การเมืองทั่วไป

"อภิสิทธิ์" ตอกกลับพรรคการเมืองขู่คนใต้ ยัน "ประชาธิปัตย์" ยุคใหม่ คือคำตอบการเมืองไร้โกง

แชร์ข่าว

วันที่ 2 ก.พ.69 เวลา 19.30 น. ที่บริเวณหน้าลานโรบินสัน หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์จัดปราศรัยใหญ่ นำโดย นายอภิสิทธิ์เวชชาชีวะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โดยมีมีประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมฟังนับหมื่นคน บรรยากาศคึกคักมาก

นายอภิสิทธิ์ ปราศรัยว่า กราบขอบพระคุณพี่น้องทุกท่านที่สละเวลามาอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ในค่ำคืนวันนี้ ผมอยากจะเริ่มต้นด้วยการพูดถึงความในใจในการกลับมาสู่การเมือง กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในรอบนี้ 4 เดือนที่แล้ว ตนออกไปจากการเมืองมา 2 ปี ไม่คาดคิดว่าวันหนึ่งจะต้องกลับมาทำหน้าที่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์หรือเป็นนักการเมือง แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์พลิกผันทำให้มีการเปลี่ยนแปลงในพรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้องตัดสินใจ หลายคนคงจำได้ ผมออกไปจากการเมืองก็จริง แต่ถ้าตนจะกลับมามีเพียงพรรคเดียวคือพรรคประชาธิปัตย์ของพี่น้อง

จึงตัดสินใจอย่างแน่วแน่หลายสิบปีที่แล้วว่าตนทำงานการเมืองต้องมีพรรคเดียว เหมือนกับที่ตนเชียร์ฟุตบอลทีมเดียว และมีภรรยาคนเดียว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนเป็นคนกรุงเทพฯ แต่ตนเหมือนคนภาคใต้ คนภาคใต้ใจเดียว พรรคเดียว และช่วงตนออกไปเขาบอกว่าไง เขาบอกคุณอภิสิทธิ์ คุณไม่ต้องกลับมาแล้ว ตนก็บอกว่าไม่มีวันยอมรับที่จะให้เงิน หรือทุนไม่ว่าจะสีอะไร สีเทา สีดำ ยิ่งแย่มาครอบงำการเมือง และมาทำร้ายประเทศไทย ยังไงตนไม่ยอมรับ ตนกลับมาเพื่อทวงคืนการเมืองสุจริต และการเมืองสุจริตที่ตนรู้จัก 30 ปีที่ต่อสู้ คนที่เคียงบ่าเคียงไหล่กับตนและพรรคประชาธิปัตย์ที่สุดก็คือพี่น้องในภาคใต้ พี่น้องที่นี่เราไม่เคยเคยทิ้งกัน เคยเจอปัญหาที่เขามีทุกอย่าง มีทั้งเงิน มีทั้งอำนาจ พยายามจะมาบีบมาขู่ว่าพี่น้องชาวใต้ต้องจำนนต่อสิ่งเหล่านั้น พี่น้องไม่เคยยอม และวันนี้ก็จะไม่ยอม

"การเมืองที่มีแต่เรื่องเงิน เรื่องผลประโยชน์สารพัด การไปแอบตกลงกันเพื่อหวังอำนาจ เพื่อหวังเงินทอง ในที่สุดทำร้ายประเทศไทย และทำร้ายพี่น้องทุกคน เศรษฐกิจแย่ สังคมไม่มีความเป็นธรรม ปัญหาของพี่น้องถูกละเลย ผมแปลกใจ บางพรรคการเมืองเดินทางมาภาคใต้และโจมตีพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่าเลือก สส. ประชาธิปัตย์มาหลายสิบปี ทำไมไม่พัฒนาเรื่องนั้นเรื่องนี้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็หมายถึงถนนหนทาง"

