วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา และอดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงกรณีศาลฎีกาพิพากษาจำคุกผู้สมัคร สส.มหาสารคาม พรรคประชาชน โดยระบุข้อความว่า
ในขณะที่ยึดหลัก Presumption of Innocence (หลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์) ในการปกป้องผู้ถูกกล่าวหา แต่ในความผิดเกี่ยวกับเพศ พรรคประชาชนควรให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้เสียหายด้วยเช่นกัน
ต้องไม่ลืมว่า การสู้คดีความผิดเกี่ยวกับเพศ ทำให้ผู้เสียหายหลายคนสูญเสียเอกลักษณ์ของตนเอง (Selfness) คดีนี้หลายคนเตือนแล้วแต่ต้น แต่พรรคไม่ฟัง
พรรคควรตระหนักว่า คดีแบบนี้แม้ศาลยกฟ้องก็อาจไม่ใช่เพราะจำเลยบริสุทธิ์เสมอไป เพราะหากมีข้อสงสัย ศาลอาจยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย
และเนื่องจากคดีลักษณะนี้มักไม่มีพยานเห็นเหตุการณ์ ผู้เสียหายจึงต้องเป็นพยานให้ตัวเอง ซึ่งยากมากมักที่จะพิสูจน์จนศาลสิ้นข้อสงสัย (Beyond reasonable doubt) ถ้าพรรค ปชน. ไม่ให้ความสำคัญเรื่องความผิดเกี่ยวกับเพศ จะเป็นผู้นำในการปรับปรุงกฎหมายสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะเรื่องการป้องกันและยุติการล่วงละเมิดทางเพศได้อย่างไร
ไม่แปลกใจเลยที่ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา รัฐสภาแก้ไข ป. อาญา เรื่องความผิดเกี่ยวกับเพศ แม้จะมีความก้าวหน้าเรื่องเพิ่มนิยาม “การคุกคามทางเพศ” แต่กลับถดถอยอย่างมากในการแก้ไขมาตรา 281 เรื่องการข่มขืนในคู่สมรส (marital rape) ให้เป็นความผิดอันยอมความได้ ซึ่งมาตรานี้ ไม่มี สส. พรรคใดคัดค้าน รวมถึงพรรคประชาชนด้วย







