KPI Poll ชี้คนไทยกว่า 53% เคยได้ยิน “ซื้อเสียง” ราคา 500–1,000 บาทมาแรง ประเมินผลงาน กกต. ยังน่าห่วง
ศูนย์สำรวจความคิดเห็นสถาบันพระปกเกล้า (KPI Poll) สำรวจความคิดเห็นเรื่อง “การรับรู้ปัญหาซื้อ เสียงของประชาชนและรัฐบาลที่อยากเห็นหลังเลือกตั้ง” ระหว่างวันที่ 13 - 16 ก.พ. 2569 จากประชาชนที่ มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง โดยการสุ่มตัวอย่างแบบหลาย ขั้นตอน (Multi-stage sampling) เก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์แบบพบหน้า กำหนดระดับความเชื่อมั่นทาง สถิติที่ 95% และค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน ร้อยละ 2.5 นอกจากนี้ทุกแบบสอบถามได้ผ่านการตรวจสอบ ความครบถ้วนและความสมเหตุสมผลของคำตอบ ก่อนนำข้อมูลไปวิเคราะห์และรายงานผลต่อไป ผลการสำรวจในคำถาม “ท่านได้ยินเรื่องการซื้อเสียงในเขตเลือกตั้งของท่านหรือไม่” พบว่า ผู้ตอบ มากกว่าครึ่ง ระบุว่า “ได้ยิน” คิดเป็นร้อยละ 53.6 ขณะที่อีกร้อยละ 46.4 ระบุว่า “ไม่ได้ยิน” ผลการสำรวจในคำถาม “หากเคยได้ยินราคาซื้อเสียงที่ท่านทราบ คือเท่าไร” พบว่า ผู้ตอบส่วนใหญ่ ระบุว่า “500 – 1,000 บาท” คิดเป็นร้อยละ 76.8 รองลงมาคือ “ต่ำกว่า 500 บาท” คิดเป็นร้อยละ 15.3 และ “มากกว่า 1,000 บาท” คิดเป็นร้อยละ 7.9 เมื่อพิจารณาตามภูมิภาคในคำถาม “ท่านได้ยินเรื่องการซื้อเสียงในเขตเลือกตั้งของท่านหรือไม่” พบว่า กรุงเทพมหานครมีสัดส่วนผู้ตอบว่า “ได้ยิน” ต่ำที่สุดที่ร้อยละ 26.5 ขณะที่ร้อยละ 73.5 ระบุว่า “ไม่ได้ ยิน” ส่วนภาคกลางมีผู้ตอบว่า “ได้ยิน” ร้อยละ 37.7 และ “ไม่ได้ยิน” ร้อยละ 62.3 ขณะที่ ภาคตะวันออกมี ผู้ตอบว่า “ได้ยิน” ร้อยละ 46.3 และ “ไม่ได้ยิน” ร้อยละ 53.7 ในทางกลับกัน ภูมิภาคที่มีสัดส่วนผู้ตอบว่า “ได้ยิน” อยู่ในระดับสูง ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือร้อยละ 64.9 ขณะที่ร้อยละ 35.1 ระบุว่า “ไม่ได้ยิน” ตามด้วย ภาคเหนือซึ่งมีผู้ตอบว่า “ได้ยิน” ร้อยละ 56.5 และ “ไม่ได้ยิน” ร้อยละ 43.5 และ ภาคใต้มีผู้ตอบว่า
“ได้ยิน” ร้อยละ 65.3 ซึ่งสูงที่สุด ขณะที่ร้อยละ 34.7 ระบุว่า “ไม่ได้ยิน” เมื่อพิจารณาช่วง “ราคาซื้อเสียง” ที่ผู้ตอบรับทราบในแต่ละภูมิภาค พบว่า กรุงเทพมหานครอยู่ในช่วง 300–1,000 บาท ขณะที่ ภาคกลางอยู่ในช่วง 300–3,000 บาท และ ภาคตะวันออกอยู่ในช่วง 500–3,000 บาท ส่วน ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ในช่วง 100–2,500 บาท ภาคเหนืออยู่ในช่วง 200–2,000 บาท และ ภาคใต้อยู่ในช่วง 300–2,000 บาท ผลการสำรวจในคำถาม “ท่านเห็นว่า การทำงานของ กกต. ในเรื่องการป้องกันและปราบปรามการ