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า สส. ที่จะเข้าไปอยู่ในสภาฯไม่สามารถนึกสนุกเขียนโครงการแล้วก็เอาเงินงบประมาณมาได้ เขาทำได้แค่ยกมือให้งบประมาณรัฐบาลที่เสนอมาผ่านสภาฯ อย่างเก่งก็ไปประสานงาน ไปร้องขอ คนทำโครงการเหล่านี้คือรัฐบาล และโครงการที่เขาพูดถึงส่วนใหญ่ก็คือกระทรวงคมนาคม ตนอยู่การเมือง 30 ปี พรรคประชาธิปัตย์คุมกระทรวงคมนาคมแค่ 2 ปี แต่ก็ยังพยายามผลักดันรถไฟรางคู่ ถนน 4 เลน ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานมาโดยลำดับ แต่พรรคที่คุมกระทรวงคมนาคมนานที่สุดมากที่สุดก็คือพรรคที่มาด่าพรรคประชาธิปัตย์ อยู่ไม่รู้กี่สมัย ทำไมไม่ทำให้ แต่เลือกตั้งทีมาขู่พี่น้องคนใต้ว่า ถ้าไม่เลือกเขาไม่มีโครงการ รู้จักคนใต้น้อยไป

"ผมเรียนยืนยันว่าเราปล่อยการเมืองแบบนี้ไม่ได้ รูปธรรมชัดเจนที่สุดว่าเวลาเขาเล่นการเมืองกันแล้วพี่น้องเดือดร้อน ปัญหามันแก้ไม่ได้ พี่น้องที่นี่ซาบซึ้งที่สุดจากเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ความจริงเมื่อผมกลับมาสู่การเมือง จังหวัดแรกที่ผมมาเดินตลาด 1 สัปดาห์ ถ้าผมจำไม่ผิด ก่อนที่ฝนจะตกหนักและน้ำท่วม วันนั้นผมประทับใจมาก

ประทับใจว่าพี่น้องเข้ามาให้กำลังใจ มาบอกว่าขอบคุณที่กลับมา ขอบคุณที่จะทำให้ประชาธิปัตย์กลับมา 4 เดือนที่แล้วเขาบอกว่าประชาธิปัตย์คือพรรคที่กำลังจะสูญพันธ์เป็นพรรคที่ไม่มอนาคต ขอเชิญทุกคนที่วิเคราะห์เช่นนั้นมาดูภาพวันนี้"

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า แต่วันนี้เสื้อที่ผมใส่มาเนี่ย เขียนว่าอะไร "ไปหาดใหญ่คราวนั้นฉันยังจดจำ" แต่คราวนั้นไม่ใช่คราวที่ตนมาเดินตลาดกับจูรี คราวนั้นคือวันที่พี่น้องน้ำท่วมหนัก และตนมาเพื่อมาดูการทำงาน การช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ทำไมตนจดจำได้ เพราะตนเห็นความทุกข์ของพี่น้องแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ตนอยู่การเมืองช่วงน้ำท่วมปี 43 และอยู่การเมืองช่วงน้ำท่วมปี 53 แต่ไม่มีครั้งไหนรุนแรงเท่าครั้งที่ผ่านมา และสิ่งที่ตนตกใจก็คือเขาจัดการกันอย่างไร ตนก็มากับอีกหลาย ๆ คนจากกรุงเทพฯ ตนจำได้ว่าตั้งใจจะนัด สส. สิงโต ตั้งใจจะนัดจุรี เพื่อไปเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชน ลงเครื่องมาเจอคนนอนอยู่ที่สนามบินเยอะแยะเพราะเข้าเมืองไม่ได้ พอจะไปจุดนัดหมายก็ไปไม่ได้ เพราะไม่มีรถสูงพอที่จะฝ่าน้ำเข้าไป

