หนังคนละม้วน! "วีระยุทธ" รองหัวหน้าพรรคประชาชน ออกโรงชำแหละการชี้แจงนโยบายรัฐบาล ซัด "เอกนิติ" มาตรการน้ำมันนิ่งสนิทไร้ความเคลื่อนไหว พร้อมจับผิดข้อมูลราคามะพร้าว "ศุภจี" กลางสภาฯ พบตัวเลขจริงต่ำกว่ารายงานข้าราชการเท่าตัว เตือนรัฐบาลอย่าเดินตามหลังประชาชนในภาวะวิกฤต!
เมื่อเวลา 08.40 น. วันที่ 10 เม.ย.69 ที่รัฐสภา นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค กล่าวถึงการอภิปรายการแถลงนโยบายรัฐบาล ในส่วนของพรรคประชาชน เมื่อวันที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมา ว่า การชี้แจงของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เรื่องพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ และพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณรายจ่าย และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เรื่องสินค้าการเกษตร และพาณิชย์ ยืนยันว่า หากรัฐบาลจะทํา ควรจะทําให้เป็นกระบวนการที่โปร่งใส ผ่าน พ.ร.บ.โอนงบฯ ซึ่งเคยทํามาแล้ว และสามารถทําผ่านสภาได้ เพราะเมื่อปี 63 ใช้เวลาเพียง 1 สัปดาห์ในสภาเท่านั้น ไม่ได้ทําให้มีการล่าช้าแต่อย่างใด เพื่อความโปร่งใส และสะท้อนให้ประชาชนเห็นว่า จะมีการโอนงบไปใช้อะไร จึงขอให้ยืนยันอีกครั้งว่า ให้ทําผ่านสภาฯ ซึ่งใช้เวลาไม่นาน ถ้ารัฐบาลจะออก พ.ร.ก.เงินกู้ฯ ก็ต้องชัดเจนว่า ต้องใช้หรือไม่ เพราะส่วนนี้ เต็มที่คือ 5 หมื่นล้านบาทเท่านั้น และอาจส่งผลต่อการเบิกจ่ายงบประมาณที่ล่าช้า ทําให้ข้าราชการจํานวนมากลังเลจะใช้เงิน และโอนกลับไปที่รัฐบาล จึงขอความชัดเจนจากนายเอกนิติว่า จะทําอย่างไร และไหน ๆ ถ้าจะใช้ พ.ร.ก.เงินกู้ฯ แล้ว พ.ร.บ.โอนงบฯ อาจจะไม่มีความจําเป็น
เมื่อถามว่ามาตรการรองรับวิกฤตน้ำมัน นายวีระยุทธ กล่าวว่า น่าผิดหวัง เพราะสิ่งที่นายเอกนิติพูดในสภาฯ เหมือนสิ่งที่ท่านพูดมาส 2 สัปดาห์ที่แล้วอยู่เลย ไม่เห็นความเคลื่อนไหวถึงมาตรการเยียวยา ไม่มีการกระทําจริงจัง อาจรอถึงวันเสาร์ที่ 11 เม.ย.อีกครั้งหรือไม่ แต่ความเดือดร้อนของประชาชน เป็นความเดือดร้อนรายวัน ถ้าทําได้ อยากให้เริ่มทําเลย ล่าช้ามาหลายสัปดาห์แล้ว ส่วนข้อเสนอช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง เราเห็นด้วย ในเรื่องที่ทําทั้งภาพรวม และประชาชนแบบเฉพาะเจาะจง แต่เราไม่เห็นว่า ตกลงแล้วรัฐบาลจะดําเนินการกับกลุ่มไหน ที่เรียกว่ากลุ่มเปราะบาง เพราะเชื่อว่าตอนนี้ทุกกลุ่มทุกคนเปราะบางทั้งหมด ดังนั้น รัฐบาลต้องชัดเจนว่า ต้องช่วยเหลือกลุ่มไหน อย่างไร และใคร จึงขอเรียกร้องความชัดเจน ทั้งนี้ เรื่องการเยียวยา ขอให้มีมาตรการ และตัวเงินออกมาเสียที เพราะความเดือดร้อนประชาชนเป็นรายวัน
เมื่อถามว่าจะมีการยื่นร้องหรือไม่ เนื่องจากยังมีข้อสุ่มเสี่ยงที่อาจเป็นความผิด หรือขัดต่อรัฐธรรมนูญ นายวีระยุทธ กล่าวยืนยันว่า ถ้าจะโอนงบให้ทําเป็น พ.ร.บ.โอนงบฯ ผ่านสภาฯ รอบที่แล้วก็ผ่านได้ เพื่อแสดงความโปร่งใสชัดเจนกับประชาชน ส่วนเรื่องการกู้เงินเป็นอํานาจรัฐ สามารถทําได้ เหมือนตอนโควิด แต่ควรต้องสอบถามให้ชัดเจนว่า จะใช้ไปเพื่ออะไร และต้องขอให้มีการชี้แจง ว่าจะเอาไปใช้กับอะไร ขณะที่การชี้แจงของนางศุภจี สิ่งที่น่ากังวลที่สุด คือเรื่องข้อมูล เช่น มะพร้าว ที่มีการยืนยันว่า ราคาขึ้นไป 7 บาทแล้ว แต่เมื่อวานนี้ เราเช็คจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตัวเลขอยู่ที่ 3 บาทเท่านั้น จึงต้องขอเรียนนางศุภจีว่า ฟังข้าราชการอย่างเดียวไม่พอ ต้องฟังคนหน้างาน ดูข้อมูลที่แท้จริงว่า ราคาเท่าไหร่ จึงจะบริหารจัดการได้ โดยเราก็จะตามต่อว่า จะมีกระบวนการอย่างไร ในการช่วยเหลือประชาชน เรื่องมะพร้าวว่า ตกลงจะใช้ล้งกลาง ล้มชุมชน หรืออย่างไร สําคัญที่สุด คืออยากให้นางศุภจีติดตามปัญหาหน้างาน เพราะตัวเลขที่ข้าราชการรายงานอาจจะไม่ตรง
