วันที่ 27 ก.พ.69 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "Jatuporn Prompan - จตุพร พรหมพันธุ์" ระบุว่า...
กกต.เร่งสแกนคิวอาร์ รับรอง สส. ราวกับให้ทันข่าวปล่อยชงโผ ครม. ทำ ภท.-พท.กระเพื่อม รีบแจงวุ่นวาย ลั่นตั้ง รบ.ยังไม่เบ็ดเสร็จ เปรียบดูหนังควรถึงตอนจบ รอ “อนุทิน” นั่งโต๊ะแถลงจับมือรวมหมู่ให้ชัด ส่วนทักษิณวางมือ ควรทำเป็นหนังสือลงชื่อคนจึงจะเชื่อ
เมื่อ 26 ก.พ. 2569 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟสบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน ว่า นับวันปฏิบัติการปล่อยข่าวยิ่งเข้มข้นขึ้น ล่าสุดถึงขั้นระบุโผ ครม จนพรรคภูมิใจไทยมึนงง และสับสนอลหม่านกับข่าวสกัด 3 นักการเมืองใหญ่จากพรรคเพื่อไทยเป็น รมต.
"ลักษณะการปล่อยข่าวโดยทำเรื่องโกหกให้เสมือนจริง คือต้องนำเรื่องจริงมาผสมกับเรื่องไม่จริง ดังนั้นการกุข่าวแบบนี้มักสัมฤทธิ์ผลเสมอจนนักข่าวตะครุบข่าวปล่อยถ้วนหน้า แต่ผมเชื่อว่า การเจรจาเพื่อร่วมรัฐบาลยังไม่จบ ถ้าจบแล้วคุณอนุทิน (ชาญวีรกูล) คงแถลงอย่างเป็นเรื่องเป็นราว”
อีกทั้งย้ำว่า ตลอดทั้งวัน (26 ก.พ.) ข่าวปล่อยแพร่สะพัดใน 3 ส่วนผสมกัน คือ โผรายชื่อบุคคลน่าจะเป็น รมต. และมีหน้าใหม่ด้วย พร้อมยุแหย่หรือเสี้ยมว่า พรรคภูมิใจไทยขวางนายสุริยะ จึงรุ่งเรื่องกิจ กับ สมศักดิ์ เทพสุทิน และประเสริฐ จันทรรวงทอง จากพรรคเพื่อไทยเป็น รมต. นอกจากนี้ยังมีข่าวดึง สส. หรือ งูเขียวจากพรรคกล้าธรรมมาอยู่ร่วมรัฐบาล ซึ่ง สส.บ้านใหญ่ปั่นป่วนกันไปหมด แต่ความวุ่นวายนี้จะยุติลงเมื่อนายอนุทิน ได้แถลงการตั้งรัฐบาลให้ชัดเจน
อย่างไรก็ตาม เมื่อการตั้งรัฐบาลยังไม่เบ็ดเสร็จย่อมมีช่องว่างเกิดอาการรวนกันไปหมดจากคนปล่อยข่าวที่สนุกเมามัน ซึ่งมีทั้งข่าวปล่อยในรูปแบบดึงขึ้นข้างบนไปเป็น รมต.แล้วกระชากลากลงเพื่อทำให้เสียคน
สิ่งสำคัญแล้ว การตั้งรัฐบาลโดยสองพรรคใหญ่อย่างภูมิใจไทยและเพื่อไทย ต้องคิดถึงสถานการณ์ข้างหน้าให้รอบคอบ และคิดเผื่อถึงความบาดหมางจนมีบางพรรคถอนตัวจากรัฐบาล รวมไปถึงถ้าเกิดการปะทะตามชายแดนไทย-กัมพูชา จะก่อวิกฤตศรัทธาจนแบกไม่จำเป็น
นายจตุพร ย้ำว่า ขณะนี้ภาพการตั้งรัฐบาลยังเลือนราง หากต้องการความจริงเพื่อให้แน่ใจแล้ว เปรียบเหมือนกับดูหนังให้จบก่อนจึงเชื่อมั่นได้ เมื่อการตั้งรัฐบาลยังไม่ถึงตอนจบ ซึ่งนายอนุทิน ไม่ได้แถลงอย่างชัดเจน และปัญหาเลือกตั้งของ กกต.ยังคาราคาซังมากด้วยความสงสัยมากมาย จึงต้องรอผลเลือกตั้งเป็นทางการด้วย ดังนั้น จึงไม่ควรรีบกระพือโหมข่าวปล่อยมาสร้างแรงกระเพื่อมทางการเมือง
ส่วนหลักปฎิบัติการแต่งตั้ง รมต.นั้น มีแนวทางให้ยึดมั่นจะไม่แต่งตั้งบุคคลที่ยังอยู่ระหว่างคดีความขึ้นเป็น รมต. เพราะจะกระทบกระเทือนกับการทูลเกล้านฯ และระคายเคืองเบื้องยุคลบาทโดยไม่จำเป็น ดังนั้น นายอนุทิน จึงควรขอความร่วมมือจากพรรคร่วมรัฐบาล
นอกจากนี้ ยังวิตกกังวลข้อหาเลือกตั้งโมฆะหรือไม่ เพราะขณะนี้มีคำร้องบาร์โค้ดทำให้ใช้สิทธิ์ไม่ลับยื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อพิจารณานำส่งถึงศาล รธน. ดังนั้น เพื่อให้ประเทศเดินอย่างมีสถานะความเชื่อมั่น จึงควรรอศาล รธน.วินิจฉัยก่อนให้สิ้นสงสัยเพื่อไม่ให้กระทบต่อรัฐบาลในวันข้างหน้า
กรณีอุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร ไปเยี่ยมทักษิณ ชินวัตร ที่เรือนจำคลองเปรม แล้วบอก "พ่อจะวางมือทางการเมือง" นั้น การพูดเช่นนี้ที่ผ่านมาเกิดขึ้นหลายครั้ง แต่อิสรภาพจากการพักโทษตามสิทธิ์ติดคุก 2 ใน 3 ของโทษ ยังต้องให้คณะกรรมการพิจารณาอีกขั้นตอนหนึ่ง ดังนั้น การรีบออกมาพูดเช่นนี้จึงมีทั้งข่าวดีและร้ายผสมกันอยู่
“การออกมาพูดจะวางมือทางการเมือง ซึ่งพูดมาหลายครั้งนั้น แต่ครั้งนี้ควรต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรแสดงถึงเจตนา เพราะพูดแล้วไม่มีใครเชื่อ และการปฏิบัติยังไม่เคยทำได้จริงตามที่พูด”
อย่างไรก็ตาม คนมีประสบการณ์เป็นนักโทษติดคุก ย่อมมีคำพูดเตือนกันถึงอาการรั่วหรือหลุดจนครองสติไม่ได้จากจะได้พ้นโทษและร่ำลาเพื่อนร่วมเรือนจำ แต่ที่สุดไม่ได้พ้นโทษ จนเกิดอาการเสียผู้เสียคนกันไป
#จตุพร #กกต #จัดตั้งรัฐบาล #โผครม #อนุทิน #ทักษิณ #การเมืองไทย #ข่าวการเมือง #เพื่อไทย #ภูมิใจไทย #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline







