เมื่อวันที่ 13 ก.พ.69 เพจเฟซบุ๊ก ปราชญ์ สามสี โพสต์ข้อความระบุว่า ล่าสุด แก้วตา ชุณหะวัณ ออกมาให้สัมภาษณ์ในรายการ ถกไม่เถียง ทางช่อง 0ne31 ว่า ตัวเธอถูกโจมตีทางออนไลน์ หรือที่เรียกกันว่า “IO” โดยเธอระบุอย่างชัดเจนว่า IO ที่โจมตีทางการเมืองใส่เธอนั้น คือ IO ของ พรรคประชาชน
ประเด็นที่ทำให้หลายคนรู้สึกอึ้ง คือเธอไม่ได้พูดถึงการโจมตีในลักษณะทั่วไปหรือเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว แต่ย้ำว่าการโจมตีดังกล่าวเป็นการทำงานเป็นชุด เป็นระบบ และมีการเอ่ยชื่อบริษัท “Spectrec” ขึ้นมาอย่างชัดเจนด้วย
จุดนี้เองทำให้ข้าพเจ้าต้องไปตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม และพบรายละเอียดที่น่าสนใจหลายประการ
จากการตรวจสอบและติดตามข้อมูลเพิ่มเติม เมื่อค้นหาที่ตั้งของบริษัท Spectre C Co., Ltd. ซึ่งถูกเอ่ยถึงก่อนหน้านี้ พบว่าบริษัทตั้งอยู่ที่เลขที่ 167 ชั้น 4 ซอยรามคำแหง 42 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ตามข้อมูลสถานที่และแผนที่สาธารณะ
เมื่อพิจารณารายละเอียดของที่อยู่นี้เพิ่มเติม พบว่าอาคารดังกล่าวเป็นอาคารสำนักงานที่มีหลายองค์กรใช้พื้นที่ร่วมกัน ไม่ได้มีเพียงบริษัทเอกชนแห่งเดียว โดยข้อมูลสาธารณะยังระบุว่ามีการใช้พื้นที่ของ พรรคประชาชน ในฐานะสำนักงานพรรคการเมือง รวมถึงองค์กรภาคประชาสังคมอย่าง คณะก้าวหน้า อยู่ในอาคารเดียวกันด้วย
แต่สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าสถานที่ตั้ง คือขอบเขตการดำเนินงานของบริษัทดังกล่าว จากข้อมูลการจดทะเบียนและลักษณะการให้บริการ พบว่าบริษัทนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงผู้ผลิตคอนเทนต์หรือผู้ดูแลเพจในเชิงสื่อสารเท่านั้น หากแต่มีบทบาทด้านดิจิทัลและข้อมูลที่ครอบคลุมหลายมิติ
ในระดับโครงสร้าง บริษัทมีหน้าที่พัฒนาเว็บไซต์ เว็บแอปพลิเคชัน ดูแลระบบหลังบ้าน และจัดการโครงสร้างข้อมูลในลักษณะของเว็บมาสเตอร์และเว็บดีเวลอปเปอร์ ซึ่งเป็นฐานเทคนิคสำคัญของการทำงานออนไลน์ทั้งหมด
ขณะเดียวกัน บริษัทก็ทำงานด้าน content online อย่างครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบเนื้อหา กราฟิก อินโฟกราฟิก วิดีโอ งานตัดต่อภาพและเสียง ไปจนถึงเนื้อหาสื่อสารองค์กรที่ใช้เผยแพร่บนเว็บไซต์และโซเชียลมีเดีย
นอกจากงานด้านเนื้อหาแล้ว ข้อมูลสาธารณะยังระบุว่าบริษัทมีบริการด้าน การเก็บข้อมูล การทำ poll และ survey รวมถึงการวิเคราะห์สถิติ เพื่อนำไปใช้ประกอบการวางแผนด้านการสื่อสาร การตลาด หรือการกำหนดทิศทางเชิงนโยบาย ซึ่งเป็นงานในลักษณะ data-driven อย่างชัดเจน
อีกบทบาทหนึ่งที่สำคัญ คือการ มอนิเตอร์ข้อมูลบนโซเชียลมีเดีย การติดตามกระแสความคิดเห็น การวิเคราะห์แนวโน้มของเนื้อหา และการจัดการข้อมูลเพื่อนำไปใช้ในการสื่อสารตอบโต้หรือขยายผล ผ่านแพลตฟอร์มอย่าง YouTube, Podcast, TikTok และสื่อออนไลน์อื่น ๆ
