เมื่อเวลา 13.15 น. วันที่ 1 เม.ย. 2569 ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานเปิดตัวโครงการ “ไทยช่วยไทย” ลดภาระ ลดค่าครองชีพ โดยมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ผู้บริหารกระทรวง ภาคเอกชน ห้างค้าส่งและค้าปลีก ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่าย เข้าร่วมงานด้วย
โดยนายกฯ กล่าวว่า วันนี้ตนมีความยินดีและดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการไทยช่วยไทยลดภาระลดค่าของชีพซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างทันท่วงทีเราทราบกันดีว่าสถานการณ์ความขัดแย้งการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงทวีความรุนแรงส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ราคาพลังงานในภาวะเศรษฐกิจที่ค่าของชีพของประชาชนในหลายประเทศทั่วโลกประเทศไทยของเราเป็นประเทศหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากสภาวะการนี้ด้วย
อย่างไรก็ตามรัฐบาลได้คำนึงถึงผลกระทบดังกล่าวที่ส่งผลต่อความเป็นอยู่ของประชาชน รัฐบาลจึงได้ขอให้ทางกระทรวงพาณิชย์เร่งดำเนินการออกมาตรการต่างๆเพื่อดูแลราคาสินค้าอุปโภค บริโภคที่จำเป็นสำหรับประชาชนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน โดยกระทรวงพาณิชย์ได้มุ่งเน้นการสร้างทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภคด้วยการร่วมมือกับผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรด ที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศและผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อสนับสนุนให้สินค้าที่จำเป็นในการดำเนินชีวิตของประชาชนมีราคาที่เหมาะสม และเข้าถึงได้ง่ายมากยิ่งขึ้นโดยมีราคาที่ถูกกว่าราคาที่หาได้ตามท้องตลาด เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าของชีพของประชาชน
นายกฯ กล่าวต่อว่า ตนต้องขอขอบคุณรมว.พาณิชย์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ อธิบดีและข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ทุกคน ตนทราบดีว่าทุกท่านได้ใช้ความพยายามเป็นอย่างยิ่งในการที่จะจัดหาสินค้าเหล่านี้เพื่อมาลดภาระลดความเดือดร้อนของประชาชนที่จะต้องกล่าวถึงและอาจจะต้องพูดได้ว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความร่วมมืออันดีจากท่านทั้งหลายที่เป็นผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย หลายรายที่ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค ทั้งสินค้าที่ร้านค้าปลีกหรือห้างสรรพสินค้าเป็นเจ้าของแบรนด์ (กลุ่มเฮาส์แบรนด์)ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสินค้าผ่านมาตรฐานคุณภาพดีสามารถใช้อุปโภคบริโภคได้ในราคาสมเหตุสมผล
เราพยายามจะหาสินค้าที่ชาวบ้านเข้าถึงได้ในราคาที่ต่ำกว่าราคาป้ายและราคาภาษาทางราชการใช้คำว่าราคาสมเหตุสมผลที่ประชาชนสามารถจับต้องได้ง่ายฟังดูอาจจะมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนได้ พูดง่ายๆวันนี้กระทรวงพาณิชย์รับนโยบายกระทรวงรัฐบาลในการไปหาสินค้าที่ทางผู้ผลิตยินดีที่จะลดราคาต้นทุนค่าการตลาด เนื่องจากผู้ผลิตเหล่านี้เป็นคนไทยด้วยกันรับทราบถึงความเดือดร้อนถึงสถานการณ์และต้องการมีจิต ที่เป็นกุศลเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระคนไทย
