“เอม-โอ๊ค พร้อมคู่สมรส” ตัวแทนครอบครัวเยี่ยม “ทักษิณ” ครั้งที่ 52 เผยคุณพ่อมีตาแดงเล็กน้อย อาจมาจากความดันและเส้นเลือดฝอย ย้ำ ไม่มีอะไรน่าห่วง ยังสุขภาพดี กำลังใจดี “โอ๊ค” แจง ไม่ได้คุยเรื่อง “คปท.” กรณียื่นหนังสือค้านพักโทษพ่อต่อกรมราชทัณฑ์ มองการพักโทษเป็นไปตามระบบ ส่วน “ทนายวิญญัติ” เผย ไม่ทราบผลประชุมของคณะกรรมการระดับเรือนจำกลางคลองเปรม หลังกำหนดการสิ้นเดือน มี.ค. สื่อจับตาผลประชุมคณะกรรมการพักโทษระดับเรือนจำกลางคลองเปรม ไฟนอลชื่อผู้ต้องขังเข้าเกณฑ์พักโทษภายใน 31 มี.ค. ก่อนสรุปส่งคณะกรรมการระดับกรมราชทัณฑ์พิจารณา ย้ำ กรณีกลุ่ม คปท. ยื่นค้านพักโทษทักษิณ มอง ชอบทำเป็นประจำ โต้ จะดำเนินการสิ่งใด ต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ไม่ควรเอาความรู้สึกมากำหนดว่าใครควรหรือไม่ควร เชื่อ ”เรือนจำฯ” มีกฎเกณฑ์-หลักเกณฑ์-หลักกฎหมาย-ระเบียบรองรับ
เมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 30 มี.ค. ที่ เรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร สมาชิกครอบครัวชินวัตร นำโดย นายพานทองแท้ ชินวัตร หรือโอ๊ค บุตรชายคนโตของนายทักษิณ ชินวัตร น.ส.ณัฐฐิญา ปวงคำ หรือติ๊ก (ภรรยา) และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ หรือเอม บุตรสาวคนกลางของนายทักษิณ พร้อมด้วย นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ (สามี) ร่วมกันเป็นตัวแทนครอบครัวเดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งในครั้งนี้จะเป็นการเยี่ยมครั้งที่ 52 พร้อมกับนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ โดยปัจจุบันนายทักษิณได้ถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำ เป็นระยะเวลา 6 เดือน กับอีก 21 วัน โดยยังคงมีกลุ่มคนเสื้อแดงเดินทางมาให้กำลังใจครอบครัวชินวัตรทุกวันจันทร์และวันพฤหัสบดีตามกำหนดวันเยี่ยมญาติ และทุกวันอาทิตย์ยังมีเวทีปราศรัยหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม สลับหมุนเวียนแกนนำคนเสื้อแดงขึ้นเสวนาจนกว่าจะถึงเช้าวันจันทร์ที่ 11 พ.ค.69 ซึ่งนายทักษิณ จะได้รับการปล่อยตัวพักโทษเพื่อคุมประพฤติ เนื่องด้วยครบกำหนดการรับโทษมาแล้ว 2 ใน 3 (หรือ 8 เดือน) จากอัตราโทษ 1 ปี เข้าเกณฑ์พักโทษกรณีทั่วไป ทั้งนี้ เมื่อ น.ส.พินทองทา และสามี เดินทางมาถึงเรือนจำฯ ก็ได้ยกมือไหว้สวัสดีสื่อมวลชนและคนเสื้อแดงที่มารอต้อนรับให้กำลังใจ โดยยังไม่มีการให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด จากนั้นทั้งหมดเดินเข้าประตู 1 ของเรือนจำฯ เพื่อไปยังจุดเยี่ยมญาตินายทักษิณ ชินวัตร