นายวีระยุทธ ยังย้ำถึงสิ่งสะท้อนชัดเจนที่สุดคือเรื่องปุ๋ย เรายืนยันว่า ได้รับข้อเรียกร้องจํานวนมาก ว่าปุ๋ยขาดตลาด ขอให้รัฐบาลช่วยตามต่อ ว่าจากไอ้โม่งน้ํามันจะไปสู่ไอ้โม่งปุ๋ยหรือไม่ เพราะไม่มีการเปิดเผยว่า ท่านตรึงราคาปุ๋ยเท่าไหร่อย่างไร แต่หน้างานมีการเรียกร้องมาแล้วว่า ปุ๋ยขาดตลาดจริง โดยเฉพาะสูตรที่เขาจําเป็นต้องใช้
เมื่อถามว่ากรณีที่นางศุภจีชี้แจงเรื่องฝุ่น P.M 2.5 โดยระบุคงไม่ได้ให้ไป จ.เชียงใหม่ 365 วันนั้น สะท้อนความคิดที่ถูกต้องหรือไม่ นายวีระยุทธ กล่าวว่า เรื่องนี้อาจจะมองมุมท่องเที่ยวอย่างเดียวไม่ได้ เพราะเราเรียกร้องถึงผู้ที่อยู่อาศัยจริง 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะคนที่อยู่ในภาคเหนือ
เมื่อถามว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ยังไม่ได้มีการขึ้นชี้แจงในสภาฯ มองว่าควรจะชี้แจงหรือไม่ นายวีระยุทธ กล่าวว่า ที่ผ่านมา รัฐบาลโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี เดินตามหลังประชาชนมากเกินไป ยิ่งภาวะวิกฤติแบบนี้ เราคาดหวังให้รัฐบาลเดินนำหน้า บอกว่าจะเกิดอะไรขึ้น และจะมีการเตรียมพร้อมอย่างไร เดินนําหน้าประชาชนหนึ่งก้าว นำหน้าภาคธุรกิจสักสองสามก้าว เพราะที่ผ่านมา มีหลายเรื่องที่ท่านก็ออกมาบอกแล้วว่า วิกฤตครั้งนี้รุนแรง ขอให้ช่วยปรับตัว แต่ก็ช้าไป และจะมีการเตรียมพร้อมสำหรับเดือนหน้าอย่างไร อย่างมาตรการสงกรานต์ ก็เพิ่งมีออกมาไม่กี่วัน แต่ยังไม่ชัดเจนว่า จะช่วยให้การเดินทางไม่สะดุดอย่างไร
เมื่อถามว่าแนวโน้วมาตรการล็อกดาวน์หลังสงกรานต์ เช่น การเปิด-ปิดปั๊มน้ำมันเป็นเวลา และมาตรการอื่น ที่อาจกระทบต่อชีวิตประจําวันของประชาชนนั้น นายวีระยุทธ กล่าวว่า เรื่องน้ำมันเป็นตัวอย่าง ว่าตกลงเป็นปัญหากักตุนหรืออย่างไร วันก่อนที่นายกฯ บอกว่า มีการใช้น้ำมันเหลือแค่ 40 กว่าล้านลิตร ข้อแรกต้องสงสัยก่อนว่า เกิดอะไรขึ้นกับระบบ มีการเอาน้ำมันที่กักตุนออกมาใช้หรือไม่ อยากให้ตรวจสอบข้อมูลก่อน ไม่เช่นนั้นจะทําให้การวางแผนนโยบายถัดจากนี้มีปัญหา เราคิดว่าข้อมูลไอ้โม่งไม่ได้จบแค่ 57 ล้านลิตรแน่นอน เรื่องรถหมื่นกว่าคันที่หายไป ไม่ติด GPS ที่ชัดเจนนั้น ก็ต้องมีข้อมูลตรวจสอบจริงจังก่อน เพราะ GPS ต้องติดทั้งเรือ และรถ เพื่อตรวจสอบเรียลไทม์ได้แล้ว ซึ่งก็ช้าไป จะทําให้การวางแผนข้อมูลน้ำมันหลังสงกรานต์ได้ดีขึ้น
เมื่อถามถึงการติดตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งพรรคประชาชนมีแนวทางว่า อาจจะติดตามเป็นรายบุคคล หรือรายกระทรวง เสมือน คณะรัฐมนตรี (ครม.) เงา นายวีระยุทธ กล่าวว่า เราติดตามเชิงประเด็นต่อแน่นอน ในแต่ละประเด็นเราเห็นว่า ขณะนี้เป็นภาวะวิกฤติ การทํางานเมื่อรัฐบาลมีวอร์รูมแล้ว เราก็ติดตามแต่ละประเด็นเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ดีสําหรับการอภิปรายนโยบายรัฐบาลต่อเนื่องเป็นวันที่สองในวันนี้ จะมีไฮไลต์ทั้งเรื่องประเด็นเศรษฐกิจต่อ และยังมีด้านอื่น ๆ อีก เช่นสังคม ความมั่นคง
#วีระยุทธ #พรรคประชาชน #รัฐบาล #เอกนิติ #ศุภจี #น้ำมัน #ราคาสินค้า #เศรษฐกิจไทย #ข่าวการเมือง #ข่าวเศรษฐกิจ #อภิปรายสภา #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline








