การเมืองทั่วไป

"ยศชนันท์-จุลพันธ์" นำ สส.เพื่อไทยรายงานตัว ยันยังไม่สรุปโควตา รมต.-รอง ปธ.สภา

แชร์ข่าว

เมื่อเวลา 12.32 น. วันที่ 6 มีนาคม 2569 ที่บริเวณโถงชั้น B1 อาคารรัฐสภา ศ.ดร.ยศชนันท์ วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ได้นำสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ ชุดที่ 27 เข้ารายงานตัวต่อสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

โดย ศ.ดร.ยศชนันท์ เปิดเผยว่า วันนี้ถือเป็นวันสำคัญและวันพิเศษ ซึ่งทางพรรคได้มีการเตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้าแล้วสำหรับการรายงานตัวของ สส. บัญชีรายชื่อในวันนี้ โดยสมาชิกทุกคนได้เดินทางร่วมกันมาจากพรรค และมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการเริ่มต้นปฏิบัติหน้าที่

สำหรับประเด็นกระแสข่าวเรื่องตำแหน่งโควตารัฐมนตรีที่พรรคเพื่อไทยอาจได้รับสัดส่วน 8 ที่นั่งนั้น ศ.ดร.ยศชนันท์ ระบุว่าในขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมจากที่เป็นข่าว และจำเป็นต้องรอความชัดเจนจากพรรคแกนนำรวมถึงรอให้กระบวนการต่าง ๆ เสร็จสิ้นก่อน ซึ่งที่ผ่านมาพรรคได้มีการพูดคุยเตรียมความพร้อมกันมาตลอดว่าใครมีความเชี่ยวชาญในด้านใด แต่ในส่วนของตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี (ครม.) นั้น ต้องรอทางนายกรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้ง โดยยอมรับว่าบุคลากรของพรรคหลายคนมีความเหมาะสมกับตำแหน่งที่สื่อคาดการณ์ แต่ยังไม่สามารถให้ความชัดเจนที่แน่นอนได้ในวันนี้

ขณะที่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้กล่าวถึงกระแสข่าวรายชื่อรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคว่า ข้อมูลที่ปรากฏเป็นเพียงการคาดการณ์ของสื่อมวลชน เนื่องจากพรรคยังไม่ได้มีแถลงการณ์ใด ๆ และยังไม่มีการหารือกับพรรคแกนหลักเกี่ยวกับตำแหน่งรัฐมนตรี โดยขอให้รอให้เกิดความชัดเจนเสียก่อน

เช่นเดียวกับตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ที่ยังไม่ได้มีการพูดคุยหรือหารือเป็นการภายในพรรค ซึ่งกระบวนการหลังจากนี้คณะกรรมการบริหารพรรคจะต้องประชุมเพื่อมีมติร่วมกัน ก่อนจะส่งรายชื่อไปยังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ว่าจะมีความเห็นชอบตรงกันหรือไม่ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

นายจุลพันธ์ยังได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า แม้การเสนอชื่อตำแหน่งดังกล่าวจะเป็นสิทธิ์ของสมาชิกทุกพรรคที่สามารถเสนอได้ แต่โดยมารยาทของการเป็นพรรคพรรคร่วมรัฐบาลจะต้องมีการพูดคุยหารือกันก่อน ซึ่งหากพิจารณาตามสัดส่วนที่พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคการเมืองขนาดใหญ่ลำดับที่ 2 ก็ถือเป็นเรื่องที่ชอบธรรมในการเข้าทำหน้าที่ในตำแหน่งรองประธานสภาฯ แต่ขณะนี้พรรคยังไม่ได้ข้อสรุปหรือมีการเสนอชื่อบุคคลใดอย่างเป็นทางการ