วันที่ 11 มี.ค.69 นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงคำชี้แจงของกรมการปกครอง กรณีการใช้เงินในการเลือกตั้ง ว่า หลังจาก นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเตือนว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีการใช้เงินอย่างรุนแรง และมีความพยายามใช้เครือข่ายในพื้นที่ ทั้งอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เป็นเครื่องมือในการซื้อเสียง กรมการปกครองได้ออกมาชี้แจงทันทีว่า ไม่พบหลักฐาน
การบอกว่าไม่พบหลักฐาน ไม่ได้หมายความว่าความจริงไม่มีอยู่ และคำปฏิเสธที่สวนทางกับสิ่งที่สังคมรับรู้กันอย่างกว้างขวาง ยิ่งทำให้คำชี้แจงขาดความน่าเชื่อถือมากขึ้น
ซึ่งการโยกย้ายข้าราชการของกระทรวงมหาดไทยก่อนการเลือกตั้งไม่นานมีคำสั่งโยกย้ายนายอำเภอจำนวนมาก ในช่วงปลายปีมีการย้ายนายอำเภอ 196 คน แลพต้นปีมีการย้ายเพิ่มเติมอีก 236 คน รวมแล้วในช่วงเวลาสั้น ๆ มีการขยับตำแหน่งข้าราชการ กว่า 400 คน
นายเชาว์ กล่าวว่า การโยกย้ายในระดับดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงฤดูเลือกตั้งพอดี จึงทำให้เกิดข้อสงสัยว่า หากทุกอย่างเป็นไปตามปกติ เหตุใดจึงต้องมีการโยกย้ายในช่วงเวลาดังกล่าว
“สิ่งที่นายชวนออกมาเตือน ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อโจมตีบุคคลใด แต่เป็นการเตือนสังคมว่าไม่ควรปล่อยให้การเลือกตั้งถูกบิดเบือนด้วยเงินและเครือข่ายอำนาจ เพราะถ้าการเมืองไทยปล่อยให้เกิดภาวะ ‘ไม่มีโกงเลือกตั้ง เพียงเพราะหาหลักฐานจับคนซื้อเสียงไม่ได้’ การเลือกตั้งก็จะเหลือคุณค่าเพียงพิธีกรรม” นายเชาว์กล่าว
นายเชาว์กล่าวทิ้งท้ายว่า ในระบอบประชาธิปไตย การเลือกตั้งไม่เพียงต้องโปร่งใส แต่ต้องทำให้ประชาชนเชื่อได้จริงว่าสุจริต มิใช่ปล่อยให้สังคมรู้สึกว่า อมพระมาพูด ก็ไม่เชื่อ








