วันที่ 25 มี.ค.69 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "Jatuporn Prompan - จตุพร พรหมพันธุ์" ระบุว่า...
กระตุ้นนายกฯ ใช้ความกล้าหาญ เป็นผู้นำเด็ดขาดรื้อโครงสร้างน้ำมัน สร้างระบบตลาดยุติธรรม ลั่นยามวิกฤตหนักหน่วงต้องคิดให้ ปชช.รอด รัฐบาลอย่าหลงทางคิดถึงแต่ ศก.รวย เตือน ปท.จะพังทุกระบบ
เมื่อ 24 มี.ค. 2569 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อนว่า ถ้านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ไม่ใช้ความกล้าหาญยามประเทศวิกฤตน้ำมันและราคาแพง โดยการปฏิรูปโครงสร้างพลังงานแล้ว คงไม่มีโอกาสจะได้รื้อสร้างให้ราคาพลังงานเป็นธรรม ไม่เอารัดเอาเปรียบประชาชน
สิ่งสำคัญ วันนี้ประชาชนไม่ได้คิดถึงเรื่องรวย เรื่องความเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่คิดจะอยู่รอดอย่างไร ถ้ารัฐบาลไม่ใช้โอกาสนี้ปฏิรูปโครงสร้างพลังงานก็คงไม่มีโอกาสอีกต่อไป สิ่งสำคัญสถานการณ์บีบคั้นจะพาประเทศพังทุกระบบ เพราะคนจะทนไม่ได้
"ถ้านายกฯ ใช้ความกล้าหาญทลายโครงสร้างพลังงาน จะเป็นนักการเมืองที่มีความยิ่งใหญ่คนหนึ่ง จึงเป็นการเดิมพันที่ใหญ่มาก เพราะรู้อยู่แล้วว่า ไม่ปฏิรูปพลังงาน ไม่มีวันพาประเทศไทยให้รอดได้ เพราะราคาน้ำมันไม่มีเพดานการตรึงแล้ว ไฟฟ้าจะขึ้นราคาอีก แก๊สหุงต้มก็จะขึ้น อาหารก็จะขึ้น แล้วจะอยู่กันอย่างไง ดังนั้น การแถลงนโยบายของรัฐบาล จึงหวังว่า ไม่คิดจะรวย แต่ขอให้คิดจะพาประชาชน ประเทศไทยให้รอดพ้นได้อย่างไร”
อีกทั้งกล่าวว่า ปัญหาขณะนี้ วิกฤตน้ำมันในไทยไปไกลแล้ว ถึงขั้นนายกฯ สั่งรื้อเพดานราคาพลังงาน โดยปล่อยให้เป็นไปตามราคาจริงของตลาด แต่สิ่งที่เรียกร้องให้ปฏิรูปโครงสร้างพลังงานเพราะมีการค้ากำไรเกินควร และพ่อค้าน้ำมันเอาเปรียบคนไทยมาเนินนาน
“น้ำมันดีเชลวันนี้ขึ้นไปถึงราคา 33 บาทต่อลิตร แต่กองทุนน้ำมันยังต้องจ่ายค่าชดเชยถึง 24 บาทต่อลิตร และน้ำมันจากโรงกลั่นได้กลั่นเพิ่มตามอ้างนั้นไปถึงปั๊มน้ำมันกลับไม่สอดคล้องกับจำนวนที่เพิ่มขึ้น โดยไม่ได้ปริมาณเท่าเดิมตามที่เคยได้รับ”
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลและข้าราชการกล่าวหาว่า ประชาชนกักตุนน้ำมัน แต่ความจริงคือ เมื่อน้พมันได้กลั่นเพิ่มขึ้นแล้ว ปริมาณน้ำมันตามปั๊มต้องอยู่ในระดับเกินหมื่นลิตรเช่นเดิม แต่ตัวเลขของปั๊มได้รับกลับน้อยลงแล้ว ปัญหาจึงไม่ใช่การตื่นตระหนกของประชาชน สิ่งสำคัญน้ำมันที่กลั่นเพิ่มแล้วยังสูญหายไปอย่างผิดปกติ
อีกทั้งกล่าวว่า ความจริงในยุคเทคโนโลยี ต้องสามารถตรวจสอบน้ำมันได้หมดว่า ออกจากโรงกลั่นแล้วไปที่ไหน จำนวนเท่าใด ดังนั้นภายใต้สถานกาณ์เช่นนี้นายกฯ เมื่อเป็นผู้นำประเทศต้องใช้ความเด็ดขาดและยืนเคียงข้างประเทศ ประชาชนเท่านั้น
ขณะเดียวกัน ราคาสินค้าปัจจุบันขึ้นราคาแทบทุกชนิด แล้วไฟฟ้ากับจะขึ้นราคา โดยไฟฟ้าสำรองยังไม่มีบทบาทช่วยเหลือประชาชนในยามนี้เลย ปัญหาตามมาได้เดินมาสู่ความยากลำบากอย่างรุนแรงในด้านสินค้าอุปโภค บริโภค
ปัญหาขณะนี้รัฐบาลต้องไม่ให้พ่อค้าน้ำมันเอาเปรียบ ถ้าขึ้นราคาน้ำมันต้องเป็นไปอย่างยุติธรรม แม้จะแพงจริง คงไม่เป็นปัญหา แต่ไม่ใช่ซื้อมาราคาก่อนสงคราม แล้วมาขายในราคาสงครามแบบนี้ เป็นการเอากำไร เอาเปรียบประชาชน
ดังนั้น ในสถานการณ์ข้างหน้า รัฐต้องให้สติพ่อค้าเอากำไรพอควร เงินรัฐสนับสนุนต้องนำไปช่วยเหลือปากท้องประชาชน แต่ขณะนี้รัฐทั้งอุดหนุนราคาน้ำมันแล้วปล่อยให้สินค้าขึ้นราคา ประชาชนจึงลำบากทั้งสองทางและยังไม่มีรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งสภาพแบบนี้ประเทศอยู่ยากที่สุด
นายจตุพร กล่าวว่า ท่ามกลางประชาชนหิวโซนั้น ถ้ามีบางคนมั่งมีศรีสุข แต่คนทั้งประเทศปาดน้ำตา ส่วนพ่อค้ากลับลูบปากกับลาภมิควรได้ ความจริงแล้วถ้าปฏิรูปโครงสร้างพลังงาน เงินอุดหนุนน้ำมันจะได้ใช้กับการเตรียมเรื่องอุปโภค บริโภคซึ่งกระทบประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ดังนั้น สิ่งสำคัญ นายกฯ ต้องคิดทำอะไรเพื่อรื้อโครงสร้างพลังงานที่เอารัดเอาเปรียบคนไทยมายาวนาน โดยให้ยืนอยู่บนความจริง ยึดกำไร ขาดทุนตามปกติ ซึ่งจะเป็นทางออกที่ดีกับบ้านเมือง
“ถ้าปล่อยให้สถานการณ์เลยเถิดไปกว่านี้แล้ว สุดท้ายก็ไปไม่ไหว และความไม่ไหวนั้นก็ไม่รู้คืออะไร ไม่ใช่เรื่องชอบ ไม่ชอบทางการเมือง แต่เป็นการดิ้นรนเอาตัวรอด เกิดอาชญากรรมเต็มบ้านเมือง ถ้าจัดการไม่ดีบ้านเมืองจะเกิดความโกลาหลและรอวันปะทุรุนแรง”
#จตุพร #โครงสร้างน้ำมัน #ราคาน้ำมัน #วิกฤตพลังงาน #เศรษฐกิจไทย #การเมืองไทย #ข่าวการเมือง #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline








