“ภูมิใจไทย” เปิดเกมเศรษฐกิจ! “เอกนิติ” ดันนโยบาย 10 พลัส ลั่นพาไทยล่าแชมป์เวทีโลก “ศุภจี” เตือนผลสงครามกระทบการค้า
ซือแป๋ภูมิใจไทยคุยพบปะสส.! ‘เอกนิติ‘ ย้ำแผนดันนโยบาย 10พลัส ให้ไทยแข่งขัน-เป็นแชมป์ในเวทีโลก ด้าน ’ศุภจี‘ เผยแผนการค้ารับมือผลจากสงคราม คาดปุ๋ยไทยใช้ได้ยัน ส.ค.นี้
เมื่อวันที่ 8 มี.ค.2569 เมื่อเวลา 10.30 น. ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ในฐานะสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ขึ้นเวทีสัมมนาพรรคฯ เพื่อพูดคุยกับ สส. ภายใต้งาน “พูดแล้วทำพลัส” ตอนหนึ่งว่า ตนดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในบ้านภูมิใจไทย เราจะใช้นโยบายเศรษฐกิจ 10 พลัส ที่จับต้องได้ในการขับเคลื่อนนำพาประเทศไทยเพื่อให้เติบโตไปข้างหน้า ซึ่งนายกรัฐมนตรี ถือว่าเป็นหัวหน้าทีมรถแข่งที่ชื่อว่าทีมไทยแลนด์เพื่อพาเราไปแข่งในเวทีโลก
โดยมีนโยบาย เพื่อช่วยลดหนี้ของคนตัวเล็ก ผู้สูงวัยและธุรกิจขนาดเล็ก ซึ่งการจะไปแข่งบนโลกได้เราก็ต้องยกเครื่องใหม่ อาทิ การสนับสนุนการลงทุนในธุรกิจสีเขียว เพื่อให้ไปแข่งในเวทีโลกและมีเป้าหมายเพื่อเป็นแชมป์ในเวทีโลก ไม่ทำให้เศรษฐกิจไทยแพ้ชาติใด และเติบโตได้อย่างมีเสถียรภาพ ไม่ใช่โตแค่ 10% เหมือนในปี 40 โดยไม่ทิ้งใครไปข้างหลัง
นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า ขณะที่วันนี้เศรษฐกิจไทยตอนนี้เจอหลายพายุ อาทิเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง ฉะนั้นหน้าที่ของเราคือต้องคาดการณ์และเตรียมการรองรับ ซึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา นายกฯ ก็เรียกประชุมทุกวัน โดยเราได้เตรียมออกแบบไว้แล้วทั้งเรื่องน้ำมัน ราคาสินค้า เพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน เพราะเราฝันว่าอีก 4 ปีข้างหน้า เราจะต้องได้แชมป์ในเวทีโลก
ด้านนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ในฐานะสมาชิกพรรค กล่าวว่า ดีใจที่ได้มาพบพี่น้องทุกคนและเป็นส่วนหนึ่งของพรรค ก่อนกล่าวว่าขอให้ทุกคนช่วยเป็นกระบอกเสียงของรัฐบาล แนะนำสิ่งต่างๆไปทำเพื่อให้เกิดผลเป็นสำเร็จ เพราะเราต้องการเปลี่ยนประเทศ เพื่อให้ประเทศไทยสู้และแข่งขันได้โดยไม่อายใคร
นางศุภจี กล่าวต่อว่า ส่วนเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง สิ่งที่ตนกังวลคือความไม่แน่นอนว่าจะจบเมื่อไหร่ ฉะนั้นสิ่งที่เราต้องทำตอนนี้คือทำให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าทีมเราทุกคนต้องสามารถตอบโจทย์ได้ โดยในส่วนตนจะมีการควบคุมราคาสินค้าโดยใช้กลไกเพื่อให้จัดการได้อย่างเต็มที่ รวมถึงประสานกับผู้ประกอบการรายเล็กและใหญ่ ซึ่งเส้นทางการขนส่งสินค้าของเรา มีกว่า 60% ที่ต้องผ่านแหลมกู๊ดโฮป ซึ่งหากจะต้องขับอ้อมแหลมดังกล่าวต้องใช้เวลา 10 ถึง 15 วัน ฉะนั้นเราจะต้องหาวิธีว่าจะแก้ไขปัญหาเรื่องขนส่ง
นางศุภจี กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องปุ๋ย เราอยู่ได้ถึงสิงหาคมนี้ ซึ่งหากขาดแคลนเราต้องหาเข้ามาเสริม โดยขณะนี้ตนจะไปคุยกับทางมาเลเซียและบรูไน ขณะที่กรณีภาษีสหรัฐอเมริกา หลังศาลสูงสหรัฐได้เบรกในเรื่องภาษี ที่ผ่านมาเราได้ตกลงกับไว้เยอะโดยหวังว่าจะได้ 19% แต่พอมีคำสั่งดังกล่าว ผู้นำสหรัฐฯ ให้คงที่ 15 % ไประยะเวลา 150 วัน ฉะนั้นวันนี้เราจะต้องรีบจัดสรรภาระต้นทุน สำหรับเรื่องราคาเพื่อพืชผลเกษตร เราต้องดูแลจัดสรรทั้งระบบและดูว่าเราจะใช้พื้นที่ไหนปรับเปลี่ยนการปลูกพืชให้เป็นพืชเศรษฐกิจได้ซึ่งตนตั้งเป้า 1 ล้านไร่ ส่วนเรื่องการแก้ปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอม และพืชผลทางการเกษตร ที่ผ่านมาตนพยามดูในเรื่องการจัดการกับล้ง โดยจะมีการทำล้งกลางได้หรือไม่ ควบคู่ไปดูเรื่องปุ๋ย ฉะนั้นขอให้พี่น้องทุกคนติดต่อตนมาได้ เพื่อให้การเกษตรไทยยั่งยืน เพราะหากแก้ปัญหาภาคเกษตรได้ก็จะเปลี่ยนประเทศเพื่อให้เกิดความยั่งยืนได้
#ภูมิใจไทย #เอกนิติ #ศุภจี #นโยบาย10พลัส #เศรษฐกิจไทย #ข่าวการเมือง #ข่าวเศรษฐกิจ #สงครามตะวันออกกลาง #การค้าระหว่างประเทศ #ราคาสินค้า #ปุ๋ยเกษตร #Buriram #ChangCircuit #ThailandEconomy #MiddleEastCrisis #ข่าวการเมืองวันนี้ #ข่าวดังวันนี้ #เศรษฐกิจโลก







