การเมืองทั่วไป

เดือดชายแดน! “บิ๊กโก๋” โต้กัมพูชา 6 ข้อ ย้ำชัด ไทยไม่รุกล้ำ ยึดฐานสแกมเมอร์โอเสม็ดเพื่อความมั่นคง

แชร์ข่าว

เดือดชายแดน! “บิ๊กโก๋” โต้กัมพูชา 6 ข้อ ย้ำชัด ไทยไม่รุกล้ำ ยึดฐานสแกมเมอร์โอเสม็ดเพื่อความมั่นคง

พลอากาศเอกประภาส  สอนใจดี ผช.ผบ.ทอ. ในฐานะ ผอ.ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ ไทย-กัมพูชา (JIC) ชี้แจงต่อข้อกล่าวหา ที่เกี่ยวข้องกับการปรากฏกำลังของทหารไทยในพื้นที่บริเวณช่องจอม จ.สุรินทร์ บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า

 

1. ยึดมั่นถ้อยแถลงร่วมอย่างเคร่งครัด ประเทศไทย  ขอยืนยันความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ต่อถ้อยแถลงร่วมที่ได้ตกลงกัน ในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) สมัยพิเศษ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 โดยเฉพาะ ข้อ 2 ทั้งสองฝ่ายจะคงกำลังในตำแหน่งปัจจุบัน (Troop Deployment Line) และงดเว้นการกระทำใด ๆ ที่จะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ในพื้นที่ กองกำลังฝ่ายไทยได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าว อย่างเคร่งครัด โดยไม่มีการรุกล้ำ ขยายกำลัง หรือเปลี่ยนแปลงตำแหน่งจากแนวที่ตกลงร่วมกันแต่อย่างใด

 

2. มาตรการของไทย เพื่อสถาปนาความมั่นคงและรักษาความปลอดภัย มิใช่การบังคับใช้กฎหมาย การปรากฏกำลังของฝ่ายไทย มิใช่การดำเนินการบังคับใช้กฎหมายในต่างประเทศโดยฝ่ายเดียว แต่เป็นมาตรการด้านความมั่นคงและการรักษาความปลอดภัยที่จำเป็น อันเกิดจากภัยคุกคามข้ามชาติที่มีอยู่จริงในพื้นที่ชายแดน จากการค้นพบว่ากองกำลังกัมพูชาใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นฐานทหารโจมตีไทย

 

3. ไทยควบคุมพื้นที่เพื่อป้องกันภัยคุกคามทางทหาร เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวถูกใช้เป็นฐานทหารของกองกำลังกัมพูชาเพื่อโจมตีไทย ดังนั้น การดำเนินการของไทยเป็นไปเพื่อปกป้องอธิปไตยและในลักษณะ เพื่อการป้องกัน (Defensive)จำกัดขอบเขต (Limited) มุ่งลดอันตราย (Preventive) มิใช่การใช้อำนาจเหนืออธิปไตยของประเทศอื่น

 

4. ยึดกลไกทวิภาคี ประเทศไทยยังคงยึดมั่นในการแก้ไขปัญหาผ่านกลไกทวิภาคี เช่น คณะกรรมการชายแดน ส่วนภูมิภาค (RBC) คณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) และคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) การสื่อสารอย่างต่อเนื่อง ระหว่างทั้งสองฝ่าย การดำเนินการทั้งหมดอยู่ภายใต้หลักการ ลดความตึงเครียด (de-escalation)

 

5. ยึดข้อเท็จจริง ไม่ใช่การบิดเบือน สถานการณ์ดังกล่าวไม่ควรถูกตีความผ่านกรอบของการบิดเบือนข้อมูล ข้อเท็จจริงจากหลักฐานในพื้นที่ชี้ให้เห็นว่า นอกจากการใช้อาคารสถานที่เป็นฐานทหารโจมตีไทย ยังเป็น scam compound ขนาดใหญ่ ไทยจึงเปิดให้สื่อมวลชน เข้าตรวจสอบพื้นที่เพื่อให้ข้อมูลแก่ประชาคมโลก สะท้อนถึงความโปร่งใส ของการดำเนินการของไทยในเรื่องนี้ หลักฐานที่ตรวจพบในพื้นที่ ซึ่งมีประโยชน์ต่อการศึกษา วิเคราะห์ และสนับสนุนการดำเนินการต่อต้านสแกมต่อไป

 

มีทั้ง  ซิมการ์ดจากต่างประเทศจำนวนมาก สคริปต์ การหลอกลวงหลายภาษา โครงสร้างพื้นฐานที่สอดคล้องกับการดำเนินการสแกมในระดับอุตสาหกรรม สะท้อนอย่างชัดเจนว่า พื้นที่ดังกล่าวเคยถูกใช้เป็น ศูนย์กลางอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติ ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายประเทศ ที่ต้องร่วมกันต่อต้านต่อไป

 

6. ความรับผิดชอบร่วมกัน การแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือ ไม่ใช่การเผชิญหน้า ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงร่วมกันไว้แล้ว (ถ้อยแถลงร่วม ข้อ 8 และ 10) ในการป้องกันข่าวปลอมและข้อมูลบิดเบือน ร่วมมือกันแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ การสื่อสารที่ยั่วยุหรือบิดเบือน จะยิ่งบ่อนทำลายความร่วมมือดังกล่าว

 

บทสรุป การดำเนินการของประเทศไทยตั้งอยู่บนหลักการสำคัญ 3 ประการ การเคารพข้อตกลงร่วม การคุ้มครองประชาชน การรักษาเสถียรภาพของภูมิภาค แนวทางข้างหน้าควรมุ่งไปสู่ ความร่วมมือและทางออกร่วมกัน มากกว่าการสร้างความขัดแย้งผ่านเรื่องเล่า

#ชายแดนไทยกัมพูชา #บิ๊กโก๋ #ประภาสสอนใจดี #กัมพูชา #ไทยกัมพูชา #ข่าวด่วน #ข่าวการเมือง #ข่าวความมั่นคง #ข่าวชายแดน #สแกมเมอร์ #ScamCompound #อาชญากรรมข้ามชาติ #ค้ามนุษย์ #ไซเบอร์อาชญากรรม #ข่าวต่างประเทศ #ข่าววันนี้ #JIC #GBC #RBC #JBC #สุรินทร์ #ช่องจอม #ชายแดน #ความมั่นคงไทย #Geopolitics #ข่าววิเคราะห์ #BreakingNews

 

ข่าวแนะนำ