ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ซึ่งมีวาระสำคัญในการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลที่สมควรดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้เกิดบรรยากาศตึงเครียดระหว่างการอภิปรายของ สส.ฝ่ายต่าง ๆ โดยเฉพาะช่วงที่มีการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากสองฝั่งการเมือง
ในการประชุมดังกล่าว นายไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ได้เสนอชื่อ อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ขณะที่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้เสนอชื่อ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นอีกหนึ่งทางเลือก พร้อมมีผู้รับรองครบถ้วนตามขั้นตอน
ก่อนเข้าสู่การลงมติ ได้มีการจัดสรรเวลาอภิปรายฝ่ายละ 70 นาที โดยนายรังสิมันต์ โรม ได้ลุกขึ้นอภิปรายคัดค้านการเสนอชื่อของนายอนุทิน โดยตั้งข้อสังเกตถึงคุณสมบัติด้านความซื่อสัตย์สุจริต พร้อมเชื่อมโยงไปถึงปัญหาการบริหารประเทศหลายประเด็น
นายรังสิมันต์ระบุว่า ปัญหาสถานการณ์น้ำมันในประเทศสะท้อนถึงการบริหารที่มีข้อกังขา โดยตั้งคำถามว่าน้ำมันหายไปไหน หากไม่มีปัญหาเชิงโครงสร้างหรือการทุจริต พร้อมชี้ว่าปัญหาน้ำมันเถื่อนในประเทศไทยเป็นปัญหาที่ฝังรากลึกและเกี่ยวข้องในระดับข้ามชาติ
คำอภิปรายดังกล่าวทำให้ สส.พรรคภูมิใจไทยลุกขึ้นประท้วงเป็นระยะ โดยมองว่าเป็นการอภิปรายที่นอกประเด็น ขณะที่ประธานในที่ประชุมได้ตักเตือนให้อภิปรายอยู่ในกรอบของการพิจารณาคุณสมบัติของบุคคล ไม่ให้ขยายไปสู่ลักษณะการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
อย่างไรก็ตาม นายรังสิมันต์ยังคงอภิปรายต่อ โดยยกประเด็นการเลือกตั้งปี 2569 ว่าเป็นการเลือกตั้งที่มีข้อครหา พร้อมกล่าวอ้างถึงกรณีการโยกย้ายข้าราชการในช่วงก่อนการเลือกตั้ง และประเด็นการ “ฮั้ว สว.” ซึ่งถูกมองว่าเป็นปัจจัยที่ทำให้ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการประชาธิปไตยลดลง
ท้ายที่สุด นายรังสิมันต์สรุปว่า จากหลายประเด็นที่ยกขึ้นมา สะท้อนถึงข้อกังวลต่อคุณสมบัติด้านความซื่อสัตย์สุจริตของผู้ที่ถูกเสนอชื่อ ตามหลักเกณฑ์ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นเหตุผลในการคัดค้านการเสนอชื่อครั้งนี้
บรรยากาศการประชุมในช่วงดังกล่าวเต็มไปด้วยความตึงเครียด โดยมีการประท้วงสลับกับการอภิปรายอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่ประธานในที่ประชุมจะควบคุมสถานการณ์เพื่อให้การประชุมดำเนินต่อไปได้ตามระเบียบวาระ
#โหวตนายก #สภาผู้แทนราษฎร #รังสิมันต์โรม #อนุทินชาญวีรกูล #การเมืองไทย #อภิปรายสภา #ข่าวการเมือง #ภูมิใจไทย #พรรคประชาชน #ข่าวด่วน








