การเมืองทั่วไป

"ธนกร คงอุดม" ผู้สมัคร สส.เขต 33 รวมไทยสร้างชาติ ชูนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ลดภาระประชาชน

แชร์ข่าว

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 นายธนกร คงอุดม ผู้สมัคร สส. กทม. เขต 33 (บางพลัด–บางกอกน้อย) หมายเลข 13 พรรครวมไทยสร้างชาติ เผยแพร่ข้อมูลผ่านเพจเฟซบุ๊ก โดยสื่อสารถึงประชาชนชาวฝั่งธนบุรีเพื่อประกาศความพร้อมในการขับเคลื่อนนโยบายลดค่าครองชีพด้านการเดินทาง มุ่งเน้นการผลักดันนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ซึ่งครอบคลุมทั้งสายสีส้ม สายสีน้ำเงิน และสายสีเขียว เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้แก่พี่น้องประชาชน

โดยพรรครวมไทยสร้างชาติยืนยันความพร้อมที่จะผลักดันนโยบายนี้ให้เกิดขึ้นจริงผ่านกลไกของกองทุนโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานด้านขนส่ง ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งนโยบายหลักที่พรรคตั้งใจนำเสนอเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน

ทั้งนี้ นายธนกรได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการทำงานภายใต้พรรครวมไทยสร้างชาติ หมายเลข 13 และขอเชิญชวนให้ประชาชนร่วมกันสนับสนุนและผลักดันนโยบายที่นี้ให้ประสบความสำเร็จและเกิดผลเป็นรูปธรรมเพื่อประโยชน์ของชาวฝั่งธนบุรีและประชาชนทั่วไปในอนาคต

สำหรับนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดการเดินทาง มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อแก้ไขปัญหาค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่สูงและช่วยควบคุมค่าครองชีพของชาวกรุงเทพฯ โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางให้ได้รับความเป็นธรรมในการใช้บริการขนส่งสาธารณะ พรรคจึงเสนอให้กำหนดอัตราค่าโดยสารคงที่ในราคา 20 บาท ครอบคลุมเส้นทางเดินรถหลักที่เชื่อมต่อทั่วกรุงเทพฯ ได้แก่ สายสีเขียวที่วิ่งในแนวเหนือ-ใต้ สายสีส้มในแนวตะวันออก-ตะวันตก และสายสีน้ำเงินที่เป็นวงแหวนรอบกรุงเทพฯ ชั้นใน ซึ่งทั้ง 3 เส้นทางนี้สามารถรองรับการเดินทางจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งได้อย่างครอบคลุม

เพื่อให้สามารถกำหนดราคาค่าโดยสารตามนโยบายได้ พรรคมีแผนจัดตั้งกองทุนโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานด้านการขนส่งสาธารณะ โดยการออกพันธบัตรในวงเงินเบื้องต้น 100,000 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้เจรจาซื้อสิทธิสัมปทานการเดินรถคืนจากภาคเอกชนทั้ง BTS และ BEM ให้กลับมาอยู่ภายใต้การดูแลของภาครัฐผ่านการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เนื่องจากในปัจจุบันสัญญาสัมปทานเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้รัฐไม่สามารถเข้าแทรกแซงหรือปรับลดราคาค่าบริการได้ ทั้งที่ในข้อเท็จจริงรัฐเป็นผู้รับภาระงบประมาณในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานเกือบทั้งหมด

การนำสายรถไฟฟ้าหลักกลับมาบริหารจัดการเองโดยภาครัฐไม่เพียงแต่จะช่วยให้การกำหนดนโยบายค่าโดยสารและการเชื่อมต่อระหว่างสายทำได้ง่ายขึ้นเพื่อประโยชน์สาธารณะเท่านั้น แต่ยังเป็นไปตามแนวทางการบริหารจัดการในต่างประเทศที่รัฐมักเป็นผู้ดำเนินการเดินรถไฟฟ้าสายสำคัญเอง เพื่อให้สามารถบริการประชาชนในฐานะโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นของประเทศได้อย่างแท้จริง