“อภิสิทธิ์-กรณ์” จี้ “รัฐบาล” ผันค่าการกลั่นอุดหนุนที่จ่ายให้เอกชน เติมในกองทุนน้ำมัน หลังพบใช้เงินกองทุน ตรึงราคาดีเซลสูง 16 บาทต่อลิตร หวั่นเป็นภาระของประชาชน พร้อมจี้ให้ทบทวนโครงสร้างราคาน้ำมัน-ก๊าซ-ไฟฟ้า
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์คลิปผ่านเพจเฟซบุ๊ค เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลใช้เงินส่วนต่างที่เพิ่มจากค่าโรงกลั่นแก้ปัญหาวิกฤติราคาพลังงาน เพราะปัจจุบันนพบว่าค่าการกลั่นมีราคาสูงขึ้นเกือบ 3 เท่า เมื่อเทียบกับเดือนก.พ.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ควรนนำค่าการกลั่นดังกล่าวจ่ายให้กับกองทุนน้ำมัน เพื่อลดภาระที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนในอนาคต ทั้งนี้รัฐบาลใช้มาตรการตรึงราคาน้ำมันดีเซล โดยใช้เงินจากกองทุนน้ำมัน ที่ลิตรละเกือบ 16 บาท เป็นตัวเลขที่สูงมาก
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า และในภาวะวิกฤติพลังงานปัจจุบันรัฐบาลจำเป็นทบทวนเรื่องโครงสร้างราคาพลังงานทั้งหมด ไม่เฉพาะ น้ำมัน แต่ยังรวมถึงก๊าซ และไฟฟ้า เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน และไม่มีใครที่แสวงหากำไร หรือ ผลตอบแทนในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน
ขณะที่นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์โพสต์เฟซบุ๊คในประเด็นเดียวกัน โดยระบุว่า ประชาชนนอาจไม่ทราบว่าเหตุที่ราคาน้ำมันหน้าสถานีบริการยังนิ่ง เพราะกองทุนนน้ำมันใช้เงินในกองทุนชดเชย โดยวานนี้ (11 มี.ค.) ชดเชยดีเซลถึงลิตรละ 16.97 บาท ส่วนแก๊ซโซฮอล 91 และ 95 ชดเชยลิตรละ 7.41 บาท ทั้งนี้รัฐบาลประกาศว่าจะตรึงดีเซลไว้ที่ 29.94 บาทต่อลิตร เป็นเวลา 15 วัน ซึ่งจะครบวันที่ 17 มี.ค. จากนั้นหากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลายคงต้องปรับราคาสูงขึ้น เพื่อลดภาระกองทุนนํ้ามัน และเพื่อให้กลไกตลาดช่วยทำให้เกิดการประหยัดการใช้มากกว่าปัจจุบัน
“แต่มีเรื่องหนึ่งที่กระทรวงพาณิชย์ไม่ควรมองข้าม นั่นคือค่าการกลั่น ที่เพิ่มขึ้น 3 เท่าในช่วง 10 วันที่ผ่านมา จากลิตรละ 2 บาทเป็น 6 บาท หมายความว่า เรากำลังใช้เงินของประชาชนไปจ่ายกำไรเพิ่มขึ้นให้กับเหล่าบริษัทกลั่นนํ้ามันหากทางกระทรวงพาณิชย์คุมให้ค่าการกลั่นอยู่ในระดับปกติคือ 2 บาท ราคานํ้ามันจะถูกลงได้ถึง 4 บาทต่อลิตรทันที” นายกรณ์ กล่าว







