ตลอดช่วงปีที่ผ่านมา กระแสข่าวเรื่องการ "เซ้งพรรค" หรือการปล่อยให้กลุ่มทุนใหญ่เข้ามากุมบังเหียนพรรคเพื่อไทยเพื่อเป็นฐานอำนาจใหม่นั้นหนาหูขึ้นเรื่อยๆ ผ่านการขยับหมากวางบทบาทแคนดิเดตนายกฯ และผู้อำนวยการพรรคของ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ที่เป็นหัวจ่ายหลักในการเลือกตั้ง ทำให้ถูกมองว่า “จึงรุ่งเรืองกิจ” พยายามจะแผ่อิทธิพลเข้าสู่โครงสร้างบริหารระดับสูงหรือยึดพรรค
แต่ทว่าการจัดโผรัฐมนตรีล่าสุดกลับทำลายข่าวเหล่านั้นลงแบบไม่เหลือซาก!! แม้ก่อนหน้านี้ในห้วงเวลาที่ ทักษิณ ชินวัตร ต้องสูญสิ้นอิสรภาพในเรือนจำนั้น มีข่าวว่าเขาได้ส่งสัญญาณให้ตระกูล “จึงรุ่งเรืองกิจ” เข้ามาเทคโอเวอร์พรรคแล้ว ท่ามกลางแรงต้านจากขั้วอำนาจเก่า
การผงาดขึ้นมาของ "พลังหญิงสามประสาน" อันประกอบด้วย คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ แพทองธาร ชินวัตร คือกลไกสำคัญที่ทำให้เกิดการ "ทวงคืนอำนาจ" ในพรรคเพื่อไทย พวกเขาเลือกที่จะเลือกคน "ของตัวเอง" และคนที่มี "ดีเอ็นเอ" ผูกพันกับตระกูลโดยตรงขึ้นมาคุมจุดยุทธศาสตร์สำคัญ แทนที่จะปล่อยให้โควตากระจายไปตามแรงกดดันของกลุ่มทุน
ตัวเลขที่น่าสนใจที่สุดในโผนี้คือการดัน "นิวเจน" สายตรงขึ้นแท่นรัฐมนตรีช่วยถึง 3 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นการจัดสรรตามโควตาภาคอย่างเป็นระบบภายใต้สายตาของ "นายหญิงน้อย"
ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ว่าที่ รมช.เกษตรและสหกรณ์ สส.เชียงราย ลูกสาวคนเก่งของ "ยงยุทธ ติยะไพรัช" ขุนพลคู่บารมีทักษิณมาตั้งแต่ยุคไทยรักไทย การส่ง "โฮม" เข้าคุมกระทรวงเกษตรฯ คือการตอกย้ำว่าพื้นที่ภาคเหนือยังเป็นสมบัติล้ำค่าของชินวัตรที่ใครจะมาแทรกแซงไม่ได้
วัชระพล ขาวขำ ว่าที่ รมช.เกษตรและสหกรณ์ สส.อุดรธานี ทายาทของ "วิเชียร ขาวขำ" บ้านใหญ่แห่งแดงอุดรฯ นี่คือตัวแทนจากภาคอีสานที่การันตีความภักดีต่อแบรนด์เพื่อไทยในระดับฐานราก เป็นการคานอำนาจกลุ่มทุนด้วย "บารมีท้องถิ่น" ที่ตัดไม่ขาดจากสายสัมพันธ์เดิม
อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ ว่าที่ รมช.ศึกษาธิการ สส.กาญจนบุรี ดาวรุ่งสายนักธุรกิจที่เป็นเพื่อนสนิทกับกลุ่ม "ชินวัตร รุ่นลูก" และมีความใกล้ชิดกับ "มดดำ คชาภา" การได้เก้าอี้กระทรวงเกรด A อย่างศึกษาธิการ สะท้อนว่านายกฯ แพทองธาร ต้องการคนรุ่นใหม่ที่มีความคล่องตัวสูงและเข้าถึงหัวใจของคนรุ่นใหม่มาทำงานใน "โควตาส่วนตัว"
ในขณะที่สถานการณ์ของกลุ่ม "2 ส." ถอยจนแทบตกคลอง โดยเฉพาะเมื่อไม่สามารถผลักดันให้ สมศักดิ์ เทพสุทิน ขึ้นมากินตำแหน่งรัฐมนตรีได้ ทำให้พลาดสถิติรัฐมนตรีตลอดกาล ในจังหวะที่พรรคภูมิใจไทยเองก็แน่นขนัดด้วยบ้านใหญ่ยึดหัวหาด นั่นทำให้ 2 ส. ตกอยู่ในภาวะติด "กับดักทางการเมือง"
เพราะแม้กลุ่มจึงรุ่งเรืองกิจจะคิดขยับขยายอิทธิพลไปทางค่ายสีน้ำเงินอย่างภูมิใจไทยก็ไม่ทันแล้ว การจะย้ายพรรคในนาทีนี้จึงทำได้ยากและไม่ทันการณ์ พวกเขาจึงจำต้อง "อดทนจนกว่าจะแลนด์" หรือรอเวลาให้คลื่นลมสงบเพื่อหาลู่ทางใหม่ แต่ในระหว่างนี้ อำนาจการสั่งการในเพื่อไทยได้ถูก "พลังหญิง" ยึดคืนไปหมดสิ้นแล้ว
สิ่งที่ต้องจับตาด้วยใจระทึกคือหมุดหมาย "11 พฤษภาคม 2569" เมื่อคุณทักษิณได้รับอิสรภาพอย่างเป็นทางการ พลังหญิงที่ชิงพรรคคืนมาได้ในวันนี้ จะผนึกกำลังกับ "นายใหญ่" เพื่อกระชับพื้นที่อำนาจให้เข้มข้นยิ่งขึ้นไปอีก หรือขยับขยายให้กลุ่ม “2 ส.” ได้กลับมามีพื้นที่ เพื่อระบายแรงดันหรือความเดือดในพรรค
#เพื่อไทย #แพทองธาร #ทักษิณ #ตระกูลชินวัตร #จัดโผรัฐมนตรี #การเมืองไทย #พลังหญิง #เซ้งพรรค








