“อดีตนายกฯอภิสิทธิ์” บุกนครศรีธรรมราช ปลุกขวัญคนใต้เลือกเบอร์ 27 มั่นใจพรรคไม่สูญพันธุ์ ย้ำเป็น "สมบัติของพ่อเฒ่า" พร้อมประกาศสงครามกับการโกง ลั่นภายใน 100 วันปราบทุนเทา-สแกมเมอร์ราบคาบ หากได้เป็นแกนนำรัฐบาลดัน GDP พุ่ง 5% ใน 4 ปี
วันที่ 1 ม.ค. 2569 เวลา 20.25 น. พรรคประชาธิปัตย์ จัดปราศรัยใหญ่ ณ ลานจอดรถหน้าห้างโรบินสันโอเชี่ยน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ปราศรัยว่า พี่น้องชาวนครศรีธรรมราชสัปดาห์นี้เข้าสู่อาทิตย์สุดท้ายแล้วก่อนจะถึงวันเลือกตั้ง ขอบคุณพี่น้องจริงๆ มากันล้นหลาม และตลอดทั้งวันตั้งแต่ทุ่งสง ทุ่งใหญ่ ชะอวด บางขัน หัวไทร ปากพนัง ทุกคนต้อนรับพรรคประชาธิปัตย์อย่างดีเยี่ยมอย่างอบอุ่น ตนกลับมาครั้งนี้หลังจากที่ไม่ได้มีโอกาสทำงานอยู่ประมาณ 2 ปี เพิ่งกลับมาได้ประมาณ 4 เดือน กลับมาเพราะมีการเปลี่ยนแปลงในพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งในขณะนั้นถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วง หลายคนไม่แน่ใจในอนาคตของพรรคประชาธิปัตย์
ตนอยู่กรุงเทพฯ เดินไปไหนมาไหนแม้ไม่อยู่ในการเมืองแล้ว ทุกคนจะพูดกับตนทำนองว่าเสียดายพรรค วันนี้พี่น้องที่นี่เป็นสักขีพยานเป็นหลักฐานที่ดีที่สุดว่าใครที่บอกว่าอนาคตของพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีแล้ว ระวังเถอะคนเหล่านั้นต่างหากจะไม่มีอนาคต ประชาธิปัตย์กลับมาแล้ว พี่น้องนครศรีธรรมราชกลับมาแล้วใช่ไหม
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า นครศรีฯ สีอะไร ชัดเจนนี่ขนาดกลางคืนมองขึ้นไปตนยังว่าฟ้าเลย ตนกลับมาผมทำคนเดียวไม่ได้ จึงต้องพยายามรวบรวมสรรพกำลังของพรรคประชาธิปัตย์ที่เคยเป็นที่หวังที่พึ่งของพี่น้องประชาชนมาตลอดระยะเวลายาวนานเกือบจะ 80 ปีก็ว่าได้ วันนี้ยืนยัน พี่น้อง เรามีคนทุกรุ่นทุกกลุ่มที่เข้ามาเป็นกำลังสำคัญของเรา ยืนหยัดทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่ต่อไป วันนี้ตัดสินใจแน่วแน่ว่าอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ และตนบอกว่าใครมาอยู่กับประชาธิปัตย์ต้องอยู่ยาว ช่วยพรรคตลอดไป
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ไม่ได้ตั้งใจเอานายจุรีเข้ามาเลย ตนอยากได้นกคุ้มแต่เปิดกฎหมายแล้วไม่รู้จะเอาเข้ามายังไง เลยให้นายจุรีมาเป็นหุ่นเชิดนกคุ้มก่อน จริงๆ ขอพูดเรื่องจุรีนิดหนึ่งแม้ไม่ได้ลง ส.ส. ที่นี่ แต่นายจุรีนี่ถูกฝ่ายตรงข้ามบอกว่าเป็นดาวติกตอกจะเป็น ส.ส. ได้มั้ย ใครตั้งใจดูติกต๊อกของจูรีจะรู้ว่าจุรีเป็นผู้แทนของประชาชนมานานแล้ว พูดแทนประชาชนในภาษาในวิธีการที่ประชาชนเข้าใจง่ายๆ