รวมถึงการสนับสนุนด้านระบบและข้อมูลให้กับกลุ่ม influencer ศิลปิน และผู้ผลิตคอนเทนต์ในโลกดิจิทัล ซึ่งทำให้บริษัทไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตเนื้อหา แต่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างการสื่อสารออนไลน์ทั้งหมด
กล่าวได้ว่า นอกเหนือจากบทบาทของการเป็น content creator เพื่อตอบโต้ข้อมูลข่าวสารทางการเมืองแล้ว โครงสร้างการทำงานของบริษัทดังกล่าวยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับการดูแลหลังบ้าน ระบบข้อมูล และกลไกการสื่อสารในโลกออนไลน์
จากการตรวจสอบรายชื่อบริษัทและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ บริษัท สเปคเตอร์ ซี จำกัด จากแหล่งข้อมูลสาธารณะ ยังพบชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องคือ จามิกร ผิวละออง ซึ่งดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลและไอที (Director of Data Centre and IT Solution) ของบริษัทดังกล่าว และยังเป็นกรรมการของ สมาคมผู้ดูแลเว็บไซต์และสื่อออนไลน์ไทย (Thai Webmaster and Online Media Association – TWA) อีกด้วย
คำถามที่น่าสนใจจึงเกิดขึ้นว่า โครงสร้างการทำงานลักษณะนี้ อาจหมายความว่า influencer บน YouTube และ podcast ที่เราเห็นออกมาพูดในรายการต่าง ๆ จำนวนไม่น้อย กำลังทำงานหรือได้รับการสนับสนุนข้อมูลจาก ecosystem เดียวกันหรือไม่
และหากเป็นเช่นนั้น ก็อาจสะท้อนว่าคนกรุงเทพฯ กำลังเผชิญกับ information echo chamber ขนาดใหญ่ เนื่องจากพฤติกรรมการเสพสื่อของคนกรุงเทพฯ จำนวนมาก คือการฟัง podcast ดู YouTube ใช้ TikTok, Line และสื่อออนไลน์เป็นหลัก ซึ่งแตกต่างจากคนไทยในพื้นที่อื่นของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ
เมื่อพิจารณาให้ลึกลงไปอีกระดับ ประเด็นสำคัญจึงอาจไม่ได้อยู่ที่การสื่อสารทั่วไปหรือการทำงานด้านเทคนิคเพียงอย่างเดียว หากแต่อยู่ที่บทบาทของโครงสร้างเหล่านี้ในฐานะ Information Operation (IO)
เพราะโดยธรรมชาติของงาน IO ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การตอบโต้ข่าวเท็จ แต่ยังรวมถึงการจัดการข้อมูล การสนับสนุน narrative ที่เป็นประโยชน์ และการสร้างความชอบธรรมทางการเมืองให้กับฝ่ายที่ตนทำงานให้
ในบริบทนี้ การมอนิเตอร์ข้อมูล การตอบโต้ข่าว การคัดเลือกประเด็น และการขยายผลผ่านแพลตฟอร์มอย่าง podcast, YouTube, TikTok และโซเชียลมีเดียอื่น ๆ จึงอาจทำหน้าที่มากกว่าการ “สื่อสาร” แต่กำลังสร้าง information echo chamber ให้กับกลุ่มผู้เสพสื่อในสังคมเมือง
เมื่อผู้รับสารถูกหล่อหลอมด้วยข้อมูลชุดเดียว ซ้ำ ๆ จากแหล่งที่มีทิศทางใกล้เคียงกัน การขับเคลื่อนทางอารมณ์และการเมือง (drive) จึงเกิดขึ้นได้ง่าย และสามารถขยายจากโลกออนไลน์ไปสู่การกระทำในโลกจริง
