การเมืองทั่วไป

“ชูวิทย์” วิจารณ์แรง! ชี้พรรคส้มแพ้ตัวเอง เตือนอุดมการณ์กินไม่ได้ อาจถึงจุดแตกหักการเมือง

แชร์ข่าว

“ชูวิทย์” วิจารณ์แรง! ชี้พรรคส้มแพ้ตัวเอง เตือนอุดมการณ์กินไม่ได้ อาจถึงจุดแตกหักการเมือง

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า อุดมการณ์ที่กินไม่ได้ สองนครา ประชาธิปไตย

 

ครบสัปดาห์เลือกตั้ง เวลาเดินไป สถานการณ์บ้านเมืองไม่หยุดนิ่ง

 

กกต. ยังต้องออกมาแก้ตัวพัลวันกับการจัดการเลือกตั้งที่ถูกขุด “ความไม่ชอบมาพากล” จนกว่าผลคะแนนจะออกมาอย่างเป็นทางการ

 

ความพ่ายหมดรูปของพรรคส้มไม่มีอะไรที่เกินความคาดหมายของผมที่เคยออกโรงสั่งสอนมาตลอด

 

ในขณะที่โลกโซเชียล สื่อ อินฟลู หลงระเริงไปกับคอมเม้นต์

 

แต่สำหรับผมแน่วแน่ในสิ่งที่ผมทำ และเข้าใจความรู้สึกของพรรคส้มดีเสมือนหนึ่งนั่งอยู่ในใจ

 

หลังเลือกตั้งพบว่า ”พรรคน้ำเงิน” ดับฝัน ”พรรคส้ม“ อย่างที่ผมว่าไว้

 

ผลตัวเลขที่ออกมาทำให้พรรคส้มตื่นตระหนก ผิดหวังอย่างรุนแรงจนยากที่จะยอมรับความจริง และมองหาว่าใครควรรับผิดชอบต่อการพ่ายแพ้อย่างสิ้นรูปในครั้งนี้

 

คำพิพากษาจากตัวเลขบนกระดานนั่นคือสิ่งที่ทำให้พรรคส้มงุนงงไม่เชื่อสายตา

 

หากฟังสิ่งที่ผมคอย “เตือนด้วยความหวังดี “ ต่อพรรคส้มจนถึงวันสุดท้าย แม้จะมาในหลายรูปแบบ

 

จะเข้าใจดีว่า ”กระแส“ ที่พรรคส้มพึ่งมาตลอดกระเพื่อมออกไปได้แค่กรอบของคนเมืองเท่านั้น

 

แต่ไปไม่ไกลถึงชนบท

 

เมื่อคะแนนออก พรรคส้มในโลกคนละใบกับพรรคน้ำเงินก็ต้องตกตะลึง

 

เกิดเป็นปรากฏการณ์หาเรื่องให้นับใหม่เฉพาะเขต จนลามไป ”นับใหม่ทั่วประเทศ“

 

แท้จริงแล้วสังคมไทยยังติดหล่มกับความขัดแย้งไม่ได้เปลี่ยนไปสักนิด

 

จาก เหลือง-แดง ในอดีต มาเป็น รุ่นเก่า-รุ่นใหม่ ในปัจจุบัน

 

ไทยกลายเป็น ”คนป่วย“ ของเอเชีย ที่เศรษฐกิจตกต่ำสุดติดต่อกันมาตลอด

 

จาก เสือ ในอดีต กลายเป็น แมวซึม ในวันนี้

 

พรรคน้ำเงินจัดรัฐบาลสูตรผสมพรรคแดงรวมพรรคเล็กเพื่อบีบพรรคเขียว

 

เข้าทำนอง “เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล”

 

อนุทินได้พัฒนาบทบาทและชั้นเชิงด้วยความเชี่ยวชาญในระบบ จากระยะเวลาสั้นๆ ที่พรรคส้มเปิดโอกาส “เผากองทัพตัวเอง“ อย่างไร้ชั้นเชิงกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

 

กลยุทธ์ “ชนบทล้อมเมือง” เกิดขึ้นในช่วงหาเสียง ปล่อยให้พรรคส้มหลงระเริงกับเสียงในโซเชียล แต่โลกความจริงถูกสึนามิสีน้ำเงินกวาดเรียบ

 

ทำไมพรรคน้ำเงินถึงกวาดไปเกือบ 200 ที่นั่ง?