ตนเจอสมาคมเจทสกีที่มาจากกรุงเทพฯ คนไทยเรารักกันจริงๆ ใครเดือดร้อนเขามาช่วยเหลือ เขาระดมกันมาทั้งสมาคมแต่ไม่สามารถมีใครบอกได้ว่าจะเข้าไปช่วยพี่น้องได้ที่ไหน ตรงไหน และถึงวันนั้นก็เป็นวันที่ทางการเตือนให้พี่น้องอพยพแล้ว พี่น้องก็ได้แต่ถามว่าอพยพไปไหน อพยพได้อย่างไร บ้านน้ำขึ้นมาถึงชั้น 2 แล้ว

"ผมเจอทหารระดมกำลังเข้ามาช่วย ถามเขาว่าน้องจะไปช่วยบ้านไหนอย่างไร นี่มีแผน มีใครสั่งการอย่างไร เขาบอกไม่มี ดูจากที่ชาวบ้านบอกต่อๆ กันมาว่ามีคนไลน์มาบอกว่าติดอยู่ตรงนั้นตรงนี้ เป็นไปได้อย่างไร ผมเจอชาวบ้านอยากได้รับความช่วยเหลือ ผมถามว่าคุณจะโทรไปที่ไหน เขาก็บอกว่ามีเบอร์โทรศัพท์เยอะแยะไปหมด ผมดูบางเบอร์ 074 ตามด้วยเลขอีก 6 ตัวที่ไม่ซ้ำกันแล้วยังต้องต่อเลขอีก 4 ตัว มันยากกว่าสั่งไก่ทอดอีก จัดการกันแบบนี้ และสิ่งที่ผมสะท้อนใจ ในขณะที่คนอยากช่วยเข้าไปไม่ได้ ผมเห็นรถคันใหญ่ๆ จอดอยู่เฉยๆ ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สิ่งเหล่านี้คือความเจ็บปวด ผมกลับไปก็ให้สัมภาษณ์ว่าสิ่งที่ต้องการที่สุดคือการจัดการที่มันชัดเจน ที่มันเป็นเอกภาพ"

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คืนนั้นรัฐบาลเขาก็เลยประกาศภาวะฉุกเฉิน ประกาศเสร็จก็สับสนหนักขึ้นไปอีก เพราะว่าผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นคนดูแล แต่ขณะเดียวกันก็มีการตั้งศูนย์ที่ทำเนียบ มีรัฐมนตรีประจำสำนักนายกดูแล แล้วก็บอกประธานจัดการน้ำชื่อร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯและรมว.เก๋ฃษตรและสหกรณ์ มีแต่ความสับสน และพอเหตุการณ์ผ่านพ้นไป ตนก็กลับมาที่นี่อีกครั้ง คุยกับนักธุรกิจ ต้องการอะไร อย่างไรบ้าง อยากได้เงินเยียวยา อยากให้ธุรกิจเข้าถึงเงินกู้ปลอดดอกเบี้ย อยากให้ระดมช่างมาซ่อมบ้าน อยากให้มีการฟื้นฟูแบบเป็นระบบ ปี 53 54 ตนจำได้ น้ำไม่ได้ท่วมหนักเท่านี้ ช่วงที่ตนเป็นนายกฯแต่เงินเยียวยาสูงกว่านี้ มาเร็วกว่านี้ และมีการปล่อยเงินกู้ปลอดดอกเบี้ย 1 ปี ทันที

