คนไทยต้องแบกต่อไหม! “รมว.คมนาคม” จ่อบี้ถามโรงกลั่นใช้เหตุผลอะไรขยับราคาค่ากลั่นจาก 2 เป็น 6 บาท ท่ามกลางวิกฤตสงครามตะวันออกกลางที่บานปลาย พร้อมเปิดมาตรการเยียวยาภาคอุตสาหกรรมที่แบกต้นทุนอ่วม ยันกองทุนน้ำมันจ่อติดลบแต่ยังต้องพยุงราคาเพื่อประชาชน พร้อมเตรียมรับมือราคาน้ำมันขยับหลัง 16 มี.ค. นี้ หลังสงครามยืดเยื้อจนกองทุนต้องชดเชยวันละ 3,000 ล้านบาท สรุปครบทุกประเด็นที่คนทำธุรกิจต้องเตรียมตัว
วันที่ 12 มี.ค.2569 เวลา 15.45 น .ที่พรรคภูมิใจไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาเรื่องพลังงาน จากผลกระทบของสงครามตะวันออกกลาง ว่า เหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นในตะวันออกกลางระหว่าง อิสราเอล สหรัฐอเมริกา และอิหร่าน พ่วงด้วยประเทศต่างๆ อีกหลายประเทศในตะวันออกกลาง ที่ความรุนแรงยังไม่ลดน้อยถอยลง และเหตุการณ์เมื่อวาน (11 มีนาคม) เรือสัญชาติไทยชื่อ มยุรีนารี ส่งสินค้าเสร็จเรียบร้อยที่ UAE ขณะเดินทางกลับถูกระเบิดเข้าที่ส่วนท้ายของเรือ ในเรือมีทั้งลูกเรือทั้งหมด 23 คน หน่วยนาวิกโยธินของโอมาน ได้ช่วยเหลือลูกเรือทั้ง 20 คนเป็นที่เรียบร้อย ส่วน 3 คนน่าจะตกค้าง เมื่อคืนได้ข่าวว่ามีการลงไปค้นหาและช่วยเหลือแต่ยังไม่ได้รับรายงานเพิ่มเติมว่าเป็นอย่างไร
นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า ส่วนปัญหาราคาน้ำมันเมื่อมีเหตุการณ์แบบนี้ น้ำมันทั่วโลกก็จะขยับขึ้น ราคาน้ำมันดิบก็ไต่ราคาขึ้นอีก ส่วนต่างๆ ไม่แน่ใจว่าจะเป็นอย่างไร แต่จากที่นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. เราจะตรึงราคาน้ำมันดีเซลให้อยู่ในราคา 29.94 บาท เป็นเวลา 15 วัน จนถึงวันที่ 16 มี.ค. แล้ววันที่ 17 มี.ค.จะมีการประกาศราคาว่าจะขยับขึ้นอย่างไร สำหรับน้ำมันเบนซิน เราไม่ได้ตรึงราคาแต่ก็มีการขยับราคาเบนซิน E10 95 และ 91 ขึ้นลิตรละ 50 สตางค์ ส่วน E20 E85 เราลดราคาลงมา น้ำมันดีเซลราคาคงที่โดยเฉพาะน้ำมันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในขณะนี้ ต้องเข้ามาชดเชยวันละ 3,000 ล้านบาท จากที่เงินกองทุนบวกอยู่ 2,500 ล้านบาท แต่หลังจากชดเชยก็จะติดลบ
“ผมเชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศและสื่อมวลชนกำลังตั้งคำถามกับกระทรวงพลังงาน และ ศบก. กับนายกรัฐมนตรี ว่าราคาค่ากลั่นทำไมจาก 2 บาทขึ้นไปถึง 6 บาท ผมจะมีการเชิญให้ผู้บริหารมาประชุมร่วมกันวันพรุ่งนี้ 13 มี.ค. เวลา 10.00 น. หารือว่าเขาใช้เหตุผลอะไรในการที่เพิ่มราคาเป็น 6 บาท เมื่อประชุมเสร็จน่าจะมีการแถลงข่าวที่ทำเนียบรัฐบาลในช่วงเที่ยง”นายพิพัฒน์ กล่าว
เมื่อถามว่าแนวทางที่เกี่ยวข้องจะมีมาตรการอย่างไรที่จะดูแล ผู้ประกอบการเบื้องต้น นทยพิพัฒน์ กล่าวว่า เราต้องฟังโรงกลั่นก่อนว่าใช้เหตุผลอะไรในการถ่างราคาเพิ่ม 4 บาท เมื่อหารือแล้วคงจะต้องหารือต่อว่าแก้ปัญหาร่วมกันได้อย่างไร อย่าโยนภาระทั้งหมดให้กับผู้ใช้ เพราะผู้ได้รับผลกระทบทันทีก็คือกองทุนน้ำมัน ไม่ใช่ผู้ใช้ แต่ผู้ใช้จะได้รับผลกระทบเมื่อราคามีการขยับลอยตัวขึ้นไปหลังจากครบ 15 วัน กองทุนคือเงินของพวกเรา