ย้อนประวัติศาสตร์หมู่บ้านทับทิมสยาม 04 จ.สุรินทร์ สำรวจบทเรียนค่ายอพยพชายแดนไทย–กัมพูชา สะท้อนมิติด้านมนุษยธรรม การจัดการผู้ลี้ภัย และบทเรียนจากบ้านหนองจาน
วันที่ 6 ส.ค.69 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่หมู่บ้านทับทิมสยาม 04 ตำบลเทพรักษา อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ เพื่อติดตามและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับประวัติศาสตร์พื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา โดยเฉพาะเรื่องราวของค่ายอพยพในอดีต อาทิ ค่ายอพยพไซต์-บี และบทเรียนจากค่ายอพยพบ้านหนองจาน ซึ่งเคยเป็นพื้นที่รองรับผู้ลี้ภัยจากความขัดแย้งในประเทศกัมพูชา ในห้วงเดียวกัน เมื่อกว่า40ปีก่อนเช่นกันและนับเป็นหน้าประวัติศาสตร์สำคัญที่สะท้อนทั้งมิติด้านมนุษยธรรม และผลกระทบที่เกิดขึ้นในระยะยาว
นายวุฒิชัย ดวงดี ผู้ใหญ่บ้านทับทิมสยาม 04 เปิดเผยว่า ในช่วงที่ประเทศกัมพูชาเผชิญความขัดแย้ง มีประชาชนชาวกัมพูชาจำนวนมากอพยพเข้ามาพักพิงในฝั่งประเทศไทย โดยอาศัยอยู่ภายในค่ายอพยพและพื้นที่ที่รัฐจัดเตรียมไว้สำหรับผู้ลี้ภัย การดำรงชีวิตในขณะนั้นต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากหลายภาคส่วน ทั้งด้านอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค และสิ่งของจำเป็นในการดำรงชีพ
ผู้ใหญ่บ้านทับทิมสยาม 04 กล่าวอีกว่า ชุมชนไทยในพื้นที่ได้ร่วมกันให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรม พร้อมระบุว่า จากความเข้าใจของตน ผู้ลี้ภัยส่วนใหญ่รับรู้ว่าพื้นที่ที่พักอาศัยอยู่เป็นพื้นที่ฝั่งประเทศไทย ซึ่งรัฐบาลไทยได้เปิดพื้นที่เพื่อรองรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามและความไม่สงบในประเทศเพื่อนบ้าน
สำหรับการส่งผู้ลี้ภัยเดินทางกลับประเทศกัมพูชา นายวุฒิชัยกล่าวว่า การดำเนินการเป็นไปตามนโยบายของภาครัฐและความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายหลังสถานการณ์ในกัมพูชาเริ่มคลี่คลาย ผู้ลี้ภัยจำนวนมากจึงทยอยเดินทางกลับประเทศ ใช้เวลาพอสมควรจนการอพยพสิ้นสุดลง
ด้านนายพสก สุขวิเศษ อายุ 62 ปี ชาวบ้านรุ่นแรกในจำนวน 20 คนที่เข้ามาอยู่อาศัยในหมู่บ้านทับทิมสยาม 04 กล่าวว่า หากย้อนกลับไปในอดีต หากประเทศไทยสามารถบริหารจัดการการส่งผู้ลี้ภัยกลับประเทศได้ครบถ้วนตามกระบวนการ ก็อาจช่วยลดประเด็นข้อถกเถียงหรือความเข้าใจที่แตกต่างเกี่ยวกับพื้นที่ชายแดนที่เกิดขึ้นในเวลาต่อมา โดยเฉพาะที่พื้นที่บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว
ขณะที่นายสมพอง อนุวัยยา อดีตผู้ใหญ่บ้านทับทิมสยาม 04 อายุ 67 ปี ซึ่งเป็นผู้ที่เคยอยู่ในพื้นที่ช่วงเหตุการณ์ดังกล่าว ได้ร่วมให้ข้อมูลถึงสภาพความเป็นอยู่ของชุมชนในอดีต และการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่หลังสถานการณ์ชายแดนกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
ปัจจุบัน ชาวบ้านทับทิมสยาม 04 ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมตามแนวพระราชดำริ ใช้ชีวิตอย่างสงบและร่วมกันพัฒนาชุมชนให้มีความเข้มแข็ง ภายในหมู่บ้านยังคงเก็บรักษาร่องรอยทางประวัติศาสตร์ไว้ โดยมีการจัดทำหุ่นจำลองวิถีชีวิตของชาวกัมพูชาในช่วงปี พ.ศ. 2518 จัดแสดงภายในอาคารอเนกประสงค์ของหมู่บ้าน เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาเหตุการณ์ในอดีต
ทั้งนี้ ประเด็นเกี่ยวกับพื้นที่ชายแดนและการอ้างสิทธิ์ต่าง ๆ เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ หลักฐานทางกฎหมาย และการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยข้อมูลจากการลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการนำเสนอประสบการณ์และความคิดเห็นของชาวบ้านในฐานะผู้ที่เคยอยู่ร่วมกับเหตุการณ์ เพื่อสะท้อนบทเรียนทางประวัติศาสตร์ด้านมนุษยธรรมและการบริหารจัดการผู้ลี้ภัย ซึ่งยังคงมีคุณค่าสำหรับการศึกษาและการเรียนรู้ของสังคมในปัจจุบัน
นอกจากนี้ ชาวบ้านยังสะท้อนว่า บทเรียนจากค่ายอพยพบ้านหนองจานแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนอย่างเป็นระบบ รวมถึงการจัดทำข้อมูลและหลักฐานที่ชัดเจน เพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อนและลดโอกาสเกิดข้อพิพาทในอนาคต








