"สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ" รมช.กระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) พร้อมมอบนโยบายเชิงยุทธศาสตร์เพื่อขับเคลื่อนองค์กรครั้งสำคัญ ให้มุ่งสู่การเป็นระบบขนส่งมวลชน “ขนส่งสีเขียว พร้อมเทคโนโลยีที่ประชาชนเข้าถึงได้” อย่างเต็มรูปแบบเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยมี นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการ ขสมก. พร้อมคณะผู้บริหารให้การต้อนรับ ซึ่งนับเป็นหมุดหมายสำคัญในการเดินหน้าแผนฟื้นฟูกิจการ และยกระดับมาตรฐานการเดินทางของคนกรุงเทพ
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ขสมก.เป็นหน่วยงานที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการเดินทางที่สำคัญ เปรียบเสมือน “เส้นเลือดใหญ่” ของประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง ซึ่งให้บริการครอบคลุมในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล โดยกระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญกับการลดรายจ่าย และเพิ่มประสิทธิภาพการเดินรถ ภายใต้ภารกิจการให้บริการที่ “สะดวก รวดเร็ว ประหยัด และปลอดภัย” โดยได้มอบหมายแนวปฏิบัติให้กับ ขสมก. ดังนี้ เร่งเปลี่ยนผ่านสู่รถเมล์ไฟฟ้า (EV Bus) โดย ขสมก. มีแผนรับมอบรถโดยสารไฟฟ้า (EV) จำนวน 1,520 คัน ภายในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2570 และได้ผลักดันงบประมาณสำหรับจัดหารถ EV เพิ่มเติมอีก 800 คัน เพื่อทดแทนรถโดยสารเดิมที่เสื่อมสภาพ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าซ่อมบำรุงได้กว่า 50% ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดภาระการขาดทุนสะสมขององค์กร แต่การจัดเก็บค่าโดยสารต้องไม่เป็นภาระให้ประชาชน อีกทั้งลดมลพิษ PM2.5 ในเขตเมืองอย่างยั่งยืน ,การบริหารสินทรัพย์เชิงพาณิชย์ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอู่จอดรถ 12 แห่ง เพื่อรองรับการติดตั้ง จุดชาร์จ EV เพิ่มพื้นที่และบริการเชิงพาณิชย์ เพื่อสร้างรายได้เสริมจากพื้นที่และทรัพย์สินของ ขสมก. นอกเหนือจากรายได้จากค่าโดยสาร
การปฏิรูปเส้นทางโดยสั่งการให้ ขสมก. เร่งปรับปรุงโครงสร้างเส้นทาง (Re-route) ใช้ระบบจำลองการเดินรถ (Simulator) วิเคราะห์และปรับปรุงเส้นทางเดินรถ ภายใน 3 เดือน เพื่อลดกิโลเมตรสูญเปล่า ลดความทับซ้อนของเส้นทาง ขยายบริการสู่พื้นที่ชุมชนใหม่ เชื่อมต่อระบบขนส่งหลักอย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มความถี่เที่ยววิ่งให้สามารถหมุนเวียนรถและรองรับการเดินทางของประชาชนได้มากขึ้น ,ยกระดับบริการด้วยเทคโนโลยีและยุทธศาสตร์การเชื่อมต่อให้ ขสมก. จะมุ่งเน้นการให้บริการเชื่อมต่อ “ล้อ-ราง-เรือ” เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน และเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางแบบไร้รอยต่อพร้อมระบบแจ้งเตือนอัจฉริยะ แจ้งเตือนผู้โดยสารล่วงหน้า และเชื่อมโยงฐานข้อมูลการเดินรถเข้ากับแพลตฟอร์มต่างๆ ให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น และชูแนวคิด “ดูแลผู้โดยสารเหมือนลูกค้าคนสำคัญ”
รมช.คมนาคม ได้เน้นย้ำถึงการปรับเปลี่ยนทัศนคติของบุคลากร (Mindset Transformation) โดยให้ความสำคัญกับมารยาทในการให้บริการ และมาตรฐานความปลอดภัยของประชาชน พร้อมมอบหมายให้มีการเพิ่มทักษะ (Up-skill/Re-skill) แก่พนักงาน เพื่อรองรับการทำงานในยุคดิจิทัล โดยตั้งเป้าหมายให้ ขสมก. มีผลประกอบการ EBITDA เป็นบวกได้ภายในปี พ.ศ. 2575 - 2577
“เราต้องทำให้ประชาชนมั่นใจว่าการขึ้นรถเมล์ 15 บาท จะได้รับการบริการที่มีคุณภาพ และความปลอดภัยระดับสูง ขสมก. ต้องเป็นทางเลือกหลักที่ช่วยลดค่าครองชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเมืองอย่างแท้จริง” นายสิริพงศ์ กล่าว
นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ กล่าวว่า ขสมก. พร้อมนำนโยบายดังกล่าวสู่การปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ซึ่งภารกิจสำคัญที่สุดในขณะนี้คือการเปลี่ยนผ่านจากรถโดยสารธรรมดา (รถร้อน) สู่การใช้รถโดยสารไฟฟ้า (EV) เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด ช่วยลดปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ในกรุงเทพมหานคร ควบคู่ไปกับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย โดยเฉพาะโครงการ Quick Win ในการจัดหาพื้นที่รองรับรถโดยสารไฟฟ้าที่จะทยอยนำมาให้บริการในปี 2570 นี้ เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด และยกระดับมาตรฐานการให้บริการด้วยความสะดวก ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับการให้บริการ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน ตามวิสัยทัศน์ “Busses for all รถเมล์ของทุกคน”
สำหรับข้อสั่งการเรื่องการปรับปรุงโครงสร้างเส้นทาง (Re-route) ขสมก. พร้อมจัดทำแผน และแนวทางการปรับปรุงโครงสร้างเส้นทางตามสั่งการให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือนได้อย่างแน่นอน เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน อีกทั้งขณะนี้ ขสมก. อยู่ในระหว่างการเดินหน้าแผนขับเคลื่อนองค์กรตามแนวทางการฟื้นฟูกิจการอย่างเข้มข้น โดยมีเป้าหมายสำคัญในการพลิกฟื้นผลประกอบการ (EBITDA) ให้เป็นบวกได้ภายในปี 2575 - 2577 เพื่อลดภาระงบประมาณภาครัฐ และสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กรในระยะยาว ควบคู่ไปกับการพัฒนามาตรฐาน การให้บริการอย่างต่อเนื่อง