ในขณะเดียวกันก็จะทำให้สินค้าเหล่านี้ได้ถูกแพร่กระจายไปยังผู้บริโภคในวงกว้างมากยิ่งขึ้น เพื่อให้เข้าถึงได้ง่ายมากยิ่งขึ้น สินค้าถึงแม้จะเป็นสินค้ารองลงมา แต่คุณภาพ ตนได้ถามปลัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นเพื่อนนักเรียนของตนตั้งแต่อนุบาล เขาไม่โกหกตนแน่ คุณภาพอาจจะไม่สวยงามเท่า สินค้าที่อยู่ในห้าง แต่ตรงนี้ทำให้เรามีความมั่นใจว่าประชาชนก็จะสามารถที่จะเข้าถึงสินค้าเหล่านี้ได้และสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอนคือประชาชนจะสามารถประหยัดเงินในกระเป๋า เพื่อมาซื้อสินค้าอุปโภค บริโภค ซึ่งเป็นสินค้าที่มีความจำเป็นที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวันของพวกเราทุกวัน
นายกฯ กล่าวอีกว่า วันนี้ตนก็ตั้งใจมาซื้อของเยอะ ที่บ้านยาสีฟันหมด เพื่อพิสูจน์ว่าปลัดกระทรวงพาณิชย์ได้พูดกับตนจริงหรือไม่ เพราะตนทราบยี่ห้อที่ตนต้องซื้อแล้วว่ายาสีฟันวันนี้ต้องซื้อยี่ห้ออะไร ถ้าเทียบกับที่ตนใช้อยู่ทุกวันถ้ามีรสเค็มๆ และรสสะอาดๆข้างนอกถึงจะเป็นยี่ห้ออะไรก็แล้วแต่ แต่ถ้าข้างในคุณภาพเดียวกัน ประชาชนก็ไม่ได้สูญเสียอะไร และยังสามารถที่จะช่วยประหยัดเงินได้ด้วย นี่คือสิ่งที่กระทรวงพาณิชย์ได้ตอบสนองนโยบายของรัฐบาลด้วยความมีประสิทธิภาพ ตนได้ทำงานกันอย่างใกล้ชิดกับทางกระทรวงพาณิชย์และได้เห็นถึงความตั้งใจและความมุ่งมั่นรับทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นของประชาชนในยามวิกฤตเหล่านี้
พวกเราทุกคนตั้งใจอย่างเต็มที่ที่จะ สร้างสิ่งที่เป็นการลดภาระให้กับประชาชนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่ใช่จะมาลดภาระค่าของชีพของประชาชนเท่านั้นแต่ยังเป็นการเปิดโอกาสทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการรายย่อยและสินค้าแบรนด์ทางเลือกให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้น เพื่อให้คนไทยสามารถก้าวผ่านความท้าทายทางเศรษฐกิจได้อย่างมั่นคง
“โครงการนี้เป็นการช่วยคนไทยไม่ต้องไปพึ่งพาใครเราต้องช่วยเพื่อนร่วมชาติของเราทุกคนด้วยความเต็มใจด้วยความรัก ความสมานสามัคคี สมัยเป็นเด็กมีเพลงอยู่ท่อนหนึ่งที่บอกว่า ถ้าไทยไม่ช่วยไทยแล้วใครจะมาช่วยเรา และจบด้วยคำว่าไทยเพื่อไทย อุดหนุนไทย ไทยพวกเรา คนแต่งเพลงนี้มาจากอนาคตเหมือนกันเมื่อ 30 40 ปีก่อนเป็นเพลงที่ฟังแล้วมันติดอยู่ในมโนสำนึก
เราก็ถือว่านี่เป็นสิ่งที่เราควรจะต้องดำเนินต่อไปมันเป็นสัจธรรมเป็นสิ่งที่พวกเราทุกคนพึงจะปฏิบัติ ไม่ใช่เฉพาะในยามข้าวยากหมากแพงหรือในยามที่มีวิกฤตการณ์ใดๆก็ตามแต่ในยามปกติเราก็ต้องรักกันสามัคคีกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน เป้าหมายทั้งหลายที่เราต้องการให้ประเทศไทยเป็นเหมือนที่เราอยากเห็นประเทศไทยมีสถานะในเวทีโลก ประชาชนอยู่ดีมีสุขมันจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนไม่ใช่เรื่องยากมั่นใจว่าพวกเราทำได้ถ้าเราร่วมมือทาน“ นายกฯ กล่าว
ทั้งนี้ ภายหลังเปิดตัวโครงการฯ นายกฯเยี่ยมชมบูธ ร้านค้าต่างๆที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย ลเภาระลดค่าครองชีพ ซึ่งเป็นสินค้าราคาถูก โดยนายกฯ ได้เดินแวะอุดหนุนซื้อสินค้าตามบูธต่างๆ พร้อมจ่ายเงินสดด้วยเงินตัวเอง และหันมาบอกผู้สื่อข่าว ว่า “วันนี้ซื้อไปยังไม่ถึง 1,000 บาทเลย” ก่อนจะเดินไปซื้อยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก กระดาษทิชชู น้ำยาล้างจาน ข้าวสาร ลำใยกระป๋องในน้ำเชื่อม และลิ้นจี่กระป๋องในน้ำเชื่อม ไข่ไก่ 1 แผง ยาสระผม ครีมอาบน้ำ สบู่อาบน้ำนกแก้ว ข้าวกล้องถุงละ 5 กิโลกรัม 1 ถุง
นอกจากนี้นายกฯ ยังได้แวะร้านขายข้าวสาร โดยบอกว่า สามารถสั่งไปได้เยอะๆได้ใช่หรือไม่จะนำไปเยี่ยมชาวบ้าน ก่อนซื้อข้าวสาร 5 ถุงๆละ 5 กิโลกรัม และชิมข้าวหอมมะลิใหม่ 100% ที่หุงสุกแล้ว และซื้อน้ำมันปาล์ม 12 ขวด โดยนายกฯบอกว่า จะเอาน้ำมันไปผัดข้าวผัดและกับข้าว และนำสินค้าที่ซื้อทั้งหมดใส่รถเข็นและเข็นรถเข็นออกมาด้วยตัวเอง