ต่อมาเวลา 11.30 น. ภายหลังจากที่ครอบครัวชินวัตรได้ใช้เวลาเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ภายในเรือนจำฯ ประมาณ 30 นาที นายพานทองแท้ ชินวัตร ได้เดินออกมา ก่อนอุทานตกใจว่า ทำไมวันนี้คนมาเยอะจัง และบอกต่อว่าวันนี้การเยี่ยมคุณพ่อยังปกติดีเหมือนเดิม สุขส่วนภาพของคุณพ่อก็สบายดี
ขณะที่ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ ถามสื่อมวลชนว่าวันนี้มีอะไรพิเศษหรือเปล่าคะ และกล่าวต่อว่า แต่วันนี้คุณพ่อมีตาแดงเล็กน้อย น่าจะมาจากความดันและเรื่องเส้นเลือดฝอยนิดหน่อย แต่ไม่มีอะไร ท่านยังกำลังใจดี
เมื่อถามว่าในสิ้นเดือน มี.ค. ทางคณะกรรมการระดับเรือนจำกลางคลองเปรม จะมีการประชุมรายชื่อผู้ต้องขังที่มีเกณฑ์ได้รับการพิจารณาพักโทษ แต่ทางกลุ่ม คปท. ได้ยื่นหนังสือคัดค้านขอให้กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ทบทวนการพักโทษนายทักษิณนั้น ทาง น.ส.พินทองทา ได้พยักหน้ารับฟังคำถามสื่อมวลชนแต่ไม่ได้ตอบคำถาม ส่วนนายพานทองแท้ ได้ขอให้สื่อสอบถามกับทางทนายวิญญัติ ชาติมนตรี แทน เพราะเราไม่ได้คุยกันเรื่องนี้เลย ส่วนจะมีความกังวลหรือไม่นั้น ตนมองว่ามันเป็นไปตามระบบ ส่วนเมื่อถามเรื่องปัญหาน้ำมันราคาแพง ปรากฏว่าทั้งคู่ไม่ได้ตอบคำถามแต่อย่างใด ก่อนยกมือไหว้กล่าวขอบคุณสื่อมวลชนและเดินทางกลับออกจากเรือนจำฯ
ด้าน ทนายวิญญัติ ชาติมนตรี เปิดเผยว่า สำหรับเรื่องการประชุมของคณะกรรมการระดับเรือนจำกลางคลองเปรม กรณีพิจารณารายชื่อผู้ต้องขังเด็ดขาดที่มีเกณฑ์ได้รับพิจารณาโครงการพักการลงโทษ ว่า เรื่องนี้ตนไม่ทราบจริง ๆ น่าจะเป็นเรื่องภายใน ซึ่งตนไม่มีข้อมูล
ส่วนกรณีที่กลุ่ม คปท. ได้ส่งหนังสือคัดค้านพักโทษนายทักษิณ ชินวัตร เพื่อขอให้กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ทบทวนการพักโทษ ทางเรือนจำฯ ได้ประสานมาทางทนายเพื่อขอข้อมูลใดหรือไม่นั้น ทนายวิญญัติ แจงว่า ยังไม่มีอะไรแจ้งมา แต่เรื่องนี้ทางกลุ่ม คปท. เขาก็ทำเป็นประจำอยู่แล้ว แต่การดำเนินการใด ๆ ต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง จะเอาความรู้สึกมาบอกว่าคนนั้นควรคนนี้ไม่ควร แบบนี้คงไม่ใช่ แต่ตนเชื่อว่าเรือนจำฯ มีกฎเกณฑ์อยู่แล้ว มีทั้งหลักเกณฑ์และหลักกฎหมาย ระเบียบ ทั้งนี้ เรื่องผลการพิจารณาที่ผู้สื่อข่าวสอบถามมานั้น ตนไม่ทราบจริง ๆ
ส่วนเรื่องความคืบหน้าและข้อกังวลในคดีมาตรา 112 นั้น ทนายวิญญัติ กล่าวว่า ยังไม่มีอะไรเพิ่มเติม และอยู่ระหว่างดำเนินการแก้อุทธรณ์ อย่างไรก็ดี ในเรื่องของปัญหาน้ำมันขาดแคลน และมีราคาแพง ทางลูก ๆ ของท่านทักษิณก็ได้ให้สัมภาษณ์ไปแล้วว่าท่านทักษิณก็มีความเป็นห่วง แต่ท่านยังไม่ได้มีแนวทางแนะนำอะไร ซึ่งเรื่องวิกฤตน้ำมันก็เป็นข่าวดังไปทั่วโลก โดยเฉพาะสงคราม ยิ่งเราเป็นประเทศที่เป็นกลาง ก็ต้องดำรงสถานะของเราไว้.
