ต่างประเทศ

"WHO" เตือนแรง! "อิหร่าน" เสี่ยงวิกฤต "สงครามนิวเคลียร์" หวั่นกระทบทั้งภูมิภาค นานหลายทศวรรษ

แชร์ข่าว

เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2569 ฮานัน บัลคี ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออกขององค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยว่า องค์กรกำลังเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ “อุบัติการณ์ทางนิวเคลียร์” ที่อาจเกิดขึ้นในอิหร่าน ท่ามกลางความกังวลด้านความปลอดภัยในระดับภูมิภาค

บัลคี ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Politico ของสหรัฐฯ โดยเตือนว่าอาจเกิด “สถานการณ์เลวร้ายที่สุด” ในอิหร่าน ไม่ว่าจะเป็นกรณีการโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ หรือการใช้อาวุธนิวเคลียร์โดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งแม้จะมีการเตรียมความพร้อมมากเพียงใด ก็ไม่สามารถป้องกันผลกระทบที่อาจลุกลามไปทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง และยืดเยื้อยาวนานหลายทศวรรษได้

ทั้งนี้ นับตั้งแต่สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. โดยอ้างเป้าหมายเพื่อทำลายโครงการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม โรงงานนิวเคลียร์หลายแห่งทั่วอิหร่านจึงตกเป็นเป้าหมายของการโจมตี ขณะที่ทางการอิหร่านยืนยันว่าโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสันติ อย่างไรก็ดี จนถึงปัจจุบันยังไม่พบรายงานการปนเปื้อนของกัมมันตรังสีในภูมิภาค

ในขณะเดียวกัน มีการประเมินว่าอิสราเอลมีอาวุธนิวเคลียร์อยู่ในครอบครองโดยไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ โดยก่อนหน้านี้ เดวิด แซกส์ ที่ปรึกษาด้านปัญญาประดิษฐ์และคริปโทเคอร์เรนซีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า ขีดความสามารถของระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิสราเอลอาจอยู่ในภาวะตึงตัว จนก่อให้เกิดความกังวลว่าอิสราเอลอาจพิจารณายกระดับความขัดแย้งไปสู่การใช้อาวุธนิวเคลียร์ อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ได้ออกมาปฏิเสธข้อกังวลดังกล่าว โดยยืนยันกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันจันทร์ (16 มี.ค.) ว่า อิสราเอลจะไม่ดำเนินการเช่นนั้น

ด้านทางการอิหร่านเปิดเผยเมื่อวันอังคาร (17 มี.ค.) ว่า ขีปนาวุธของสหรัฐฯ หรืออิสราเอลได้ตกใกล้กับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์บูเชห์ร (Bushehr) ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีรายงานเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวนับตั้งแต่ความขัดแย้งปะทุขึ้น โดยอเล็กเซย์ ลิคาเชฟ ผู้อำนวยการใหญ่ของรอสอะตอม (Rosatom) รัฐวิสาหกิจพลังงานนิวเคลียร์ของรัสเซีย ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงการละเลยกฎและหลักการสำคัญของความมั่นคงระหว่างประเทศอย่างชัดเจน อย่างไรก็ดี ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต และระดับกัมมันตภาพรังสียังคงอยู่ในเกณฑ์ปกติ

ขณะเดียวกัน มาเรีย ซาคาโรวา โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ออกมาประณามการโจมตีด้วยขีปนาวุธดังกล่าวว่าเป็นการกระทำที่ไร้ความรับผิดชอบและยอมรับไม่ได้ โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นภายในบริเวณใกล้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์บูเชห์ร ห่างจากหน่วยผลิตไฟฟ้าที่กำลังเดินเครื่องอยู่เพียงไม่กี่เมตร พร้อมย้ำว่า สหรัฐฯ และอิสราเอลควรยุติการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านนิวเคลียร์ทันที เนื่องจากอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านรังสีและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในวงกว้างทั่วทั้งภูมิภาค

#WHO #อิหร่าน #นิวเคลียร์ #ตะวันออกกลาง #สงครามอิหร่าน #โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ #Bushehr #อิสราเอล #สหรัฐฯ #ข่าวต่างประเทศ