบคุม แต่นางศุภจีคิดว่าไม่มีอำนาจขอให้ไปของ ครม. ในวันอังคารหน้าเพื่อกำหนดราคาได้ ทั้งนี้ที่ตนพูดไม่ใช่เพื่อค้าน แต่เชื่อมั่นว่าทำงานได้และเป็นคนเก่ง เพราะตนสิ้นหวังกับการกำกับและควบคุมจาก อดีตรมว.พลังงานคนที่แล้ว เพราะเป็นซีอีโอเก่าของ ปตท. เพราะเชื่อมั่นในการค้าเสรี ทำให้ไม่สามารถกำหนดราคาสุดท้ายได้
“การกำหนดค่าการกลั่น 7 เม.ย. ว่าจะลดค่าการกลั่น 2 บาท มีผลวันที่ 9 เม.ย. แต่สิ่งที่พบคือ ค่าการตลาด จากวันที่ 7 เม.ย. อยู่ที่ 1.50 บาท แต่เมื่อ 9 เม.ย. กระชาก 10.5 บาท เท่ากับเตะหมูเข้าปากหมา เท่ากับว่าลดค่าการกลั่น แต่ขึ้นค่าการตลาด ขอให้ตรวจเช็คด่วนว่าโครงสร้างนี้เกิดอะไรขึ้น หากไปกำหนดราคาตอนปลายจะเตะหมูเข้าปากหมาแบบนี้ไม่ได้ แบบนี้ที่เขาทำคือ โยกกระเป๋าซ้าย กระเป๋าขวา ทั้งนี้เมื่อวันที่ 8-10 เม.ย. ค่าน้ำมันสิงคโปร์ลดลง กว่า 10 บาท แต่ของไทยลด 2 บาท ขอให้เชื่อผมกำกับราคาปลายทางจะดีที่สุด” นายอรรถวิชช์ กล่าว
นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า หากคิดว่าการกำหนดราคาปลายทาง โรงกลั่นจะมีปัญหา ขอให้ไปกำหนดในพระราชกำหนดที่จะต้องจ่ายเงินคืนกองทุน ที่ต้องกู้เงินมาอยู่แล้วโดยใส่เงื่อนไขตอนคืนชดเชย ว่า ชดเชยเฉพาะต้นทุนที่แท้จริง ไม่ใช่ชดเชยกำไรของโรงกลั่น ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นทางออก ส่วนประเด็นอิหร่าน ตนขอฝากนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ให้เริ่มเจรจาขอซื้อน้ำมันอิหร่าน เพราะอินเดียเริ่มแล้ว
#อรรถวิชช์ #ราคาน้ำมัน #ค่าการกลั่น #ค่าการตลาด #พลังงานไทย #อภิปรายสภา #ข่าวการเมือง #เศรษฐกิจไทย #น้ำมันแพง #โครงสร้างพลังงาน #กักตุนสินค้า #ควบคุมราคา #ข่าววันนี้ #วิกฤตพลังงาน #ลดค่าครองชีพ #สภาเดือด #ข่าวเศรษฐกิจ #น้ำมันสิงคโปร์ #กองทุนน้ำมัน #พรรครวมไทยสร้างชาติ








