วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 นายศรีสุวรรณ จรรยา ประธานองค์การรักชาติรักแผ่นดิน เดินทางยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และนายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อขอให้ยุบพรรคประชาชน หลังจาก นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ หรือแก้วตา อดีต สส. กทม. พรรคประชาชนอดีต ออกมาเปิดเผยข้อมูลภายในพรรคเกี่ยวกับการจัดทำ “IO” เพื่อเคลื่อนไหวทางการเมือง กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์
นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบข้อสงสัยว่าสมาชิกและผู้บริหารพรรคประชาชนอาจมีความเกี่ยวข้องกับบริษัทที่รับจ้างดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของบริษัทแห่งหนึ่งที่ถูกกล่าวถึง โดยมีที่ตั้งอยู่ในสถานที่เดียวกับพรรคประชาชน จึงเกิดความสงสัยว่าอาจเชื่อมโยงถึงการจัดทำปฏิบัติการ IO ให้กับพรรคหรือไม่ โดยตั้งข้อสังเกตกรณีตัวแทนพรรคไปออกรายการสื่อที่มีการเปิดโหวตแล้วได้คะแนนท่วมท้นผิดปกติ กระทั่งมีสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่งยกเลิกผลโหวตเพราะพบความผิดปกติ
อีกทั้งยังมีบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่ห้ามผู้สมัครหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองถือหุ้นในกิจการสื่อ โดยเห็นว่าหากพบความเชื่อมโยงระหว่างพรรคกับบริษัทด้านสื่อดังกล่าว อาจเป็นประเด็นทางกฎหมายที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม รวมถึงกฎหมายเลือกตั้งบางมาตรา และอาจนำไปสู่การใช้อำนาจตามมาตรา 92 เสนอให้ยุบพรรคได้ หาก กกต.ไต่สวนแล้วพบการกระทำผิด
"โฆษกพรรคได้ยอมรับว่ามีบริษัทดังกล่าวอยู่จริง และมีบุคคลภายนอกออกมาชี้แจงแทน แม้ยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรง ซึ่งเห็นว่าควรให้หน่วยงานที่มีอำนาจไต่สวนข้อเท็จจริงต่อไป อีกประเด็นหนึ่ง คือ พรรคประชาชนจัดทำแบบฟอร์มสมัครสมาชิกพรรค โดยให้ผู้สมัครกรอกเลขเลเซอร์ไอดี 12 หลักหลังบัตรประชาชน ซึ่งเห็นว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคล การเก็บรวบรวมข้อมูลดังกล่าวอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 32 และกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) หากนำไปใช้เกินวัตถุประสงค์หรือโดยไม่ชอบ"
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีที่หัวหน้าพรรคประชาชนชี้แจงว่าได้ขออนุญาตกระทรวงมหาดไทยแล้ว และข้อมูลถูกเก็บเป็นความลับ นายศรีสุวรรณ ระบุว่า แม้พรรคจะชี้แจงเช่นนั้น แต่รัฐธรรมนูญถือเป็นกฎหมายสูงสุด การวินิจฉัยว่าเข้าข่ายฝ่าฝืนหรือไม่ เป็นอำนาจของ กกต.
ส่วนกรณีที่ นางสาวพรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ออกมาชี้แจงว่า บริษัทดังกล่าวแยกการดำเนินงานออกจากพรรค และทำงานรับจ้างทั่วไป ไม่ได้เกี่ยวข้องทางการเมือง นายศรีสุวรรณ ระบุว่า ยังมีข้อสงสัยในสถานะและบทบาทของบุคคลที่ออกมาชี้แจงว่าอยู่ในสถานะไหน
ดังนั้นจะมาอ้างเป็นผู้ช่วยหาเสียงไม่ได้เนื่องจากว่าเลือกตั้งเสร็จสิ้นแล้ว รวมถึงความเชื่อมโยงระหว่างผู้ก่อตั้งบริษัทกับตำแหน่งในพรรค ซึ่งเห็นว่าเป็นหน้าที่ของ กกต. และนายทะเบียนพรรคการเมืองที่จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด
"ทั้งนี้ตนขอให้ กกต. เร่งไต่สวนข้อเท็จจริงตามที่บมีการเปิดเผยผ่านสื่อมวลชนว่าเป็นไปตามข้อกล่าวอ้างหรือไม่ เพื่อให้เกิดความชัดเจนต่อสาธารณชน" นายศรีสุวรรณ กล่าว







