"พิพัฒน์" ยอมรับปรับขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาทเป็นมติ กบน. หลังประเมินสถานการณ์น้ำมันตลาดโลกมีการเปลี่ยนแปลง
วันนี้ (27 มี.ค. 69) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการกรรมกรข่าว คุยนอกจอ ชี้แจงกรณีการปรับขึ้นราคาน้ำมันรวดเดียว 6 บาท ท่ามกลางกระแสวิจารณ์อย่างหนัก โดยยืนยันว่า การตัดสินใจดังกล่าวเป็นมติของคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) หลังประเมินสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลกและประเทศเพื่อนบ้านที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
นายพิพัฒน์ ระบุว่า เดิมทีในช่วงเย็นของวันประชุม มีแนวโน้มว่าจะปรับขึ้นเพียง 3 บาท โดยใช้ข้อมูลเปรียบเทียบกับราคาน้ำมันในมาเลเซียซึ่งขณะนั้นอยู่ที่ประมาณ 38-39 บาทต่อลิตร และเห็นว่าระดับดังกล่าวยังอยู่ในกรอบที่รับได้
อย่างไรก็ตาม ต่อมาในช่วงค่ำ ราคาน้ำมันของมาเลเซียปรับขึ้นทันทีเป็น 45 บาทต่อลิตร ขณะที่ราคาประกาศจากสิงคโปร์ก็ขยับขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ กบน. ประชุมหารือจนถึงเวลาประมาณ 3 ทุ่มกว่า ก่อนมีการโทรศัพท์แจ้งผลสรุปในเวลาประมาณ 4 ทุ่มว่า จำเป็นต้องปรับขึ้นถึง 6 บาท
นายพิพัฒน์ ยอมรับว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงดึก และเป็นสถานการณ์ที่ฝ่ายการเมืองหลายฝ่ายไม่ได้รับทราบล่วงหน้า โดยเฉพาะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ทราบเพียงตัวเลขเดิมว่าจะขึ้น 3 บาทเท่านั้น ส่วนตัวเลข 6 บาท เพิ่งมารับรู้หลัง กบน. มีมติในคืนนั้น
“นายกฯ หนูไม่ทราบแน่นอนครับ เพราะตอนแรกเรารู้กันว่าจะขึ้น 3 บาท แต่เมื่อสถานการณ์ราคาตลาดต่างประเทศเปลี่ยนทันที จึงต้องลอยตัวตามข้อเท็จจริง” นายพิพัฒน์ กล่าว
พร้อมอธิบายเพิ่มเติมว่า หากไทยยังตรึงราคาไว้ต่ำเกินไป จะเกิดช่องว่างกับประเทศเพื่อนบ้านมากถึง 10 บาทต่อลิตร ซึ่งอาจกระตุ้นให้เกิดการแห่เติมน้ำมันตามแนวชายแดน และสร้างความปั่นป่วนในระบบจัดจำหน่าย
นายพิพัฒน์ ยังย้ำว่า การประชุมวันดังกล่าวเป็นการประชุมวงเล็ก ไม่มีผู้ประกอบการเข้าร่วม เพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูล ซึ่งอาจนำไปสู่การกักตุนหรือปิดสถานีบริการชั่วคราวก่อนประกาศราคาใหม่







