"สกลธี" เผยพรรคประชาธิปัตย์เตรียมเปิดตัวขุนพลผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พร้อมโชว์วิสัยทัศน์พัฒนาเมือง 16 พ.ค. นี้ มั่นใจสู้ศึก "ชัชชาติ-ดร.โจ" ได้ ชี้กรุงเทพฯ ยังขาดโครงการใหญ่ระดับโครงสร้าง พร้อมตั้งเป้ากวาดเก้าอี้ ส.ก. เพิ่มขึ้นจากเดิม
วันที่ 8 พ.ค. 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กำกับดูแลกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงความพร้อมในการเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. และสมาชิกสภาฯกทม. ว่า พรรคมีผู้สมัคร ส.ก. ครบทั้ง 50 เขตแล้ว โดยในวันที่ 11 พ.ค. จะมีการสัมมนาผู้สมัคร ส.ก. ร่วมกับหัวหน้าพรรค เพื่อหารือเรื่องระเบียบและข้อกฎหมายต่าง ๆ ขณะที่วันที่ 12 พ.ค. เวลา 15.00 น. จะมีการจัดเสวนาเรื่อง AI ซึ่งว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. อาจมาร่วมงานด้วย
นายสกลธี กล่าวว่า ขณะนี้การเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พร้อมแล้ว 100% เหลือเพียงการจัดการเรื่องส่วนตัวของผู้สมัคร โดยจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 พ.ค. เวลา 09.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งจะเปิดให้ผู้สมัครผู้ว่าฯ แสดงวิสัยทัศน์ พร้อมเปิดตัวผู้สมัคร ส.ก. ทั้ง 50 เขต และคาดว่าสัปดาห์หน้าจะเริ่มลงพื้นที่ทำกิจกรรมต่าง ๆ ของพรรค
เมื่อถามว่านโยบายหาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ นายสกลธี กล่าวว่า มาจากหลายส่วนประกอบกัน ทั้งนโยบายเดิมของตน และนโยบายของพรรค โดยยอมรับว่าในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา การทำงานของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่ากทม. ถือว่าทำได้ดีและประชาชนจำนวนมากพอใจ แต่ก็ยังมีประชาชนอีกส่วนที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงของกรุงเทพฯ อย่างมีนัยสำคัญ แต่เรื่องหลังบ้านแทบไม่เห็นเลยในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา เช่น ระบบฟีดเดอร์ ระบบขนส่งสาธารณะ การเก็บขยะที่ไม่ควรจบแค่การฝังกลบ หรือโครงการใหญ่ที่มีผลต่อชีวิตคนกรุงเทพฯ ซึ่งตรงนี้จะเป็นจุดที่ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์นำเสนอความแตกต่าง ว่าหากได้เป็นผู้ว่าฯ อีก 4 ปีข้างหน้า กรุงเทพฯ จะเปลี่ยนไปอย่างไร
เมื่อถามว่าจุดแข็งของผู้สมัคร ส.ก. พรรคประชาธิปัตย์ นายสกลธี กล่าวว่า พรรคได้อดีตและปัจจุบัน ส.ก. มาร่วมทีม 12 คน ส่วนที่เหลือเป็นทั้งอดีตผู้สมัครที่เคยได้คะแนนดี หรือบุคคลใหม่ที่ขยับมาจากสนามการเมืองระดับชาติ พร้อมเชื่อว่ากระแสของพรรคและหัวหน้าพรรคจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา จะเป็นแต้มต่อสำคัญ เพราะการเลือกตั้งท้องถิ่นกรุงเทพฯ แตกต่างจากการเลือกตั้งระดับชาติ เพราะเขตเลือกตั้งเล็กกว่า ความผูกพันของผู้สมัครกับประชาชนในพื้นที่มีผลมากกว่า และจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ก็น้อยกว่า ทำให้คนที่ทำงานพื้นที่จริงยังมีโอกาสฝ่ากระแสการเมืองใหญ่เข้ามาได้
เมื่อถามถึงกรณีนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หรือ “ดร.โจ” จากพรรคประชาชน และนายชัชชาติ ที่ยังได้รับความนิยมสูง พรรคประชาธิปัตย์จะสู้ได้หรือไม่ นายสกลธี กล่าวว่า ดร.ชัยวัฒน์ ถือเป็นผู้สมัครที่มีประวัติและโปรไฟล์โดดเด่น อีกทั้งพรรคประชาชนยังได้เปรียบจากกระแสการเลือกตั้งใหญ่ที่ผ่านมา ที่กวาดพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้งหมด ขณะที่นายชัชชาติ ในฐานะแชมป์เก่า ก็ยังเป็นคู่แข่งที่น่ากลัว เพราะประชาชนเห็นผลงานต่อเนื่องมาตลอด 4 ปี แต่เชื่อว่ายังมีช่องว่างในเรื่องการพัฒนาเมืองเชิงโครงสร้างและโครงการขนาดใหญ่ ที่พรรคประชาธิปัตย์สามารถนำเสนอความแตกต่างให้ประชาชนเห็นได้
เมื่อถามถึงเป้าหมายจำนวน ส.ก. ที่คาดหวังจะได้ นายสกลธี กล่าวว่า ครั้งที่ผ่านมา พรรคได้ 9 คน ดังนั้นครั้งนี้ต้องได้มากกว่าเดิมแน่นอน จากทั้งความพร้อมของผู้สมัคร หัวหน้าพรรค และนโยบายต่าง ๆ ของพรรคประชาธิปัตย์