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า พอรู้ว่าต้องทำอะไรอย่างไรเสร็จ นายกฯก็ดูจะมีการประชุม ครม. เหมือนจะขึงขังว่าจะอนุมัติเรื่องนี้เรื่องนั้นมาให้พวกเรา แต่วันดีคืนดีนายกฯยุบสภา พี่น้องรู้ไหมว่าพอยุบสภาแล้วเกิดอะไรขึ้น งบประมาณฉุกเฉินอะไรต่างๆ ทั้งหลาย จะอนุมัติได้ต้องไปขอ กกต. เพราะเขาถือว่าอยู่ในช่วงหาเสียง ถ้าปล่อยให้รัฐบาลอนุมัติเงินตามใจชอบจะเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมือง ตนกลับมาวันนี้เมื่อเช้านั่งดื่มกาแฟกับนักธุรกิจอีก เขาก็บอกว่าทุกอย่างเหมือนหยุดชะงัก และท้ายที่สุดพี่น้องต้องพึ่งตัวเอง เป็นไปได้อย่างไร ถามว่ามีเหตุอะไรที่นายกต้องยุบสภาฯ นายกฯบอกว่าที่ต้องยุบสภาฯเพราะไม่อยากถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่อยากตายคาสภาฯ นายกฯไม่อยากตายคาสภาฯ แล้วคิดถึงชีวิตของพี่น้องคนหาดใหญ่บ้างไหม

เราทำอย่างนี้ไม่ได้หรอก เราต้องหันกลับมาเลือกการเมืองสุจริต และมีชีวิตการเมือง และจิตใจทางการเมืองที่อยู่กับพี่น้องจริงๆ

"เรื่องน้ำท่วมผมก็เลยบอกว่าถึงยุบสภาแล้วประชาธิปัตย์ ลงสมัครรับเลือกตั้งแข่งขันกับรัฐบาล แต่ถ้ารัฐบาลจะขอใช้เงินมาเยียวยาพี่น้องที่หาดใหญ่ แล้วต้องขอ กกต. ผมบอก กกต. คุณไม่ต้องห่วง พรรคการเมืองอย่างผมไม่โต้แย้งเลย เสียเปรียบยังไงก็ยอม ขอให้เงินมาที่นี่ ถึงหาดใหญ่ ถึงพี่น้องชายแดน จนวันนี้ก็ยังไม่ได้ เดี๋ยวหลังวันที่ 8 ก.พ.ผมพูดอีก เลือกตั้งแล้วเอาเงินมาเยียวยาเสียที เพราะที่จ่ายไปพูดด้วยความเป็นธรรม เขาก็จ่ายบ้างแล้วบางส่วน แต่ยังมีเรื่องที่รอคอยอีกเยอะที่เป็นความช่วยเหลือ และเอาค่าซ่อมบ้านให้พี่น้อง เรื่องนี้ถ้าประชาธิปัตย์กลับไปเป็นรัฐบาลเราเดินหน้าเต็มที่อย่างรวดเร็ว และจะต้องทำมากกว่านั้น เพราะเราต้องฟื้นไม่เพียงแต่ตัวเมืองทางกายภาพ แต่ฟื้นเศรษฐกิจของหาดใหญ่ ต้องระดมทุกกระทรวงมาช่วย เพื่อให้มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจ จะเป็นการท่องเที่ยว หรือวิธีใดก็ตามที่จะฟื้นภาคธุรกิจให้มีการค้าขาย ให้เงินหมุนเวียนโดยเร็วที่สุด"

