1 มี.ค.69 เพจเฟซบุ๊ก: พรรคประชาชน - People's Party โพสต์ข้อความระบุว่า
จากข้อร้องเรียนต่อ สส. เขต
สู่การแก้ไขปัญหาที่ต้นตอ
ด้วยการผลักดันกฎหมายในสภา
สำเร็จอีกหนึ่ง! พ.ร.บ. การจัดสรรที่ดินฉบับใหม่ มีผลบังคับใช้ทั่วประเทศแล้ว
หลังจากที่ก่อนหน้านี้ สส. เขต นำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ - Natthaphong Ruengpanyawut หัวหน้าพรรคประชาชน อดีต สส. กรุงเทพฯ เขตบางแค และ ธัญธร ธนินวัฒนาธร - Thanyathorn Dhaninwattanathorn ว่าที่ สส. กรุงเทพฯ เขต 30 (เขตบางแค-เขตภาษีเจริญ) ได้พยายามผลักดันให้มีการแก้ไขกฎหมายจัดสรรที่ดินและได้เสนอร่างแก้ไขกฎหมายจัดสรรที่ดินต่อที่ประชุมสภา ตั้งแต่ปี 2563 ที่ผ่านมา และผลักดันผ่านวาระ 1 ร่วมกับพรรคการเมืองอื่นเมื่อเดือนตุลาคม 2567 จากนั้นจึงมีการพิจารณาผ่านวาระ 2-3 และเห็นชอบเมื่อ 28-29 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา
ตอนนี้ พ.ร.บ. การจัดสรรที่ดินฉบับที่ว่ามานั้น ได้มีผลบังคับใช้ทั่วประเทศแล้ว
ปิดจบปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีกในโครงการหมู่บ้านจัดสรร ที่ลูกบ้านมักจะต้องเผชิญ เช่น การไม่ดูแลถนน ท่อระบายน้ำ พื้นที่ส่วนกลาง ฯลฯ
พ.ร.บ. การจัดสรรที่ดินฉบับนี้ จะช่วยแก้ไขปัญหาหลากหลายเรื่องที่ลูกบ้านในหมู่บ้านจัดสรรเก่า หรือหมู่บ้านที่เจ้าของโครงการละเลยในการดูแลสาธารณูปโภค และทำให้สามารถจัดตั้งนิติบุคคลได้ง่ายขึ้น เข้ามาดูแลสาธารณูปโภค หรือยกให้เป็นสาธารณะเพื่อให้หน่วยงานรัฐเข้ามาบำรุงรักษาได้
สาระสำคัญของ พ.ร.บ. การจัดสรรที่ดิน ประกอบด้วย 4 เรื่องสำคัญ ดังนี้
1) ตั้งนิติบุคคลได้ง่ายขึ้น
จากเดิมที่ต้องใช้เสียงกึ่งหนึ่งของผู้เข้าร่วมประชุมจัดตั้งนิติบุคคล ทำให้มีปัญหาเมื่อหมู่บ้านที่สร้างมานานแล้ว มีเจ้าของบ้านปล่อยเช้า ทำให้หาตัวผู้ถือกรรมสิทธิ์ไม่เจอ ทำให้เรียกประชุมไม่ครบตามเกณฑ์ กฎหมายใหม่เปิดทางให้ ยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด เพื่อจัดตั้งนิติบุคคลได้ โดยใช้มติเสียงข้างมากของผู้เข้าประชุม เพื่อให้มีองค์กรไปดูแลสาธารณูปโภค หรือเดินหน้าสู่การยกให้เป็นสาธารณะ ให้รัฐเข้ามาบำรุงรักษาได้อย่างถูกต้อง
2) การดูแลสาธารณูปโภคยืดหยุ่นขึ้น ใช้งานได้จริง
จากที่ก่อนหน้านี้เดิมที่ต้อง “คงสภาพดังเช่นที่ได้จัดทำขึ้น” (ทำให้เป็นอุปสรรคเวลาต้องการซ่อมแซม ปรับปรุง) ฉบับใหม่ ปรับให้เป็น “ให้มีสภาพใช้งานได้ตามปกติโดยไม่ต่ำกว่ามาตรฐานเดิมหรือเทียบเท่า” ทำให้การซ่อมถนน เปลี่ยนวัสดุฝาท่อ ปรับระบบไม้กั้นเป็นอัตโนมัติ ฯลฯ ทำได้คล่องขึ้น และลดปัญหาติดขัดเวลาจะโอนให้สาธารณะดูแล
3) เพิ่มโทษปรับคนหรือบริษัทที่ละเลยหน้าที่จริงจัง
หากผู้จัดสรรที่ดินละเลยหน้าที่บำรุงรักษาสาธารณูปโภค หรือทำให้ผิดไปจากแผนผัง จากเดิมปรับวันละ 2,000 บาท ปรับใหม่เป็น ปรับครั้งแรก 50,000–500,000 บาท และ ปรับต่อเนื่องวันละ 1,000–10,000 บาท ตลอดระยะเวลาที่ยังฝ่าฝืน
4) เรียกประชุมนิติบุคคล โดยเพิ่มช่องทางอิเล็กทรอนิกส์
จากเดิมเน้นเอกสารเป็นหลัก กฎหมายใหม่เพิ่มช่องทางสื่อสารให้สอดคล้องยุคปัจจุบัน ช่วยให้การนัดหมายและการรวมตัวทำได้จริงมากขึ้น
ช่วงนี้หน่วยงานยังเดินหน้าร่างกฎกระทรวง/กฎหมายลูก มาประกอบ (และมีนัดพิจารณาอีกครั้งวันที่ 6 มีนาคม) แต่ เมื่อ พ.ร.บ.มีผลบังคับใช้แล้ว หลายกระบวนการสามารถเริ่มเดินได้ทันที
นี่คืออีกหนึ่งตัวอย่างของการทำหน้าที่ สส. เขต ของพรรคประชาชน หลังจากที่เจอปัญหาได้รับข้อร้องเรียนหลายครั้ง จึงนำมาสู่การใช้กลไกสภาพเพื่อแก้ปัญหาที่ต้นตอและยื่นเรื่องเพื่อผลักดันเป็นกฎหมายในการแก้ปัญหา เป็นการหาทางออกของปัญหาผ่านระบบกลไกสภา







