การเมืองทั่วไป

"อภิสิทธิ์" ฟาดกลางสภา! ปชป.งดโหวตนายกฯ แฉปมฮั้ว สว. ชี้ "อนุทิน-ณัฐพงษ์" ขาดจริยธรรม

แชร์ข่าว

“อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” อดีตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายกลางที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรอย่างดุเดือด โดยแสดงจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ในการ “งดออกเสียง” ต่อการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี พร้อมชี้เหตุผลสำคัญที่ไม่สามารถให้การสนับสนุนบุคคลที่ถูกเสนอชื่อ ได้แก่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” และ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” โดยย้ำว่ามาตรฐานทางจริยธรรมต้องสูงกว่ามาตรฐานทางกฎหมาย และต้องพิจารณาคุณสมบัติในภาพรวมทั้งความซื่อสัตย์สุจริตและพฤติกรรมทางจริยธรรม

วันที่ 19 มี.ค.2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 2 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) โดยมี “โสภณ ซารัมย์” ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลที่สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยเวลา 10.10 น. “ไชยชนก ชิดชอบ” จากพรรคภูมิใจไทย ได้เสนอชื่อ “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี ขณะที่ “รังสิมันต์ โรม” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้เสนอชื่อ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” เป็นอีกหนึ่งแคนดิเดตนายกฯ

ต่อมาเวลา 11.04 น. “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ได้ลุกขึ้นอภิปราย โดยอ้างถึงข้อบังคับประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ข้อที่ 16 ที่กำหนดให้สมาชิกต้องพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลดำรงตำแหน่งโดยคำนึงถึงทั้งความรู้ ความสามารถ และพฤติกรรมทางจริยธรรม พร้อมย้ำว่าคุณสมบัติด้านจริยธรรมเป็นสิ่งสำคัญที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้สำหรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และไม่มีพฤติกรรมที่ขัดต่อมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง

“อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถให้ความเห็นชอบ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ได้ โดยหยิบยกประเด็นคดีฮั้ว สว. ซึ่งถือเป็นคดีที่มีความร้ายแรง และอาจส่งผลกระทบต่อระบบประชาธิปไตยโดยรวม หากกระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาไม่เป็นกลางทางการเมือง หรือถูกครอบงำโดยอิทธิพลของพรรคการเมืองหรือบุคคลทางการเมือง ก็อาจส่งผลให้การตรวจสอบอำนาจรัฐขาดความโปร่งใสและเป็นธรรม

พร้อมระบุเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” อยู่ในสถานะผู้ถูกกล่าวหาในกระบวนการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยมีการตั้งคณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวนและแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงตัวนายอนุทินเอง อีกทั้งยังมีความไม่ชัดเจนในกระบวนการพิจารณาของคณะอนุกรรมการวินิจฉัย และการตั้งคณะอนุกรรมการชุดใหม่ ซึ่งนำไปสู่ข้อถกเถียงทางกฎหมายและการฟ้องร้องต่อศาลอาญาทุจริต

“อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ยังกล่าวถึงการดำเนินการของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ที่มีการสอบสวนคดีดังกล่าว โดยระบุว่าในชั้นอัยการมีความเห็นว่าเกี่ยวข้องกับผู้ต้องสงสัยจำนวนมากกว่า 1,000 คน และมีมูลค่าความเสียหายสูง รวมถึงข้อหาอั้งยี่และการฟอกเงิน ก่อนที่สำนวนจะถูกส่งกลับมาให้มีการสอบสวนเพิ่มเติมในรายละเอียดอย่างครอบคลุม

ทั้งนี้ เหตุผลสำคัญที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถสนับสนุนบุคคลที่มีคดีค้างอยู่ในลักษณะดังกล่าวให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ เนื่องจากอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน และสร้างผลกระทบต่อเสถียรภาพในการบริหารประเทศ พร้อมย้ำว่าการงดออกเสียงของพรรคไม่ได้มีนัยถึงการต่อรองทางการเมืองหรือการเข้าร่วมรัฐบาล แต่เป็นการยึดหลักการตรวจสอบและรักษามาตรฐานทางการเมือง

ในส่วนของ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ระบุว่าไม่สามารถให้การสนับสนุนได้เช่นกัน เนื่องจากอยู่ในกระบวนการที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดและส่งเรื่องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล ซึ่งอาจนำไปสู่การหยุดปฏิบัติหน้าที่ จึงควรใช้มาตรฐานเดียวกันในการพิจารณาคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

พร้อมย้ำว่าการทำหน้าที่ฝ่ายค้านของตนเป็นไปอย่างต่อเนื่องยาวนาน และยึดหลักการตรวจสอบอย่างแท้จริง ไม่ใช่การทำเพื่อสร้างกระแสหรือคอนเทนต์ทางการเมือง และยืนยันว่าการงดออกเสียงครั้งนี้เป็นไปตามหลักการและจุดยืนในการส่งเสริมการเมืองสุจริต

สุดท้าย “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” แสดงความเสียดายต่อกระบวนการทางการเมืองในครั้งนี้ โดยระบุว่าหากพิจารณาจากแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่มีอยู่ ยังมีบุคคลที่ไม่มีปัญหาทางข้อกฎหมายหรือจริยธรรม และสามารถดำรงตำแหน่งได้อย่างเหมาะสม แต่สถานการณ์ในภาพรวมทำให้พรรคประชาธิปัตย์จำเป็นต้องงดออกเสียงในการลงมติครั้งนี้

#อภิสิทธิ์เวชชาชีวะ #อนุทินชาญวีรกูล #ณัฐพงษ์เรืองปัญญาวุฒิ #เลือกนายกรัฐมนตรี #ประชุมสภา #การเมืองไทย #พรรคประชาธิปัตย์ #ข่าวการเมือง #ฮั้วสว #กกต #ปปช #DSI #รัฐสภา #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้