หากนำกรอบนี้มาเชื่อมกับเหตุการณ์ ชลบุรี เขต 1 จะเห็นความสอดคล้องบางประการ เพราะกรณีการเปิดหีบบัตรเลือกตั้งซึ่งนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายนั้น เกิดจากบุคคลที่มีสถานะเป็นผู้ช่วยหาเสียงของพรรคการเมือง และภายหลังเหตุการณ์ ก็ปรากฏความพยายามสร้างกรอบการรับรู้ใหม่ผ่านโซเชียลมีเดีย เพื่อโต้แย้ง ลดทอนความผิด และยกระดับประเด็นไปสู่ข้อกล่าวหาเรื่อง “การเลือกตั้งไม่เป็นธรรม”
เมื่อภาพทั้งหมดนี้ถูกวางทับกับกระแสล่าสุดในโลกออนไลน์ ที่เริ่มมีการใช้ถ้อยคำรุนแรงมากขึ้น และมีสัญญาณของการ drive อารมณ์ไปสู่การลงถนน ก็ยิ่งทำให้ต้องตั้งคำถามว่า กระบวนการเหล่านี้กำลังเชื่อมโยงกันหรือไม่ และเป็นผลจากการทำงานของเครือข่าย information operation ในระดับใด
ทั้งหมดนี้อาจยังต้องติดตามและตรวจสอบต่อไปว่าจะพัฒนาไปในทิศทางใด แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ เรากำลังเห็นสัญญาณของการใช้ข้อมูล ข่าวสาร และโซเชียลมีเดีย เป็นเครื่องมือในการขยายความขัดแย้งทางการเมือง จากโลกออนไลน์ไปสู่พื้นที่สาธารณะ ซึ่งหากปล่อยให้ดำเนินไปโดยไม่มีการตั้งคำถาม ก็อาจนำไปสู่ความรุนแรงและความแตกแยกที่ลึกกว่าเดิม
.......
ข้อมูลเพิ่มเติม : Information Echo Chamber คืออะไร
Information echo chamber คือสภาวะที่ผู้รับสารได้รับข้อมูล ข่าวสาร หรือมุมมองทางความคิดจากแหล่งเดิม ๆ ที่มีทิศทางสอดคล้องกันซ้ำ ๆ จนเกิดการสะท้อนความเชื่อเดิมกลับไปกลับมา โดยแทบไม่มีข้อมูลที่แตกต่างหรือท้าทายความคิดนั้นเข้ามาแทรก สภาพแวดล้อมเช่นนี้มักเกิดขึ้นในโลกออนไลน์ ผ่านอัลกอริทึมของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ซึ่งคัดเลือกเนื้อหาที่ผู้ใช้ “น่าจะชอบ” มาแสดงซ้ำอย่างต่อเนื่อง
เมื่อผู้ใช้อยู่ใน information echo chamber เป็นเวลานาน การรับรู้ต่อโลกภายนอกจะค่อย ๆ แคบลง ผู้รับสารอาจเริ่มเชื่อว่าความคิดเห็นหรือข้อมูลที่ตนเห็นอยู่นั้นคือ “เสียงส่วนใหญ่” หรือคือความจริงทั้งหมด ทั้งที่ในความเป็นจริง อาจเป็นเพียงมุมมองของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น สภาพเช่นนี้ทำให้การตั้งคำถาม การตรวจสอบข้อเท็จจริง และการรับฟังความเห็นต่างลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ในบริบททางการเมือง information echo chamber มีผลโดยตรงต่อการขับเคลื่อนอารมณ์และท่าทีของผู้คน เพราะข้อมูลที่ถูกคัดเลือกและจัดวางอย่างเป็นระบบ สามารถเร่งเร้าอารมณ์ สร้างความรู้สึกไม่พอใจ หรือความรู้สึกว่าตนเองกำลังเผชิญความอยุติธรรมร่วมกับผู้อื่นได้ง่าย เมื่ออารมณ์เหล่านี้ถูกสะสมและขยายจากโลกออนไลน์ ก็อาจนำไปสู่การเคลื่อนไหวในโลกจริง โดยที่ผู้รับสารอาจไม่ทันตระหนักว่ามุมมองที่ตนยึดถืออยู่นั้น เกิดขึ้นภายใต้สภาพแวดล้อมของ information echo chamber เป็นสำคัญ








