เมื่อวันที่ 4 ก.พ.69 นาย รวิศ สอดส่อง ผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก "รวิศ สอดส่อง - Ravit Sodsong" ระบุว่า Digital Government Framework : ยกเครื่องประเทศไทยด้วยรัฐบาลดิจิทัล เพื่อไทยทำได้
ทุกท่านเคยตั้งคำถามหรือไม่ครับว่าในยุคปัจจุบันที่เราสามารถทำธุรกรรมการเงิน สั่งอาหาร หรือจองที่พักทั่วโลกได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส แต่ทำไมการติดต่อราชการไทยยังคงเป็นเรื่อง "น่าปวดหัว" ที่ต้องใช้ทั้งเวลา เอกสารเป็นปึก และการรอคอยที่ไม่มีที่สิ้นสุด?
การปล่อยให้ประชาชนต้องเผชิญกับสภาวการณ์ดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวในการเชื่อมโยงข้อมูล (Data Sharing) และการขาดการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน อีกทั้งยังส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการให้บริการ ซึ่งเป็นช่องว่างที่นำไปสู่การเรียกรับผลประโยชน์ และการทุจริตคอร์รัปชันในรูปแบบต่างๆ
"ระบบราชการที่ล่าช้า คือ ต้นทุนที่ประชาชนต้องจ่าย"
ข้อมูลจากธนาคารโลก (World Bank) และผลการประเมินจากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ ระบุว่าความเสียหายจากการทุจริต มีมูลค่าสูงถึง 3-5 แสนล้านบาทต่อปี! ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่เราจะใช้เทคโนโลยี โดยเฉพาะเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามา "ยกเครื่อง" ประเทศไทยให้ก้าวไปสู่การเป็น “รัฐบาลดิจิทัลอัจฉริยะ” สร้างระบบฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานต่างๆ และพัฒนาการให้บริการด้วยนโยบาย AI Government รัฐบาลดิจิทัลอัจฉริยะ โปร่งใส ฉับไว เพื่อคนไทยทุกคน
พลิกโฉมรัฐด้วย One-Stop Digital Government Service : พัฒนาบริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จในที่เดียว เพื่อให้เป็นแพลตฟอร์มกลางสำหรับประชาชนและธุรกิจในการเข้าถึงบริการของภาครัฐ และพัฒนาระบบการอนุญาตให้สามารถดำเนินการได้ภายใน 1 วัน ซึ่งนอกจากจะช่วยลดเวลาแล้ว ยังสามารถลดโอกาสในการเรียกรับผลประโยชน์หรือการคอร์รัปชันอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
สร้างความโปร่งใสด้วย Digital Governance Dashboard : แสดงผลข้อมูลเรียลไทม์เกี่ยวกับงบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง และสถานะโครงการ พร้อมเปิดให้ประชาชนเข้าดูได้ เพื่อให้การทำงานของรัฐมี "ความโปร่งใสที่ตรวจสอบได้"
เมื่อโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลของรัฐมีความเข้มแข็งและเชื่อมโยงถึงกัน ข้อมูลเหล่านี้จะสามารถนำไปใช้เป็น 'เครื่องยนต์หลัก' ในการขับเคลื่อนภาคส่วนอื่น ๆ ผ่านกรอบการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (Digital Government Framework) และยังสามารถเชื่อมโยงกับนโยบายอื่นๆ ได้ อาทิ
"นโยบายยกระดับเกษตรกรด้วย AI" โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้าง Modernized Data Platform เพื่อรวมข้อมูลจากทุกภาคส่วนมาประมวลผลผ่าน AI 3 ระบบหลัก ทั้งด้านการวางแผนเพาะปลูก การพยากรณ์อากาศและผลผลิต รวมถึงการเฝ้าระวังราคาตลาด เพื่อช่วยลดความเสี่ยงให้เกษตรกร รู้ล่วงหน้าถึงราคาสินค้า ผลิตได้ตรงจุด ราคาไม่ตก
นอกจากนี้ ยังสามารถนำ AI Knowledge Chat มาเป็นที่ปรึกษาอัจฉริยะที่ตอบโจทย์การทำเกษตรแบบครบวงจร พื้นที่ตรงไหนควรปลูกพืชชนิดอะไร ใส่ปุ๋ยอะไร ให้ได้ผลผลิตมากที่สุด
พร้อมยกระดับประสิทธิภาพด้วยโครงการ “โดรน”ใจ ที่รัฐช่วยสนับสนุนค่าอุปกรณ์ถึง 60% เพื่อสร้างอาชีพใหม่ในชุมชน และการผลักดัน “1 ชุมชน 1 Smart Farm” โดยสนับสนุนเครื่องมือราคาถูกและรับซื้อผลผลิตโดยตรง เพื่อสร้างความมั่นคงทางรายได้ และปรับตัวสู่เกษตรอัจฉริยะอย่างยั่งยืน
"นโยบาย e-commerce สัญชาติไทย" โดยมาตรการยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งมุ่งเน้นการลดต้นทุน และเพิ่มโอกาสให้ SME ไทยผ่านกลไก "ไทยขายฟรี" โดยยกเว้นค่าธรรมเนียมของแพลตฟอร์ม นาน 2 ปี เกษตรกรได้รายได้ไปเต็มๆ คุ้มค่าเหนื่อยที่ลงทุนลงแรงสร้างผลผลิต พร้อมสนับสนุนเครดิตโฆษณาเพื่อเพิ่มการมองเห็น ควบคู่ไปกับการลดภาระด้านการขนส่งโลจิสติกส์ผ่านโครงข่าย "ส่งเท่าทุน" โดยไปรษณีย์ไทย
นอกจากนี้ ยังมีการสร้าง Creative Economy Hub เพื่อสนับสนุนการ Live Commerce และ Soft Power ผ่านศูนย์ดิจิทัลชุมชนที่ทันสมัย โดยข้อมูลการค้าทั้งหมดจะถูกจัดเก็บเป็น National Data Asset ซึ่งเป็น Big Data ของคนไทยเพื่อใช้ในการวางแผนการผลิตสินค้าได้อย่างแม่นยำ ตรงตามความต้องการตลาด และแก้ปัญหาสินค้าล้นตลาดได้อย่างยั่งยืน
เพราะการยกเครื่องรัฐบาล คือ การยกระดับชีวิตคนไทยทั้งประเทศ
ยกเครื่องประเทศไทย เพื่อไทยทำได้ครับ
#พรรคเพื่อไทย #AIGovernment #รวิศสอดส่อง #ยกเครื่องประเทศไทย #เพื่อไทยทำได้