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า เราจะต้องเอาบทเรียนจากการบริหารจัดการที่ผ่านมา ปรับปรุงไม่ให้เหตุการณ์เกิดขึ้นอีก เราเดินหน้าแล้ว โครงการที่จะต้องพัฒนาหาดใหญ่เพื่อรับมือกับน้ำท่วมในอนาคต เช่น ด่วนน้ำ เพื่อให้น้ำลงทะเลโดยเร็วที่สุด ดร.การดี เลียวไพโรจน์ แคนดิเดตนายกฯไปปรึกษากับธนาคารโลก ไปปรึกษากับหน่วยงานแล้วเราไม่หยุดที่จะต้องคิดต่อไปเพื่ออนาคตของพี่น้อง แล้วจะต้องมีการวางแผนว่าต่อไปนี้ถ้าเมืองขยายตัวเราจะต้องพยายามไปอยู่ในพื้นที่ที่สูงกว่าตัวเมืองเก่าที่เราอยู่ในขณะนี้ และต่อไปเราจะต้องมีการยกระดับหน่วยงานที่ทำงานเรื่องภัยพิบัติ คือ ปภ. ไม่ให้เกิดสภาพที่ไม่รู้ว่าใครจะต้องสั่งใคร ต้องขึ้นตรงกับนายกฯ ต้องมีเลขหมายโทรศัพท์เบอร์เดียวง่ายๆ 4 หมายเลข หรือ 3 หมายเลข ให้พี่น้องติดต่อร้องทุกข์ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ได้ตลอดเวลา และจะต้องมีการซ้อมการอพยพ ให้รู้ว่าถ้าท่านอยู่บ้านเลขที่นี้เกิดเหตุจะต้องไปที่ไหนที่พิสูจน์มาแล้วว่าอยู่บนที่สูง จะได้มีการจัดระบบการช่วยเหลืออาหารการกินหรือสิ่งจำเป็นทั้งหลายเวลาที่อพยพไป นี่คือเรื่องที่พรรคประชาธิปัตย์คิดเพื่อมาแก้ปัญหา เพราะเขาคาดการณ์กันว่าอาจจะเพียงแค่อีก 3 ปี 4 ปี

"ผมมาทวงการเมืองสุจริต นอกเหนือจากการจัดการโดยมีพี่น้องประชาชนเป็นใหญ่แล้ว การเมืองสุจริตก็จะเป็นจุดเริ่มต้นของเศรษฐกิจที่ดี เพราะที่นักลงทุนจากต่างประเทศเขาไม่มาลงทุน นักธุรกิจระดับโลกให้สัมภาษณ์แล้วกลัวจ่ายเงินใต้โต๊ะให้นักการเมืองไทย กลัวมาแข่งขันกับบริษัทที่มีเส้นมีสายทั้งหลาย เขาไม่อยากทำธุรกิจแบบนี้ เขาอยากแข่งขันกันอย่างเป็นธรรม ใครทำเก่งกว่าก็จะกำไร นี่คือสิ่งที่ทำไมบ้านเมืองต้องสุจริต เศรษฐกิจถึงจะตั้งหลักได้ แล้วการทำโครงการทั้งหลายก็จะไม่มีประโยชน์แอบแฝง เรื่องผู้รับเหมา เรื่องการได้เปรียบเสียเปรียบของธุรกิจตัวเอง แต่จะเป็นโครงการที่เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับพี่น้องประชาชน

เที่ยวนี้พรรคประชาธิปัตย์ ถ้าได้เป็นรัฐบาล งานโครงสร้างพื้นฐานที่จะเชื่อมภาคใต้สู่โลก เปิดลู่ทางเส้นทางการค้าใหม่ๆ มาแน่นอน มีมอเตอร์เวย์จากกรุงเทพลงใต้ มีรถไฟที่วิ่งได้ 160 กม. ต่อ ชม. มาถึงหาดใหญ่ ต่อไปถึงชายแดนไทยมาเลเซียแน่นอน และจะต้องเปิดทางให้ 2 ฝั่งทะเลเชื่อมโยงกันได้ เชื่อมโยงกันได้ทั้งฝั่งอ่าวไทยมาถึงอันดามัน แต่เราจะไม่ทำ Land Bridge ที่ไม่คุ้มค่าและพี่น้องประชาชนในพื้นที่ไม่ต้องการ เราดูแล้ววิธีที่เชื่อมโยงที่ดีที่สุดก็คือใช้พื้นที่จังหวัดสงขลาทำท่าเรือฝั่งอ่าวไทย แต่ไปเชื่อมอันดามันในมาเลเซีย ไม่ต้องลงทุนมาก เพราะในระเบียงเศรษฐกิจนี้มีโครงสร้างพื้นฐานอยู่แล้ว และนี่จะเป็นความร่วมมือในระดับอาเซียน