4 กุมภาพันธ์ 2569 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยว่า เตรียมเดินหน้าตรวจสอบโครงการจัดซื้อไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์อย่างละเอียดหากได้กลับมาดำรงตำแหน่ง หลังพบความผิดปกติในการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ที่เกิดขึ้นภายหลังจากที่ตนพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
โดยพบว่าราคารับซื้อกระโดดสูงขึ้นสวนทางกับต้นทุนการผลิตจริง ทั้งนี้ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ตนไม่เคยเปิดประมูลรับซื้อไฟฟ้าใหม่ แต่เน้นการบริหารจัดการโครงการเก่าที่ค้างมาจากรัฐบาลชุดก่อนซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องราคา โดยได้ตัดสินใจชะลอการเซ็นสัญญาเอาไว้เนื่องจากปริมาณสำรองไฟฟ้าของประเทศยังล้นเกินความจำเป็น พร้อมทั้งวางหลักเกณฑ์สำคัญว่าหากรัฐจะรับซื้อไฟฟ้าจากเอกชน ราคาจะต้องไม่สูงไปกว่าต้นทุนที่รัฐโดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ผลิตได้เอง ซึ่งอ้างอิงจากต้นทุนผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ลอยน้ำ (Floating Solar) ของเขื่อนภาครัฐที่มีต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 1.57 บาทต่อหน่วย เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศและประชาชน
อย่างไรก็ตาม นายพีระพันธุ์ระบุว่าทันทีที่มีการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล กลับมีการเร่งรัดตกลงราคารับซื้อไฟฟ้าใหม่โดยตัวเลขพุ่งสูงไปอยู่ที่ 2.16 บาทต่อหน่วย ซึ่งเป็นราคาที่สูงกว่าหลักเกณฑ์เดิมที่วางไว้มาก ทั้งที่ในปัจจุบันเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์มีต้นทุนการผลิตที่ถูกลง ซึ่งการตกลงในราคาที่สูงเกินจริงเช่นนี้มองว่าเป็นการทำให้ภาคเอกชนได้ประโยชน์เกินควรและสร้างภาระผูกพันระยะยาวให้กับประเทศชาติ
นายพีระพันธุ์กล่าวว่าเรื่องนี้เป็นประเด็นใหญ่ที่ทำให้ประเทศเสียผลประโยชน์มหาศาล หากตนได้กลับเข้าไปทำงานจะดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงทั้งหมดถึงสาเหตุที่ราคาดีดตัวสูงขึ้นรวมถึงเหตุผลที่มีการเร่งรัดเซ็นสัญญาดังกล่าว พร้อมทั้งจะผลักดันนโยบายเปิดเสรีไฟฟ้าแสงอาทิตย์เพื่อให้ประชาชนที่ต้องการใช้งานสามารถผลิตไฟฟ้าได้เองโดยไม่ต้องขออนุญาต ซึ่งจะช่วยลดภาระการรับซื้อของภาครัฐและทำให้ค่าไฟฟ้าลดลงได้จริงในอนาคต







