“อภิสิทธิ์” ย้ำจุดยืน ปชป. ชัดเรื่องร่วมรัฐบาล มั่นใจนโยบายไม่กระทบงบประเทศ ชี้บางพรรคเขียนนโยบายไร้งบ
วันที่ 4 ก.พ.69 เวลา 07.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ระหว่างลงพื้นที่ตลาดแสงทิพย์ คลองเตย ในเขตเลือกตั้งเก่า กทม. เผยว่าดีใจที่ได้กลับมาพบพี่น้องประชาชนอีกครั้ง และยังรู้สึกถึงความผูกพันที่มีต่อกัน พร้อมแสดงความเชื่อมั่นในตัวผู้สมัครของพรรคที่เดินหน้าหาเสียงอย่างเต็มที่ ทั้งในเขตวัฒนาและเขตคลองเตย
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงการสำรวจความคิดเห็นประชาชน นายอภิสิทธิ์ระบุว่า พรรคมีการเก็บข้อมูลเป็นระยะ โดยขณะนี้เข้าสู่ช่วง 7 วันสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งแล้ว
กรณีสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) วิเคราะห์ว่านโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ใช้งบประมาณค่อนข้างสูง นายอภิสิทธิ์ชี้แจงว่า พรรคได้เสนองบประมาณตามกรอบที่ กกต. กำหนด และเป็นงบประมาณตลอดระยะเวลา 4 ปี ไม่ใช่งบเพิ่มเติมทั้งหมด พร้อมยกตัวอย่างกรณีเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ที่เป็นการรวมงบเดิมที่รัฐจ่ายอยู่แล้ว ไม่ใช่การเพิ่มภาระงบประมาณใหม่อย่างที่อาจเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน
นอกจากนี้ ยังระบุว่าในบางนโยบาย เช่น ค่าไฟฟ้า พรรคไม่ได้ใช้งบประมาณแผ่นดินเลย และได้พิจารณาความสามารถทางการคลังอย่างรอบคอบ ทั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจ การจัดเก็บรายได้ และกรอบการขาดดุล ยืนยันว่าไม่มีปัญหาในทางปฏิบัติ
นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า การวิเคราะห์ของ TDRI เป็นไปกับทุกพรรค และตัวเลขงบประมาณของแต่ละพรรคไม่ได้แตกต่างกันมาก พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าหลายพรรคเสนอโครงการแต่ไม่ระบุงบประมาณ ซึ่งอยากให้ กกต. ตรวจสอบอย่างเข้มงวดมากขึ้น สำหรับกระแสการเมืองเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์มีจุดยืนและหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนที่สุดในการพิจารณาร่วมงานทางการเมือง โดยยึดหลักการเป็นสำคัญ ขณะที่กรณีบางพรรคแสดงท่าทีพร้อมจับขั้วทางการเมืองได้ทุกฝ่าย แต่กลับโจมตีฝ่ายอื่นไปพร้อมกันนั้น มองว่าเป็นเรื่องที่ประชาชนสามารถพิจารณาได้เองว่าจุดยืนของแต่ละพรรคชัดเจนเพียงใด
ส่วนกรณี กกต. เตรียมส่งรายชื่อผู้สมัครจำนวนมากให้ศาลพิจารณาคุณสมบัติ นายอภิสิทธิ์เห็นว่าเป็นกระบวนการตามกฎหมาย ไม่น่ากังวล พร้อมชี้แจงว่าพรรคประชาธิปัตย์มีขั้นตอนการรับรองผู้สมัครที่รัดกุม โดยให้ผู้สมัครรับรองตนเอง และส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบล่วงหน้า
นายอภิสิทธิ์ยกตัวอย่างกรณีล่าสุดในจังหวัดอุดรธานี ซึ่งเพิ่งพบข้อมูลคำพิพากษาเก่าตั้งแต่ปี 2550 โดยเป็นข้อมูลที่ไม่ปรากฏทั้งกับพรรคและ กกต. ในการเลือกตั้งครั้งก่อน ยืนยันว่าพรรคได้ชี้แจงขั้นตอนทั้งหมดต่อ กกต. ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่มาแก้ตัวภายหลัง
เมื่อถามถึงการปราศรัยใหญ่ในช่วงโค้งสุดท้าย นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า พรรคไม่มี “ไม้เด็ด” พิเศษ แต่จะมุ่งชี้ให้ประชาชนเห็นถึงทางเลือก จุดยืน และนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในช่วง 1–2 วันสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง
นายอภิสิทธิ์กล่าวทิ้งท้าย พรรคไม่ได้กำหนดเป้าหมายว่าจะต้องเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเท่านั้น ทุกอย่างขึ้นอยู่กับผลการเลือกตั้งและสิทธิของพรรคที่มีเสียงข้างมาก พร้อมย้ำว่าหากแนวคิดและหลักการตรงกันก็พร้อมทำงานร่วมกัน แต่หากไม่สามารถร่วมงานได้ ก็พร้อมทำหน้าที่ตรวจสอบในสภาตามบทบาทฝ่ายค้าน








