ระบบรักษาความปลอดภัยสภาฯ พ่นพิษ! สื่อมวลชนโวยเกณฑ์ใหม่บังคับส่งชื่อล่วงหน้า 1-2 วัน ทำสื่อหลักพลาดทำข่าวหมายด่วนเพียบ แฉมาตรฐานลักลั่น ยูทูบเบอร์อาศัยเส้น สส. เดินเข้า-ออกสบายตา ขณะบัตรสื่อประจำสภายังทำไม่เสร็จ หวั่นแถลงนโยบายพรุ่งนี้วุ่นหนัก เตรียมเคลียร์ใจฝ่าย รปภ. บ่ายสองวันนี้
วันที่ 8 เม.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า การรักษาความปลอดภัยและความลักลั่นในการคัดกรองบุคคลเข้า-ออกอาคารรัฐสภา หลังสำนักรักษาความปลอดภัย สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ยกระดับมาตรการใหม่สำหรับสื่อมวลชนที่ไม่ได้ประจำรัฐสภา (สื่อจร) โดยกำหนดให้ต้นสังกัดต้องส่งรายชื่อล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 วันต่อสำนักประชาสัมพันธ์ จากเดิมที่สามารถให้สมาชิกรัฐสภา หรือสื่อประจำสภาฯเป็นผู้รับรองหน้างานได้
จากการตรวจสอบการปฏิบัติงานจริงพบว่า มาตรการดังกล่าวสร้างอุปสรรคต่อการทำงานของสื่อมวลชนอย่างมาก เนื่องจากลักษณะงานการเมืองในสภาฯ มีการแถลงข่าวด่วน หรือเหตุการณ์เฉพาะหน้าที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ ทำให้สื่อหลักหลายสำนักไม่สามารถส่งรายชื่อได้ทันตามกรอบเวลา ส่งผลให้ตกหมายและไม่สามารถเข้าไปทำหน้าที่สะท้อนข้อเท็จจริงสู่สาธารณะได้
นอกจากนี้ ยังมีเสียงสะท้อนถึงมาตรฐานที่ลักลั่น โดยพบว่าสื่อมวลชนที่ไม่มีสังกัดชัดเจน หรือยูทูบเบอร์บางกลุ่ม สามารถเข้า-ออกอาคารได้โดยง่ายเพียงแค่มี สส. ให้การรับรอง เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสภาเกรงใจฝ่ายการเมือง ขณะที่สื่อมวลชนที่มีต้นสังกัดชัดเจนกลับถูกบังคับใช้ระเบียบอย่างเคร่งครัด รวมถึงยังมีรายงานการลักลอบเข้าอาคารผ่านชั้นใต้ดิน และจุดเสี่ยงอื่นๆ ที่ระบบรักษาความปลอดภัยยังเข้าไม่ถึง
ขณะที่สื่อมวลชนบางส่วนได้มีการทวงถามผ่านช่องทางออนไลน์ถึงความคืบหน้าในการจัดทำ บัตรสื่อมวลชนประจำรัฐสภา ซึ่งจนถึงปัจจุบันสำนักประชาสัมพันธ์ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ยิ่งสร้างความกังวลต่อการบริหารจัดการพื้นที่สื่อในช่วงวันแถลงนโยบายรัฐบาลที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ (9-10 เม.ย.) ซึ่งจะมีกองทัพสื่อมวลชนจำนวนมากเข้ามาปฏิบัติหน้าที่
อย่างไรก็ตาม แม้สื่อมวลชนจะพยายามสอบถามถึงมาตรฐานการรับรองที่ชัดเจน และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในกรณีหมายด่วน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับคำชี้แจง หรือแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมจากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตามเวลา 14.00 น.ฝ่ายรักษาความปลอดภัย ได้นัดตัวแทนสื่อมวลชนประจำสภาฯ พร้อมฝ่ายประชาสัมพันธ์ไปประชุมร่วมกัน ที่ชั้น B1 ห้องประชุมตำรวจสภา








