วันที่ 22 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 14.40 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นร่วมกับภาวะขาดแคลนส่งผลกระทบหนักต่อพ่อค้าแม่ค้าร้านอาหารทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ลูกค้าหายไปกว่า 50% ภายในเวลาอันสั้น ทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยเดือดร้อนอย่างหนัก
โดยภาพที่เห็นได้ชัดเจนบริเวณหน้าคลังน้ำมัน PT ซึ่งเป็นคลังใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของภาคอีสาน ตั้งอยู่ถนนสายสุรินทร์-ลำดวน หน้าทางเข้าหมู่บ้านเสม็ด พบรถบรรทุก รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ต่อแถวรอเติมน้ำมันยาวเหยียดตลอดทั้งวัน ชาวบ้านต้องรอคิวนานนับชั่วโมง ขณะที่ชาวบ้านต่างสะท้อนเป็นเสียงเดียวกันว่าตอนนี้ข้าวยากหมากแพงจริง ๆ วอนนายกรัฐมนตรีช่วยแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด
จากการสอบถามคุณแป๊ะ หรือ “เฮียแป๊ะ” อายุ 48 ปี เจ้าของร้านข้าวขาหมูชื่อดัง “เฮียแป๊ะขาหมูเยาวราช” ซึ่งตั้งอยู่หน้าคลังน้ำมัน บอกว่า ตื่นเช้ามาก็เห็นชาวบ้านที่ขับรถสัญจรไปมาต่อแถวเติมน้ำมันกันแบบนี้ทุกวัน ส่วนยอดขายอาหารของร้านหายไปเกินครึ่งทันทีที่น้ำมันแพงและขาดแคลน ลูกค้าไม่อยากใช้รถเพราะกลัวต้นทุนสูง อยากฝากถึงนายกรัฐมนตรี ช่วยจัดการให้ผู้ประกอบการปล่อยน้ำมันออกมาเต็มปริมาณโดยไม่กั๊กด้วย ถ้าปัญหานี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข ประชาชนอย่างเรา ๆ ต้องปรับตัวหนักขึ้น เช่น ใช้รถยนต์เฉพาะยามจำเป็น แล้วหันมาใช้มอเตอร์ไซค์แทน
ด้านนางสาวปารวี บุญคำ อายุ 32 ปี เจ้าของร้านอาหารอีกแห่งในพื้นที่เดียวกัน เปิดเผยถึงความเดือดร้อนที่กำลังเผชิญอยู่ ว่า หลังน้ำมันแพง ราคาหมูก็ขึ้นตาม ลูกค้าน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด จากที่เคยขายได้วันละ 7,000-8,000 บาท เหลือเพียง 2,000-3,000 บาทต่อวัน แทบไม่มีกำไรเลย เพราะต้องนำเงินไปจ่ายค่าลูกจ้าง ค่าน้ำค่าไฟ และค่าเช่าร้าน เดือดร้อนมากจริง ๆ ตอนนี้
สถานการณ์น้ำมันแพงและขาดแคลนครั้งนี้ไม่เพียงกระทบผู้ใช้รถเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบเป็นห่วงโซ่ต่อธุรกิจร้านอาหารและผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ ชาวบ้านและผู้ประกอบการต่างหวังว่ารัฐบาลจะเร่งหาทางแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและฟื้นฟูกำลังซื้อของประชาชนโดยเร็ว