 

คำตอบง่ายๆ คือ ความเข้าใจชีวิตของคนไทยใน “โลกความจริง” มากกว่า ”โลกเพ้อฝัน“ ของพรรคส้ม

 

ด้วยระบบอุปถัมภ์ของบ้านใหญ่ พรรคน้ำเงินที่ ”หยิบยื่น“ แบบเข้าใจวิถีชีวิตคนชนบท ที่ต้องการกินโดยไม่ต้องรอ

 

กระสุนที่แม่นยำกว่าทำให้พรรคน้ำเงินยิงเข้าเป้าผ่านเครือข่าย อสม. และผู้นำชุมชน

 

นี่คือความเข้าใจโลกการเมืองไทยที่แม่นยำกว่าโลกโซเชียล

 

การเติบโตของพรรคน้ำเงินกลายเป็นตัวแทนของ ”อนุรักษณ์นิยมใหม่“ ที่ดัดแปลง มีฐานเสียงชนบทล้นหลามพร้อมกับการล่มสลายของยักษ์สีแดงเป็นครั้งแรก

 

ในขณะเดียวกันพรรคส้มที่ยังคงเดินหลงวนเวียนไม่พ้นกำแพงเมืองกับ ม.112

 

ติดหล่มกับ ”อุดมการณ์” ที่คิดจะเปลี่ยนโลกการเมืองไทยด้วย “ปากกา“ ต้องกลับไปเป็นฝ่ายค้านอีกครั้ง

 

พร้อมกับเตรียมตัว “ถูกโละ” อีกรอบกับคดีที่ ป.ป.ช. ส่งศาลฎีกาเรื่องเดิม “ผิดจริยธรรมร้ายแรง” จากการเสนอร่างแก้ไข ม.112 ที่โอกาสรอดเป็นศูนย์

 

พรรคส้มจะเปลี่ยนระบบด้วยการสร้าง ”ความหวัง“ ให้คนเมือง

 

แต่กลับกลายเป็น “ความหวาดระแวง” ของคนชนบท

 

สำหรับคนไทยส่วนใหญ่ประชาธิปไตยต้องกินได้ทันที

 

พรรคส้มแพ้ตัวเอง หาใช่แพ้พรรคน้ำเงิน

 

ในเวลาไม่ช้าพรรคส้มจะแตก จากการเดินทางที่ต้องไปถึงจุดจบ

 

ไม่ใช่เพราะพรรคน้ำเงิน ไม่ใช่เพราะอนุรักษ์นิยม ไม่ใช่เพราะอำนาจเก่า ไม่ใช่เพราะใครทั้งสิ้น

 

แต่เป็นเพราะ “อุดมการณ์ที่กินไม่ได้“ และการก้าวพลาดครั้งใหญ่ของพรรคส้มเอง

#ชูวิทย์ #การเมืองไทย #เลือกตั้ง2569 #พรรคส้ม #ข่าวการเมือง #วิเคราะห์การเมือง #รัฐบาลใหม่ #ข่าววันนี้ #BreakingNews #PoliticalNews #ข่าวการเมืองล่าสุด #ไทยการเมือง #เลือกตั้งไทย #นักการเมือง #ข่าวด่วน #วิเคราะห์เลือกตั้ง #กระแสการเมือง #พรรคน้ำเงิน #ฝ่ายค้าน #ประชาธิปไตยไทย #ข่าวดัง #โซเชียลการเมือง

ข่าวแนะนำ