เมื่อเวลา 11.05 น. วันที่ 27 มี.ค. ที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ทำเนียบรัฐบาล นางสาวกนิษฐา กังสวนิช ผู้ตรวจราชการและรองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ แถลงถึงมาตรการในการดูแลช่วยเหลือประชาชนในด้านค่าครองชีพ สินค้าอุปโภค บริโภค ว่ากระทรวง พาณิชย์ ยังคงทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด พลังงานจังหวัด และคณะกรรมการส่วนจังหวัด ลงพื้น ที่ติดตามตรวจสอบสถานการณ์ราคาสินค้าและบริการในทุกวัน เพื่อเฝ้าระวังและป้องปรามการฉวยโอกาสขึ้นราคาเกินควรหรือกักตุนสินค้า ซึ่งได้ทำมาอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศตั้งแต่ วันที่ 1 - 26 มี.ค. มีเรื่องร้องเรียนผ่านสายด่วน กรมการค้าภายใน 1569 รวม 410 คำร้อง และได้ตรวจสอบไปแล้ว 187 คำร้อง อยู่ระหว่างการตรวจสอบ 200 กว่าคำร้อง ซึ่งในจำนวนนี้มีการร้องเรียนในเรื่องของการจำหน่ายราคาเกินควร คือไม่ได้สัดส่วนกับต้นทุนที่สูงขึ้นจำนวนทั้งหมด 44 คำร้อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เรียกเอกสารต้นทุนจากผู้ที่ถูกร้องมาวิเคราะห์แล้ว หากพบว่ามีการจำหน่ายในราคาสูงเกินสมควรจริงจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
นางสาวกนิษฐา กล่าวว่า จากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นมากทั่วโลก ส่งผลกระทบให้ต้นทุนการผลิต ค่าขนส่ง และราคาสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งในส่วนของกระทรวงพาณิชย์จะมีมาตรการช่วยลดผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน และต้นทุนภาคธุรกิจ ซึ่งมาตรการเหล่านี้จะครอบคลุมทั้งเกษตรกร ผู้ผลิต ทั้งรายใหญ่และรายย่อย ผู้ค้าและผู้บริโภคให้สามารถอยู่ได้ในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ โดยมาตรการแรก คือโครงการไทยช่วยไทย เพื่อลดภาระ ลดค่าครองชีพ ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับผู้ประกอบการค้าส่งค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า (โมเดิร์นเทรด) ซึ่งโครงการจะเริ่มวันที่ 1 เม.ย. ซึ่งห้างสรรพสินค้ามีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ รวมถึงจะร่วมมือกับทั้งผู้ผลิตและผู้จำหน่าย ซึ่งจะมีการคัดเลือกสินค้าที่จำเป็นในการใช้ชีวิตประจำวันมาจัดจำหน่ายในราคาพิเศษ สินค้าเป้าหมายที่จะนำมาจำหน่าย แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก กลุ่มแรก จะเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งจะเป็นพวก สบู่ แชมพู ผงซักฟอก กระดาษชำระ จะนำมาลดราคาสูงสุด ถึง 50% ส่วนกลุ่มสินค้าบริโภค เช่น ข้าวสาร น้ำตาล น้ำปลา น้ำ มันพืช ซอสปรุงรส อาหารกระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป จะนำมาลดราคาสูงสุดถึง 25% ซึ่งเราจะนำเสนอทางเลือกสินค้าราคาประหยัดที่ยังคงมีคุณภาพ และจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินค้าจำเป็นของประชาชนควบคู่กับการสร้างการรับรู้ และการขยายโอกาสทางการตลาดให้กับสินค้า นอกจากนี้โครงการไทยช่วยไทย ยังช่วยเชื่อมโยงผู้ผลิตรายใหญ่กับผู้ประกอบการรายย่อย เช่น โชว์ห่วย รับสินค้าราคาถูกจากผู้ผลิตรายใหญ่มาจำหน่าย เพิ่มกำไรส่วนต่างให้กับลูกค้าปลีกรายย่อย
นางสาวกนิษฐา กล่าวว่า มาตรการที่ 2 คือ โครงการธงฟ้าราคาประหยัด ลดค่าครองชีพให้กับประชา ชน ซึ่งเป็นโครงการที่เรามีอยู่แล้วและทำต่อเนื่อง แต่ในสถานการณ์แบบนี้ กระทรวงพาณิชย์จะขยาย จุดจำหน่ายธงฟ้า สินค้าจำเป็นในราคาพิเศษทั่วประเทศให้ครอบคลุม ทั้งในระดับจังหวัด อำเภอ และ ระดับชุมชนเป็นการเพิ่มความถี่ และเชื่อมโยงกับโครงการไทยช่วยไทยด้วย ควบคู่กับการใช้บัตร สวัสดิการแห่งรัฐ โดยกระทรวงพาริชย์จะทำปฏิทินธงฟ้าเผยแพร่ให้ทราบทั่วกันว่า จะจัดที่ไหน เมื่อไหร่ และจัดกี่วัน นอกจากนี้จากประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ หรือ กกร. ก็จะมีการพิจารณาเพิ่ม รายการสินค้าควบคุมในห้วงเวลาที่ผันผวน และยกระดับมาตรการควบคุมราคาสินค้าและบริการให้ เข้มข้นขึ้น เพื่อดูแลค่าครองชีพประชาชนได้อย่างใกล้ชิดขึ้น โดยมีแผนปรับสินค้าควบคุมจากเดิม ที่มี 59 รายการ เป็น 66 รายการ โดยขอความเห็นชอบเพิ่ม 7 รายการ ซึ่งในส่วนของเม็ดพลาสติก น้ำดื่มบรรจุเครื่อง ซอสปรุงรส ได้มีการทำประชาพิจารณ์เรียบร้อยแล้ว แต่ในส่วนของมะพร้าวอ่อนและผลิตภัณฑ์ ปลากะพงขาว กากถั่วเหลือง อยู่ระหว่างทำประชาพิจารณ์ประมาณ 7-15 วัน ก่อนที่จะนำเข้าสู่ กกร.และเข้าที่ประชุมครม.ต่อไป