แต่เมื่อราคาน้ำมันดิบถูกลงราคาขายในประเทศสูงกว่า เราจะนำเงินที่มีส่วนต่างกลับเข้าไปในกองทุน ในภาวะปัจจุบันราคาน้ำมันดิบลอยตัวสูงขึ้นเราต้องนำเงินกองทุนมาชดเชยเพื่อไม่ให้เกิดการกระทบทันทีทันใด ”เหตุการณ์ปัจจุบันพวกเราไม่อยากให้เกิด นายกฯ ก็ไม่อยากเห็นเหตุการณ์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้ แต่เมื่อเกิดแล้วถึงแม้เราจะไม่ใช่คู่สงคราม แต่เราก็ได้รับผลกระทบจากสงคราม
“กระทรวงพลังงานมีความมั่นใจและสามารถตอบได้ว่า น้ำมันนอกตลาดที่เราซื้ออยู่ในตลาดผ่านช่องแคบฮอร์มุซประมาณ 50% ที่ไม่ได้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ กระทรวงพลังงานโดย ปตท. ยังสามารถซื้อได้ตามปกติ แต่ราคาก็ยังขึ้นกับตลาดกลางของแต่ละภูมิภาค การที่ผู้ประกอบการตามมาตรา 7 ซื้อน้ำมันจากโรงกลั่นในประเทศไทยจะใช้ราคาเฉลี่ย 3 วันของราคาตลาดกลางมาตั้งราคา แต่ถ้าหากติดวันเสาร์-อาทิตย์ ก็จะใช้วันถัดไป”นายพิพัฒน์ กล่าว
เมื่อถามว่า กองทุนน้ำมันจะเฟ้อขาดทุน 120,000 ล้านบาท เหมือนปี 65 หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า กองทุนน้ำมันตอนนี้ไม่สามารถตอบได้ เพราะเราไม่สามารถกำหนดได้ว่าสงครามจะยุติเมื่อไหร่ แต่เรื่องของกองทุนน้ำมัน นายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายว่าเราต้องพยายามดูแลและให้ความยุติธรรมทั้งผู้ใช้คนไทยทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้ทั่วไปหรือภาคอุตสาหกรรม รวมถึงภาคการเกษตร และภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ซื้อน้ำมันผ่านทางจ็อบเบอร์ หรือซื้อจากบริษัทขายส่ง ซึ่งไม่ได้ซื้อตรงจากบริษัทแม่ที่เหลืออยู่ 3 บริษัท ปตท บางจาก และคาลเท็กซ์ เป็นบริษัทใหญ่ขายส่ง มั่นใจว่า พีที ไม่มีแน่นอน เพราะตนได้ตรวจสอบมาแล้ว เราขายเฉพาะให้ลูกค้าแฟรนไชส์เท่านั้น ใครที่เป็นอุตสาหกรรมที่ซื้อจากจ็อบเบอร์ขอให้รวบรวมบิล แจ้งกับพลังงานจังหวัดหรือผู้ว่าราชการจังหวัด ถ้าเป็นที่กรุงเทพฯ ให้แจ้งที่ ปตท. สำนักงานใหญ่ หรือต่างจังหวัดให้แจ้งที่สำนักงานจังหวัดหรือผู้ว่าราชการจังหวัด และกระทรวงพลังงานได้มีการหารือไปยังบริษัทแม่ทั้งหมดแล้วว่าเมื่อรวบรวมบิลต้องมีหน้าที่ในการจ่ายน้ำมันให้กับจ็อบเบอร์รายนั้นให้กับภาคอุตสาหกรรมที่เคยขาย
“รัฐบาลก็พยายามที่จะเข้าไปช่วยดูแลในส่วนนี้เพราะราคาหน้าโรงกลั่น กับหน้าสถานีบริการต่างกันประมาณ 10 บาท ก็ต้องดูว่ารัฐบาลจะเข้าไปช่วยเหลืออย่างไร หรือบริษัทจะจะช่วยซัพพอร์ตได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ผู้ค้าต้องรับผิดชอบตัวเอง เพราะจ็อบเบอร์ขายถูกกว่าหน้าสถานีบริการ แต่ขณะนี้หน้าสถานีบริการถูกกว่าขายส่ง”นายพิพัฒน์ กล่าว
เมื่อถามว่าบริษัทน้ำมันมีกำไรหลายหมื่นล้าน แต่กองทุนติดลบ จะมีการช่วยประชาชนอีกทางหนึ่งอย่างไร ผอ.ศบก. กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของรัฐบาลเป็นคนกลางในการดูราคา ในอดีตเคยติดลบแสนล้าน ปัจจุบันก็คงจะหลายพันล้าน ขอให้ช่วยภาวนาให้เหตุการณ์จบโดยเร็ววัน เพื่อจะได้ไม่ต้องให้กองทุนน้ำมันติดลบ








