วันที่ 9 มี.ค. 69 เวลา 10.25 น. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ได้นำสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในสังกัดรวม 119 คน เดินทางเข้ารายงานตัวเป็น สส. ชุดที่ 27 ต่อสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ณ บริเวณโถงชั้น B1 อาคารรัฐสภา
โดยนายณัฐพงษ์เปิดเผยว่าพรรคมีความพร้อมที่จะเริ่มต้นทำหน้าที่ทันทีที่สภากลับมาทำงานได้อย่างเต็มรูปแบบภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการเลือกประธานสภาฯ ซึ่งพรรคเตรียมยื่นชุดกฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน การปฏิรูประบบงบประมาณ การยกระดับการตรวจสอบผ่านสำนักงบประมาณของรัฐสภา กฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม สิทธิเสรีภาพ การเมือง รวมถึงการเปิดเสรีพลังงานเพื่อลดค่าไฟฟ้า
สำหรับบทบาทในสภานั้นยืนยันว่าจะทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านที่เข้มแข็ง โดยสามารถทำงานร่วมกับทุกฝ่ายได้ในกระบวนการตรวจสอบ แม้จะมีจุดยืนหรือหลักการที่ไม่ตรงกัน ซึ่งพรรคประชาชนให้ความสำคัญกับตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในฐานะพรรคการเมืองอันดับ 1 และพร้อมที่จะทำหน้าที่นี้อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอขั้นตอนที่เป็นทางการ ทั้งการเลือกประธานสภาฯ การเลือกนายกรัฐมนตรี และการเข้าหน้าที่ของคณะรัฐมนตรี ก่อนจะมีการแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านเพื่อใช้อำนาจแต่งตั้งวิปฝ่ายค้านตามลำดับ
ในส่วนของความกังวลเรื่องคดีความที่อาจส่งผลให้ สส. ถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่นั้น นายณัฐพงษ์ระบุว่าพรรคไม่ได้ประมาทและได้เตรียมกระบวนการรับมือไว้พร้อมแล้วเพื่อให้การทำงานในฐานะ สส. ไม่สะดุดลง แม้จะเกิดฉากทัศน์ที่เลวร้ายที่สุดหากมีสมาชิกถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ถึง 10 คนก็ตาม โดยตัวบุคคลที่จะมารับช่วงต่อนั้นต้องผ่านกระบวนการหารือภายในที่ประชุม สส. และที่ประชุมใหญ่ของพรรคต่อไป
สำหรับทิศทางการโหวตเลือกประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ นั้น พรรคจะมีการหารือเพื่อหาความชัดเจนในที่ประชุม สส. ช่วงบ่ายวันนี้และตลอดสัปดาห์ ซึ่งแม้ตามรัฐธรรมนูญตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านจะไม่สามารถดำรงตำแหน่งประธานหรือรองประธานสภาฯ ควบคู่กันได้ แต่ก็ไม่ปิดกั้นที่พรรคจะเสนอชื่อบุคคลเพื่อแสดงวิสัยทัศน์ในสภาเหมือนดังเช่นในอดีต
นอกจากนี้ นายณัฐพงษ์ยังได้กล่าวถึงความโปร่งใสในการเลือกตั้ง โดยยกกรณีความผิดปกติในการนับคะแนนที่เขต 2 จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งทางทีมกฎหมายของพรรคได้รวบรวมหลักฐานไว้ครบถ้วนแล้ว และเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เร่งตรวจสอบโดยไม่หยุดเพียงแค่การลงโทษเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย แต่ควรสอบสวนไปถึงตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลัง พร้อมแสดงความกังวลว่าหากกระบวนการตั้งรัฐบาลเดินหน้าไปแต่สุดท้ายตรวจสอบพบปัญหาในการเลือกตั้งจะส่งผลเสียต่อประเทศอย่างมาก
ทั้งนี้ ในการรายงานตัววันดังกล่าวมี สส. ของพรรคมารายงานตัวพร้อมกันรวม 119 คน จากทั้งหมด 120 คน ส่วนนายสุริยา สส.อุดรธานี เขต 7 ที่ถูกจับตามองก่อนหน้านี้ ได้เข้ารายงานตัวล่วงหน้าไปแล้วเมื่อวันที่ 2 มี.ค. ที่ผ่านมา แต่ในวันนี้ก็ได้เดินทางมาด้วย
ส่วนสมาชิกที่ขาดไป 1 คนคือนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส. กทม. เขต 33 ที่ได้แจ้งลาล่วงหน้าเนื่องจากติดภารกิจและคาดว่าจะเดินทางมารายงานตัวโดยเร็วที่สุดในวันพรุ่งนี้ สำหรับประเด็นเรื่องมาตรฐานจริยธรรมในการแต่งตั้งและดำรงตำแหน่งของนักการเมืองที่ถูกตั้งข้อสังเกตจากหลายฝ่ายนั้น นายณัฐพงษ์มองว่าเป็นเรื่องของเหตุผลทางการเมืองมากกว่ามาตรฐานทางจริยธรรมที่แท้จริง