ทุจริตเลือกตั้งเป็นอย่างไร” พบว่า ผู้ตอบร้อยละ 40.8 ประเมินว่า “แย่–ค่อนข้างแย่” รองลงมาคือ “พอใช้” ร้อยละ 25.8 และ “ดี–ค่อนข้างดี” ร้อยละ 31.9 ขณะที่ร้อยละ 1.5 ระบุว่า “ไม่มีความเห็น” ผลการสำรวจทาง Line Today ในคำถาม “ท่าน ‘ชอบ’ รูปแบบการจัดตั้งรัฐบาลแบบไหนมาก ที่สุด” พบว่า ผู้ตอบจำนวนมากที่สุดระบุว่า “ไม่มีรูปแบบที่ชอบ” คิดเป็นร้อยละ 41.9 สะท้อนว่าประชาชน ส่วนใหญ่ยังไม่พึงพอใจกับตัวเลือกการจัดตั้งรัฐบาลที่เสนอมา สำหรับรูปแบบที่ได้รับความนิยมรองลงมา คือ “ภูมิใจไทย + เพื่อไทย + ประชาธิปัตย์” ร้อยละ 28.5 และ “ภูมิใจไทย + เพื่อไทย + ประชาชาติ + ประชาธิปัตย์” ร้อยละ 13.8 ขณะที่ตัวเลือกฝั่งอื่น ๆ ได้รับการเลือกในสัดส่วนต่ำกว่า ได้แก่ “ภูมิใจไทย + กล้า ธรรม + พลังประชารัฐ + เศรษฐกิจ” ร้อยละ 9.3, “ภูมิใจไทย + เพื่อไทย + กล้าธรรม” ร้อยละ 4.6 และ “ภูมิใจไทย + กล้าธรรม” ร้อยละ 1.9
ลักษณะของตัวอย่างผู้ตอบ ในส่วนของข้อมูลลักษณะพื้นฐานของผู้ตอบแบบสอบถาม พบว่า ผู้ตอบร้อยละ 48.6 เป็นเพศชาย ร้อยละ 49.8 เป็นเพศหญิง ร้อยละ 0.7 เป็นผู้มีความหลากหลายทางเพศ และร้อยละ 0.9 ไม่ต้องการระบุเพศ ขณะที่เมื่อจำแนกตามช่วงอายุ พบว่า ผู้ตอบร้อยละ 18.8 อยู่ในช่วงอายุ 18–25 ปี ร้อยละ 20.3 อยู่ในช่วงอายุ 26–35 ปี ร้อยละ 18.6 อยู่ในช่วงอายุ 36–45 ปี ร้อยละ 19.2 อยู่ในช่วงอายุ 46–55 ปี และร้อยละ 23.1 มี อายุ 56 ปีขึ้นไป ส่วนระดับการศึกษา พบว่า ผู้ตอบร้อยละ 1.7 ต่ำกว่าประถมศึกษา ร้อยละ 7.2 จบการศึกษา ระดับประถมศึกษา ร้อยละ 25.4 จบระดับมัธยมศึกษา หรือเทียบเท่า ร้อยละ 17.1 จบระดับอาชีวศึกษา หรือ เทียบเท่า ร้อยละ 36.9 จบระดับปริญญาตรี ร้อยละ 7.6 สูงกว่าปริญญาตรี และร้อยละ 4.1 ไม่ต้องการระบุ ระดับการศึกษา ทั้งนี้เมื่อจำแนกตามภูมิภาค พบว่า ผู้ตอบร้อยละ 8.5 อยู่ในกรุงเทพมหานคร ร้อยละ 19.1 อยู่ในภาคกลาง ร้อยละ 7.4 อยู่ในภาคตะวันออก ร้อยละ 33.3 อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 17.8 อยู่ในภาคเหนือ และร้อยละ 13.9 อยู่ในภาคใต้ ในส่วนของข้อมูลพื้นฐานด้านอาชีพของผู้ตอบแบบสอบถาม พบว่า ผู้ตอบร้อยละ 16.0 เป็น ข้าราชการ/พนักงานของรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 12.0 เป็นพนักงานบริษัทเอกชน ร้อยละ 15.3 เป็นเจ้าของ กิจการ/ผู้ประกอบการ/ค้าขาย ร้อยละ 12.3 เป็นเกษตรกร/ทำสวนทำไร่/ทำประมง ร้อยละ 18.5 รับจ้าง ทั่วไป/อาชีพอิสระ ร้อยละ 11.3 เป็นนักเรียน/นักศึกษา ร้อยละ 2.9 เป็นแม่บ้าน/ผู้ดูแลครอบครัว ร้อยละ 5.0 เป็นผู้เกษียณอายุ/ไม่มีอาชีพ และร้อยละ 6.7 ไม่ต้องการระบุอาชีพ ขณะที่เมื่อพิจารณาตามระดับรายได้เฉลี่ย ต่อเดือน พบว่า ผู้ตอบร้อยละ 30.0 มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาท ร้อยละ 33.5 มีรายได้ 15,000–30,000 บาท ร้อยละ 11.6 มีรายได้ 30,001–45,000 บาท ร้อยละ 2.9 มีรายได้ 45,001–60,000 บาท ร้อยละ 1.2 มีรายได้ 60,001 บาทขึ้นไป และร้อยละ 20.8 ไม่ต้องการระบุรายได้
#KPIPoll #ซื้อเสียง #โพลการเมือง #เลือกตั้งไทย #ข่าวการเมือง #กกต #รัฐบาลไทย #สำรวจความคิดเห็น #ข่าววันนี้ #การเมืองไทย #ข่าวด่วนการเมือง #ผลสำรวจล่าสุด







