เมื่อเวลา 18.10 น. วันที่ 7 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน โดยนายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กล่าวถึงผลกระทบต่อการบิน การขนส่ง และมาตรการของกระทรวงคมนาคม ว่า ภาพรวมของกระทรวงคมนาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ได้ดำเนินการตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีที่ให้ทุกหน่วยงานเตรียมรองรับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง และสั่งการให้กระทรวงคมนาคมจัดตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์เพื่อติดตามผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยให้หน่วยงานในสังกัดที่ทำหน้าที่กำกับดูแลทั้งทางอากาศ ทางน้ำ ทางบกและทางราง ได้ติดตามกำกับควบคุมใน 3 มิติ ได้แก่ 1. การรักษาคุณภาพของการให้บริการ 2.ราคาค่าโดยสารที่เป็นธรรม และ3.ความพร้อมการให้บริการ เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อประชาชน และต้องรายงานเป็นประจำทุกวันโดยมีข้อสั่งการดังนี้
นายจิรโรจน์ กล่าวว่า โดยทางอากาศได้กำชับให้หน่วยงานที่ให้บริการผู้โดยสาร ได้แก่ บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และกรมท่าอากาศยาน รวมทั้งหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลการขนส่งทางอากาศหรือสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ดำเนินการตรวจสอบกวดขันให้สายการบินคิดค่าโดยสารและค่าภาระการขนส่งสินค้าทางอากาศให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือผู้โดยสารตกค้าง และช่วยเหลือสายการบินที่จำเป็นต้องจอดอากาศยานค้างในประเทศไทย ในกรณีที่ไม่สามารถทำการบินได้
นายจิรโรจน์ กล่าวว่า ในส่วนของทางน้ำให้กรมเจ้าท่าและการท่าเรือแห่งประเทศไทย ตรวจสอบและกวดขันผู้ประกอบการเดินเรือภายในประเทศ โดยคิดค่าโดยสารในอัตราที่กำหนด ส่วนการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศที่ราคาเป็นไปตามกลไกตลาดร่วมระหว่างประเทศให้กำกับในการติดตามค่าระวาง ในกรณีค่าระวางสูงจนมีผลกระทบต่อผู้บริโภค
ส่วนการเดินทางทางบก มอบให้กรมการขนส่งทางบกตรวจสอบผู้ประกอบการถโดยสารประจำทาง และรถรับจ้างสาธารณะทุกประเภท ให้คิดค่าโดยสารตามอัตราที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด โดยให้ราคาค่าโดยสารสอดคล้องกับราคาน้ำมันดีเซลที่รัฐบาลมีมาตรการควบคุมอยู่ ขณะเดียวกันให้ประเมินอัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในภาคการขนส่งสาธารณะ ซึ่งเป็นข้อมูลในการจัดทำมาตรการร่วมกับกระทรวงพลังงานในการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงให้เพียงพอสำหรับการให้บริการสาธารณะ ในส่วนการขนส่งทางราง มอบหมายให้กรมการขนส่งทางรางประเมินความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากการผันผวนของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเฉพาะต้นทุนของรถจักรที่ใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงเพื่อจะเตรียมบริหารความเสี่ยงล่วงหน้า
นายจิรโรจน์ กล่าวว่า ขอสรุปสถานการณ์การบินในส่วนของผลกระทบผู้โดยสารที่เดินทางทาง ทางการบินตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ถึง 7 มีนาคม มีจำนวนเที่ยวบินที่ยกเลิกและล่าช้า รวม 584 เที่ยวบิน มีผู้โดยสารได้รับผลกระทบ 78,564 คน โดยรองนายกฯสั่งให้กำกับการช่วยเหลือผู้โดยสารอย่างครบถ้วน และให้ท่าอากาศยานไทยจำกัดและกรมท่าอากาศยานให้การอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ และให้จัดเจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่ให้ข้อมูลอย่างใกล้ชิดประสานงานร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อดำเนินความสะดวก รวมถึงประสานสายการบินและจัดที่พักคอย และติดตามสถานการณ์สายการบินแบบเรียลไทม์เพื่อส่งผู้โดยสารกลับอย่างปลอดภัย
นายจิรโรจน์ กล่าวว่า ส่วนการขนส่งสินค้าทางน้ำ ซึ่งมีผลกระทบจากการขนส่งสินค้า ไปเส้นทางประเทศในทวีปยุโรปที่จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนเส้นทาง จากผ่านเส้นทางตะวันออกกลางจำเป็นต้องอ้อมแหลมกู๊ดโฮป แอฟริกา ซึ่งจะทำให้การเดินเรือใช้ระยะเวลามากขึ้น 15 วัน จากระยะเวลาปกติ ซึ่งจะมีผลต่อค่าระวางขนส่งสินค้า และการหมุนเวียนตู้คอนเทนเนอร์ในอนาคต รวมถึงประเด็นเรื่องความแออัดของท่าเรือต่างๆ ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้สั่งการให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยติดตามข้อมูลเป็นรายวัน เพื่อเตรียมพร้อมในการบริหารจัดการให้มีผลกระทบต่อผู้ประกอบการน้อยที่สุด ทั้งนี้ รองนายกฯได้กำชับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมดูแลอำนวยความสะดวกอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้หากประชาชนไม่ได้รับความสะดวกหรือมีข้อร้องเรียนให้แจ้งมาที่กระทรวงคมนาคม ที่สายด่วน 1356 นอกจากนี้หากได้รับผลกระทบค่าโดยสารและการบริการขนส่งสาธารณะ สามารถติดต่อสายด่วนกรมการขนส่งทางบก 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง







