วันที่ 2 เม.ย.69เวลา 11.00 น.ที่บริเวณ ประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล มีกลุ่มสมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.), สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) และพรรคสังคมประชาธิปไตยไทย (สปท.) ยอดมวลชน 100 คน นำโดย นายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานสมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.) และนายมานพ เกื้อรัตน์ เลขาธิการ สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้เร่งแก้ไขวิกฤตปัญหาน้ำมันขาดแคลนราคาแพง และค่าไฟฟ้า สินค้า ราคาแพง โดยมีข้อเสนอแนวทางดำเนินการต่อนายกรัฐมนตรี จำนวน 7 ข้อ ดังนี้
1. ขอให้รัฐบาลควบคุมราคาพลังงาน ลดค่าการกลั่นให้เหลือลิตรละ 2 บาท ยกเลิกการเก็บ ภาษีที่ซ้ำซ้อน ในสถานการณ์เฉพาะหน้าต้องกำหนดราคาน้ำมันโดยเฉพาะดีเซลไม่เกินลิตรละ 30 บาท ต้อง บริหารจัดการไม่ให้น้ำมันขาดแคลน ต้องหยุดการส่งออกน้ำมันไปต่างประเทศ เพื่อให้น้ำมันเพียงพอต่อการใช้ ในประเทศ และต้องเรียกเงินชดเชยจากกลุ่มทุนที่กักตุนน้ำมันที่ประชาชนเรียกกันว่า ลาภกักตุน-ลาภลอย คืนแก่ ประชาชน
2. หยุดการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ดำเนินการเพื่อนำ ปตท. และกิจการโรงกลั่นน้ำมัน กลับคืน มาเป็นของรัฐ เพื่อการบริหารจัดการน้ำมันและก๊าซอย่างเป็นธรรมเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน
3. รัฐต้องเปิดเผยข้อมูลการผลิตและการกลั่นน้ำมันในประเทศและการนำเข้าจากต่างประเทศ ให้แก่ประชาชนได้รับทราบว่ามีจำนวนและสัดส่วนเท่าใด
4. รัฐต้องตรวจสอบเอาผิดกับโรงกลั่น บุคคล นิติบุคคล ที่มีการกักตุนน้ำมัน รวมทั้งการปรับ ขึ้นราคาทั้ง ๆ ที่เป็นน้ำมันสต๊อกเก่าอย่างเร่งด่วน
5. ขอให้นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจพิเศษในการบริหารกิจการพลังงานในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อให้มีการควบคุมราคาน้ำมันอย่างจริงจังและการบริหารจัดการกิจการสาธารณะด้านพลังงาน (น้ำมัน) ของ ประเทศให้ประชาชนได้เข้าถึง อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม
6. รัฐต้องมีมาตรการควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อควบคุมไม่ให้ค่าครองชีพสูงขึ้น และป้องกันการซ้ำเติมประชาชนในช่วงวิกฤต
7. ในกิจการไฟฟ้ารัฐต้องยกเลิกสัญญาทาสการซื้อไฟฟ้าที่แพงจากกลุ่มทุนเอกชนเพราะเป็น ภาระให้ประชาชนจ่ายค่าไฟฟ้าในราคาที่แพง และให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยกลับมาเป็นองค์กร หลักในการผลิตไฟฟ้าให้แก่ประเทศชาติและประชาชน
ต่อมา เวลา 10.58 น. มวลชนทยอยเข้าพื้นที่ด้านประตู 5 ทำเนียบรัฐบาลอยู่ระหว่างรอมวลชนใหญ่มาเพิ่มเติม กลุ่มฯ ยังไม่มีการจัดกิจกรรมใดๆ