"ผมบอกกับพี่น้องตรงๆ เป็นไปได้อย่างไรที่พรรคการเมืองที่เขาสบประมาทว่าจะไม่เหลืออะไรแล้วจะสูญพันธุ์ สามารถดึงคนทุกรุ่นทุกกลุ่มมายืนอยู่กับประชาธิปัตย์ในวันนี้ เป็นไปได้เพราะประชาธิปัตย์คือสมบัติของพ่อเฒ่าแล้ว เหมือนวันที่ผมเข้ามาวันแรกตอนนั้นอายุ 27 น่าจะไม่กี่ปีมานี้นะ ก็ไม่มีใครรู้จัก แต่คะแนนที่ผมได้จำนวนมากมาจากสิ่งที่นายควงทำไว้ หม่อมเสนีย์ทำไว้ คุณพิชัย รัตกุลทำไว้ นายชวน หลีกภัยทำไว้ นี่คือสมบัติของพี่น้อง"
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า วันนี้ปัญหาใหญ่ที่สุดของประเทศคือ เรื่องการโกงกินทุจริตคอร์รัปชัน ถ้าเราปล่อยให้การเมืองมีแต่เรื่องเหล่านี้ ให้บ้านเมืองเป็นเรื่องของคนที่ฉ้อฉล เศรษฐกิจก็จะแย่แบบที่เป็นอยู่ ความยุติธรรมก็ไม่มี ชีวิตของพี่น้องก็มีแต่จะถดถอย ตนออกไปจากการเมืองเชื่อไหม เจอคนเขาบอกว่าคุณอย่ากลับไปเลย การเมืองมันเปลี่ยนไปแล้ว เขาบอกแม้แต่ในภาคใต้เมื่อก่อนเขาบอกภาคใต้ไม่มีการซื้อเสียง แต่การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาเขาบอกซื้อเสียงหนักที่สุดที่ภาคใต้ การเมืองเปลี่ยนไปแล้ว คุณอย่ากลับมาเลย
"ผมบอกว่าผมต่อสู้มาทั้งชีวิตเหมือนที่นายชวนต่อสู้มาทั้งชีวิต ผมไม่ยอมที่จะเห็นบ้านเมืองเห็นภาคใต้เป็นแบบนี้ วันนี้ผมกลับมาเพื่อ ไล่คนโกงคนซื้อเสียงออกจากภาคใต้ ก่อนเป็นอันดับแรก แต่ผมทำไม่ได้ถ้าพี่น้องไม่ช่วยผม พี่น้องช่วยไล่คนเหล่านี้ออกไปได้ไหม แนวทางการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและทุนเทา อย่าไปคิดว่าเรื่องทุจริตการโกงกินเป็นเรื่องจับต้องไม่ได้ เศรษฐกิจไทยที่มันไม่ดี มันไม่มีใครเข้ามาลงทุน นักธุรกิจระดับโลกให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศบอกไม่อยากมาลงทุนเมืองไทยเพราะไม่อยากจ่ายเงินใต้โต๊ะ เพราะไม่รู้ว่าเข้ามาแล้วทำธุรกิจแล้วแข่งขันกันเป็นธรรมกันหรือไม่ ทุกอย่างมันถึงได้ถดถอย กระบวนการยุติธรรมพึ่งพาไม่ได้ในสายตาของคนจำนวนมาก และเราก็เห็นความเดือดร้อนที่มันเกิดขึ้น คนทำมาค้าขายแค่เจอสินค้าทะลักเข้ามาไม่มีมาตรฐาน ของเถื่อนของถูกเกินจริงเข้ามาก็แทบจะอยู่ไม่ได้แล้ว"
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทุนที่พูดกันทุกวันนี้เรื่องสแกมเมอร์ที่มาหลอกลวงเงินของพวกเราไปมหาศาลทุกปีเป็นแสนล้าน ถามว่าเราไม่มีกฎหมายเหรอ เรามีกฎหมายฟอกเงิน กฎหมายหลักทรัพย์ พวกตนเอาข้อมูลไปยื่นให้หมดแล้ว แต่มันเดินหน้าไม่ถึงไหนเพราะบ้านเมืองการเมืองไม่สุจริต เราต้องกลับมา ตนยืนยันว่า 90 วัน 100 วัน ปราบปรามทุนเทา เดินหน้าแน่นอน ใครขัดขวางเรื่องนี้ถ้าประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลเตรียมย้ายออกจากตำแหน่งของท่านได้เลย ดังนั้นให้ประชาธิปัตย์เป็นแกนนำรัฐบาล ภายใน 4 ปี เศรษฐกิจที่โต 2% 3% 1% มาหลายปีจะกลับไปโต 5% กล้าพูดอย่างนี้ เราจะเสริมเพื่อให้การส่งออกทำได้มากขึ้น เรื่องการเชื่อมโยงทางรถไฟ การเชื่อมโยงด้วยถนนหนทาง การมีนิคมแปรรูปอาหาร สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เราจะทำ