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับกระบวนการพิจารณารายชื่อและคุณสมบัติของผู้ต้องขังเด็ดขาด เรือนจำกลางคลองเปรม ในรอบของนายทักษิณ ชินวัตร จะเสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 มี.ค.69 ซึ่งเรือนจำกลางคลองเปรมจะดำเนินการนำรายชื่อนักโทษเด็ดขาดที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเข้าที่ประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยพักการลงโทษประจำเรือนจำ ประกอบด้วย ผู้บัญชาการเรือนจำฯ เป็นประธาน ผู้แทนกรมการปกครอง ผู้แทนกรมคุมประพฤติ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเจ้าพนักงานเรือนจำซึ่งผู้บัญชาการเรือนจำแต่งตั้ง จำนวน 2 คน เป็นคณะทำงาน และให้เจ้าพนักงานเรือนจำคนหนึ่งเป็นเลขานุการ จากนั้นคณะกรรมการฯ จะดำเนินการตรวจสอบบัญชีรายชื่อนักโทษเด็ดขาดซึ่งสมควรได้รับพักการลงโทษ และเอกสารที่เกี่ยวข้อง และเมื่อคณะกรรมการฯ เห็นชอบ ให้ผู้บัญชาการเรือนจำฯ เสนอรายชื่อนักโทษเด็ดขาดซึ่งสมควรได้รับพักการลงโทษไปยังกรมราชทัณฑ์
ขั้นตอนถัดไป คณะกรรมการระดับกรมราชทัณฑ์ พิจารณากลั่นกรองตรวจสอบความสมบูรณ์ครบถ้วนของเอกสารตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด และเสนอรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์ไปยังคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานอนุกรรมการ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาพฤตินิสัย อธิบดีกรมคุมประพฤติ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนสำนักงานศาลยุติธรรม ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนกรมการปกครอง ผู้แทนกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ที่กำกับดูแลกองทัณฑปฏิบัติ เป็นอนุกรรมการ และมีผู้อำนวยการกองทัณฑปฏิบัติ เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ ผู้อำนวยการกลุ่มงานพักการลงโทษ เป็นอนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบพักการลงโทษ สั่งเพิกถอนพักการลงโทษ กำหนดเงื่อนไขการคุมประพฤติ กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาพักการลงโทษ และพิจารณาวินิจฉัยพักการลงโทษ ให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 52
ต่อมาเมื่อคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบการพักการลงโทษกับนักโทษเด็ดขาด โดยการนำเหตุปัจจัยมาพิจารณาให้ความเห็นชอบ ไม่ว่าจะเป็นพฤติการณ์แห่งคดีที่ได้กระทำและการกระทำความผิดที่ได้กระทำมาก่อนแล้ว ระยะเวลาการคุมประพฤติ ความน่าเชื่อถือและความเหมาะสมของผู้อุปการะในการควบคุมดูแลนักโทษเด็ดขาดให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขจนกว่าจะพ้นโทษ มีพฤติการณ์ในระหว่างถูกคุมขังจนน่าเชื่อว่าได้กลับตนเป็นคนดี ผลกระทบด้านความปลอดภัยของสังคม และผ่านการแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู และพัฒนาพฤตินิสัยภายในเรือนจำ ตามข้อ 44 แห่ง กฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ พ.ศ. 2562 นำมาพิจารณาประกอบด้วย
และเมื่อคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ หรือรัฐมนตรีอนุมัติพักการลงโทษและให้ปล่อยตัวนักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับพักการลงโทษ ให้แจ้งผลการอนุมัติให้ผู้บัญชาการเรือนจำทราบ และมีหนังสือแจ้งพนักงานคุมประพฤติและพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจในท้องที่ที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการปล่อยตัวเข้าไปพักอาศัยทราบภายในเวลาอันสมควร และนักโทษเด็ดขาดต้องไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติในที่ที่ไปพักอาศัยภายในระยะเวลาที่กำหนด และจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในหมวด 9 (เงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการปล่อยตัวก่อนครบกำหนดโทษต้องปฏิบัติ) แห่งกฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ พ.ศ. 2562 ต่อไป
#ทักษิณ #เอมโอ๊ค #พักโทษ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline








