สำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ (17 ส.ค.) ว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นในไตรมาส 2 (เม.ย.-มิ.ย.) ขยายตัว 1.1% เมื่อคำนวณเป็นอัตราต่อปี ซึ่งนับเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 แต่ยังต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยมีแรงหนุนสำคัญจากมาตรการใช้จ่ายของภาครัฐ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากค่าครองชีพและราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ไตรมาสดังกล่าวถือเป็นไตรมาสแรกที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่จากสงครามอิหร่าน ซึ่งผลักดันให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศที่แท้จริง ซึ่งปรับผลกระทบจากเงินเฟ้อแล้ว ขยายตัว 0.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนลดลงเล็กน้อย 0.02% นับเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบ 8 ไตรมาส
เจ้าหน้าที่รัฐบาลญี่ปุ่นรายหนึ่งระบุว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภค ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของระบบเศรษฐกิจ ปรับตัวลดลง เนื่องจากยอดขายรถยนต์และเครื่องปรับอากาศที่ขยายตัวได้ดี ถูกหักล้างด้วยค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าที่ลดลง ประกอบกับค่าใช้จ่ายด้านอาหารกลางวันในโรงเรียนและค่าเล่าเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายปรับลดลง หลังโครงการขยายเงินอุดหนุนของรัฐบาลเริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนเม.ย.
ด้านการลงทุนของภาคธุรกิจปรับลดลง 1.2% จากไตรมาสเดือนม.ค.-มี.ค. ขณะที่การส่งออกขยายตัว 0.5% ส่วนการนำเข้าหดตัวลง 1.5% โดยมีปัจจัยจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซในทางพฤตินัย ท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการขนส่งน้ำมันดิบ
#เศรษฐกิจญี่ปุ่น #เศรษฐกิจญี่ปุ่นQ2 #จีดีพีญี่ปุ่น #GDPญี่ปุ่น #เศรษฐกิจโลก #ญี่ปุ่น #ราคาน้ำมัน #สงครามอิหร่าน #ช่องแคบฮอร์มุซ #ข่าวเศรษฐกิจ #ข่าวต่างประเทศ #ข่าววันนี้








